แจ้งข่าวครับ

posted on 19 Oct 2012 12:04 by shikak





หนังสือรวมเรื่องสั้น TEEN LABYRINTH : ในวงกตแห่งความเยาว์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 มีวางขายอยู่ที่งานหนังสือแ
ห่งชาติ ณ ศูนย์สิริกิต ตั้งแต่วันที่ 18-28 ตุลานี้ โดยมีวางขายอยู่ที่ในสามบูธนี้นะครับ 

ZONE C (ชั้นล่าง) N27 อัลเทเนทีฟไรเตอร์
N26 วารสารใต้ดิน
ZONE W (โซนกลาง) W07 ระหว่างบรรทัด

ผู้ใดสนใจอยากอ่านหรืออุดหนุนก็เรียนเชิญครับ : )

ปล. The Mirror Smoke Creator : ผู้สร้างควันกระจก ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 Re-Issue นี่ผมทำไม่ทันงานหนังสือครับ แต่อย่างไรก็ออกตามหลังงานนี้ ไม่นาน แน่นอน

สุดท้ายผมมีช่องทางใหม่ในการพูดคุย เเลกเปลี่ยน รวมถึงลงผลงานซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ Blog นี้ คือ http://www.facebook.com/pages/SHIKAK-writer/129317347084815

Page SHIKAK writer ใน Facebook ครับ :)

SHIKAK

 

(review of) KEANE LIVE IN BANGKOK 2012

posted on 05 Oct 2012 14:29 by shikak directory Entertainment, Travel, Diary

ต้องสารภาพก่อนว่าผู้เขียนไม่ได้มีความรู้ในทางดนตรีอะไรและไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของ KEANE แต่อย่างใด พอจะชอบบ้างในบางเพลง แต่เมื่อตัดสินใจออกไปซื้อบัตรตอนบ่ายสองในวันที่คอนเสิร์ตจะเริ่มนั้น เราก็เลย
ขอเตรียมตัวหรือทำความคุ้นเคยกับเพลง Tracklist ของ LIVE นี้ก่อนโดยการทำ Playlist ใน iPod แล้วกรอกหูฟัง

แต่จากที่เราได้ไปดูคอนเสิร์ตทำให้จากความเฉยๆกับ KEANE เพิ่มความชอบขึ้นไปแบบ x345434343546545344656 เท่า อาจจะเริ่มด้วยเหตุผลง่ายๆอย่างโลเคชั่นที่จัดงานก่อน มันเป็นเหมือนสตูดิโอห้องเปล่าๆเเล้วมีเวทีตั้งอยู่ข้างหน้าซึ่งนี่เป็นครั้งเเรกที่ผมได้ไปดูคอนเสิร์ตในโลเคชั่นเเบบนี้ ค้นพบว่า เห้ยเเม่งโคตรเวิคคือระยะห่าง/ความ into/การตอบสนอง ระหว่างตัวนักร้องกับผู้ชมนั้นถูกเชื่อมให้ใกล้กันได้อย่างไม่น่าเชื่อ(ปกติเคยไปดูคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศบ้างเเต่ใน Impact)

ประเดิมประเด็นแรกสำหรับการร้องสดยอมรับเเละขอกราบตีนเลยว่า พี่ Tom Chaplin ร้องออกมาได้เหมือนฟังออกมาจากแผ่น + อิมโพไวท์ส่วนตัวของนักร้องเข้าไป ซึ่งผลออกมาคือรู้สึกว่าเราได้ทั้งความไพเราะที่ตัวผู้ชมนั้นก็ได้เหมือนตอนที่ฟังจากแผ่นและการอิมโพไวท์แสดงออกทางความรู้สึกตอนขับร้องก็ช่วยเต็มเติมมนต์ขลังความไพเราะจากเพลงอยู่เเล้วให้ระเบิดระเบ้อขึ้นไปอีก 

จากการสัมผัสในระยะเกือบจะใกล้ขอยอมรับเลยว่า Tom Chaplin เป็นนักร้อง-ศิลปินที่ทำให้เรารู้สึกว่าเห้ยแม่ง RealArtist จริงๆคือการเเสดงสดของพี่เขา ดูเป็นธรรมชาติมาก คือไม่ได้เอนเตอเทนเวอร์จนสังเกตได้ว่าเห้ยนี่มัน PartEntertain นี่หว่า ไม่ได้เอะอะอะไรกูก็ร้องๆไปให้จบ คือการร้องของพี่เขาก็คือร้องไปตามเนื้อเเละเพิ่มอารมณ์ความรู้สึกไปแบบที่บอกอะเเหละ เเต่จังหวะที่เขามีActionร่วมกับการร้องของเขาไม่ว่าจะ ชูกำปั้น (ในจังหวะ 'โอ้วววว' ในเพลง Spiralling) การกระโดด ชูไม้ชูมือ ในเพลง Crystal Ball การร้องเพลงช้า(จะถือเป็น Rock Ballad ได้มั้ย)อย่าง A Bad Dream, Somewhere Only We Know, Sea Fog นั้นพี่ Tom ก็ไม่ได้เเสดงออกเวอร์จนเรารู้สึกเหมือนยัดเยียด คือไม่ได้พยายามบิ้ว ยื่นไม้ยื่นมือมา Reach คนดูอะไรเเบบนั้น แต่เขาร้องเเละเขากระทำในเเบบที่เขารู้สึกร่วมด้วย ผมชอบ Part ใน A Bad Dream มากที่อยู่ๆกำลังร้องถือไมค์เเล้วเรากำลังรู้สึกอินกับเพลง+อารมณ์ของพี่เขา อยู่ดีๆพี่เเกก็ลุกเดินไปยังคีบอร์ดเเล้วเล่นสดรวมทั้งร้องซะแบบนั้นมันเหมือนสิ่งที่ผู้ชมไม่ได้หวังไว้ เป็นเซอร์ไพร์ แต่ก็ขอยอมรับว่าก็ยังเป็นเซอร์ไพร์ที่ยังไปกับความเป็นธรรมชาติและดู Real อยู่ดี ที่ชอบมากอีกก็คือทุกอย่าง(element) บนเวทีดูช่วยเสริมกันเเละกันมาก โดยเฉพาะเเสงสีในคอนเสิร์ตเวิร์คมากคือมาได้ถูกจังหวะ เปลี่ยนไปตาม Mood & Tone ของเพลง และเเสงสีนี่เเหละที่เป็นตัวช่วยเร้าและขับเน้นให้ผู้ชมจะพูดอย่างไรดี สนุก มันส์และฟินท์

ขอชมคนทำ Tracklist สำหรับคอนเสิร์ตนี้การเลือกเพลง20เพลงมานั้นการเรียงกันของเเต่ละ Track ทำให้อารมณ์ทุกอย่างไม่ว่าจะ มันส์ กระโดด ซึ้ง ประทับใจ อะไรมันอบอวลไปตลอดทั้งคอนเสิร์ต

จากการที่เป็นคนฟังเพลงเเล้วไม่ค่อยได้เเปลความหมายแล้วก็ชอบที่ไม่เเปลคือให้กูพอรู้บ้างก็พอ (เนื่องโง่อิงด้วยก็เลยเเปลได้บ้างไม่ได้บ้าง) ค้นพบว่าบางเพลงที่เราร้องไม่ได้หรือไม่คุ้นหูนัก แต่เราอาศัยยืนเฉยๆปล่อยให้พี่Tom Chaplin พาเราไปเห้ยเขาก็พาเราไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ เเต่เราก็ไม่ได้ into ขนาดนั้นมันก็เลยจะมีช่วยหลุดที่เรามายืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้ถูกดึงเข้าไปมากนัก ตำแหน่งนั้นก็ช่วยให้เราเข้าใจและรู้สึกอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะบรรดา Action ที่หลากหลายของผู้ชมซึ่งหลายสัญชาติด้วย ทำให้ยืนมองพี่ Tom แล้วเหม่อลอยไปคิดอะไรสักพัก

พี่ Tom Chaplin ที่มาปรากฏกายบนคอนเสิร์ตนี้ไม่ได้เป็นพี่ทอมอวบๆเเบบที่เราเคยติดภาพอีกต่อไป แต่มาด้วยเสื้อยืดสีดำเเจ็คเก็ตดำ+กางเกงยีนสีดำ หุ่นดีมากกกกกกกกก แต่หน้ายังคงมีความน่ารักอิโคะอิเคะ แก้มเเดงอยู่ เลยทำให้เรายิ่งรู้สึก#&$$%^&*^$##% อยากเข้าไปอยู่ข้างๆโว้ยยยยยย

อีกอย่างที่ชอบมากในคอนเสิร์ตนี้คือ KEANE ไม่ได้พูดคำว่า "สาวัดดี" "สาวัดดีก๊ะก๊าบ" เลย (หรือเราฟังไม่ทันวะ)ชอบที่ไม่ต้องกระแดะพยายามอะไรมากมาย เพราะทำไปก็อาจไม่ช่วยอะไร ก็เหมือนฝรั่งพูดสาวัดดีก๊าบ ก็อาจจะดูน่ารัก แต่เท่าที่จำได้คือเดินขึ้นมาบนเวทีก็ Hello Everyone เลย

ถ้าให้จำกัด Tag line ของคอนเสิร์ตนี้ขอจำกัดว่า "A HopeFul Concert" เรารู้สึกว่าทุกเพลงของ KEANE ไม่ว่าจะเพลงช้า เพลงเร็ว หรือเพลงห่าเหวอะไร(ไม่รู้จะจำกัดความอย่างไรดี) ทุกเพลงนั้นจะมี Part ของการให้ความหวัง(รวมถึงกำลังใจ)อยู่ในทุกเพลงเสมอ พอกลับมาบ้านลองเปิดเนื้อเพลงอ่านดูโดยเฉพาะในอัลบั้ม StangeLandเห้ยมันย้อนแย้งในตัวของมัน การย้อนแย้งทำให้มันมีมิติและที่สำคัญโครต Hopeful Album

แอบตลกพี่ Tom ที่หัวเราะเล็กๆตอนที่ร้อง Somewhere Only We Know เเล้วเสียงร้องในคอนเสิร์ตนี่ดังกระหึ่มผิดกับเพลงอื่น พี่เเกคงจะขำว่าเห้ยพวกมึงร้องกันได้หมดทั้งฮอลนี่เพลงเดียวใช่มั้ย สงสัยจะเป็นเพลงชาติของ KEANEนะฮ่าๆ

ส่วนตัวอันนี้คือส่วนตัวจริงๆ การดู Concert ครั้งนี้ทำให้เราพอได้เข้าไปสัมผัสความรู้สึกของตัวละครที่เราเขียนเองไม่ว่าจะตัวเอกในเรื่องสั้น ROCK in a coma หรือตัวเอกในเรื่องสั้น P คือสัมผัสไปอย่างไม่รู้ตัว จำได้ว่ามันเเว้บเข้ามาเองมีจังหวะหนึ่งที่พี่ทอมร้องเพลงช้าของพี่เเกไป เเล้วเราอยากที่จะปามีดหรือเข้าไปทำอะไรแกสักอย่างซึ่งอีภวังค์นี้มันมีอยู่ในเรื่องสั้น P ของเรา

สิ่งที่ชอบอีก ผู้ชายในงานค่ะ หล่อมาก เซอร์มาก หลากหลายมาก กลิ่นบุหรี่เล็กๆกับกลิ่นเบียร์ทำให้รู้สึกว่าพวกเขาเซ็กซ์ขึ้นไปอีก แต่ทำไรมิได้คะ มิสวยพอ เหนียมตูดงะ ไม่กล้าเข้าไปคุย เเละส่วนใหญ่มากับเมีย!

ขอตินิดหนึ่งคือ เราจะหลับคอนเสิร์ตบอกจะเริ่ม 21.00 น แต่กว่าจะเริ่มเเสดงจริงๆนี่ก็ 21.40 น แล้ว Tylenol8Hour เกือบทำเราหลับทั้งยืนระหว่างรอ

มีความผิดพลาดในตอนเเสดงสดเข้าใจว่าลำโพงหรืออะไรสักอย่างมีปัญหา ? เเล้วบรรดาสมาชิกวงก็พยายามเเก้ปัญหากันตรงนั้น พี่แกก็แบบรอหน่อยนะครับ กำลังเเก้อยู่ ยิ้มเเก้มเเดงเเหะๆ ซึ่งก็เป็นความผิดพลาด เเต่ยิ่งเจอเเบบนี้มันเลยยิ่งทำให้รู้สึกเห้ย REAL ชิบหายเลย

สุดท้ายคอนเสิร์ตนี้ทำให้เราเเน่ใจในตัวเราเองเลยว่า อัลบั้มที่เราชอบที่สุดของ KEANE คือ Under The Iron Seaทุกเพลงที่ร้องใน Live นี้ถ้ามาถึง Track ที่มาจากอัลบั้มนี้ทุกอย่างของเราจะพุ่งทะยาน พีคโคตรๆ

สุดท้ายของสุดท้ายก่อนจะจากไป KEANE บอกจะมาอีก เราก็อยากจะตะโกนออกไปว่า เราก็จะมาดูอีกอย่างแน่นอน(ถ้ากูไม่ตายก่อนหรือมีเหตุเหี้ยไรที่ไปทำให้ไปดูไม่ได้)

ปล.เราไม่ใช่นักวิจารณ์ ไม่มีความรู้พอเพราะงั้นไม่มีคะเเนนนะคะ เเละถือว่านี่ก็คงไม่อาจเป็นบทวิจารณ์ได้ เหมือนเป็น Respond หลังดูคอนเสิร์ตจบมากกว่า

 

 

 

 

 ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่นี่ ขี้เกียจปรับขนาดเเล่ว 

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.530780523603264.135806.100000139638754&type=1

ปล.แวะมาทักทายทุกคนด้วยประสบการณ์คอนเสิร์ต KEANE แล้วมาบอกว่าคนเขียนยังไม่ตายเด้อ มีพลอตที่อยากจะเขียนจดไว้หลายสิบเรื่อง รวมถึงมีนิยายเรื่องหนึ่งที่อยากเขียนเเต่ยังไม่ถึงเวลาเขียน ช่วงนี้ก็จะเอาอะไรที่เคยเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ ศิลปะ หรือสิ่งๆห่าเหวสัปเพเหระมาลงขั้นเวลาก่อนละกันนะครับ

ยังไม่เคยคิดจะถอดใจเลยเขียนเรื่องสั้นครับ แต่ต้องจัดการอะไรบางอย่างให้ได้ก่อน

SHIKAK 

-

posted on 05 Jan 2012 19:36 by shikak
ผมไม่รู้ว่าชีวิตตอนนี้กำลังเผชิญกับอะไร
ผมเคยค้นจนคิดว่า รู้
เคยขุดจนคิดว่า เข้าใจ
เคยพยายามจนคิดว่า คือทางที่ใช่

แต่ตอนนี้ผมทรมาน
เจ็บปวดยิ่งกว่าทุกครั้งไป
ทุกอย่างในจิตผมกำลังร่วงโรย
ผมไม่อาจต้านทานสิ่งใดๆได้อีกเเล้ว

ไม่อาจ

อีกเเล้ว