M

posted on 04 Aug 2005 21:48 by shikak  in M-Nseries



เสียงหัวเราะที่ทำให้ผมมีความสุข
ผู้สร้างนั้น คือ ผมเอง
เเต่บัดนี้เมื่อโรคร้ายเข้ามา
เสียงหัวเราะนั้นได้ จางหายไป.....

ผมเป็นโรคร้าย.....
หมอวินิจฉัยว่าผมเป็นโรคทางสารสื่อประสาท
ผมจะต้องเกิดความกลัวตลอดเวลา ในรูปเเบบผมคือ
กลัวสูญเสีย กลัวใครจะตายจากไป
ไม่มีวิธีต่อสู้กับโรคนี้ด้วยการกินยาที่หลอกตัวเองนั้น
ผมถามหมอว่า มีวิธีสู้กับโรคนี่อีกไหม
หมอบอกว่า ไม่มี มันเกิดขึ้นในสมองของคุณ ในสมองของคูณ
มีสารผิดปกติขาดหาย รึมากเกินไป มันจะเข้าควบคุมความคิดของคุณ
ห้ามสู้กับมันเด็ดขาด เพราะสู้ยังไงก็จะแพ้อยู่ดี
สิ่งที่ทำได้ก็คือ ปล่อยให้มันผ่านไป ปล่อยมันผ่านไปเท่านั้น
*
*
ผมใช่อว่าผมเป็นเด็กที่โชคร้าย อาม่า อากงผม
ตายจากไปเพราะผมเป็นต้นเหตุ ผมคิดเเบบนั้น
เเม้จะมีคนบอกว่าไม่ใช่ก็ตามที เเต่ผมเชื่อ
*
*
หมออีกท่านวินิจฉัยตรงข้ามกับท่านนี้ว่า
ผมเป็นโรคขาดความมั่นใจตัวเองอย่างหนัก ที่จริงผมไม่เป็นไร
เเต่ยังไงผมก็ต้องกินยา
ตลอดเวลาผมพยายามจะหาทางออกจากโรคนี้ โรคสารสื่อประสาท
ผมพยายามค้นหาข้อมูลนี้ ว่ามันมาจากสิ่งใด
มาจากส่วนใด
ผมค้นพบว่าเด็กวัยรุ่นฝรั่งเป็นโรคนี้กันเยอะมาก
แต่ตามสถิติเด็กไทยมีอัตตราส่วน 100:1
*
*
เมื่อผมรู้เช่นนี้ผมรู้สึกว่า เราก็อาจจะไม่มใช่คนที่โชครายสักเท่าไร
แต่ผมก็ต่อสู้กับมันไม่ได้เหมือนที่หมอท่านเเรกจริงๆ
ทุกๆครั้งที่ผมช่วยตัวเอง โดยการใส่ถุงยางเเล้วลงไปนอนดิ้นๆบนพื้นนั้น
ทุกครั้งที่น้ำนั้นหลั่งออกมา ผมจะรู้สึกสูญเสียสิ่งต่างๆไป
ผมไม่รู้ว่าทำไมผมหลั่งมันออกมา ผมรู้สึกผิด ผมจะปวดหัวบ่อยๆ
อันที่จริงผมก็คิดตลอดนะ เเต่เวลานี้เท่านั้นที่ผมจะเหมือนจะเชื่อ
*
*
*
ผมดับสิ้นหนทางเเล้ว ผมทรมานกับความคิดของผมเอง
ผมสูญเสียมันไปทีล่ะอย่าง
หน้าตา ความฉลาด การแต่งซึ้งผมหวังไว้กับมันไว้มาก
ผมเศร้ามาก ผมเฟล ผมร้องไห้ทุกครั้งที่นึกถึงมัน
ผมไม่ยอมไป รร ไม่ยอมไปพบเพื่อนๆที่เเสนดีของผม
*
*
ผมขาดคนรัก ผมไม่เคยมีคนรักเลย
ผมเคยมีคนเข้าใจผม
แต่ผมก็สูญเสียเขาไป
ชีวิตผม
วนเวียนกับคำว่าสูญเสีย.....
*
*
จนผมได้ค้นพบทางที่พอจะทุเลาอาการต่างๆได้
นั้นคือ MUSIC
ผมหลงรักเสียนักร้องคนหนึ่ง
เขาชื่อ เอวาเจลีน
ผมคลั่งไคล้เสียงของคุณ
เสียงของคุณคือสวรรค์
ได้ยินไหม เสียงของคุณ คือเสียงสวรรค์
*
*
ผมมักจะใช้ซีดีวอร์คเเมน กับหุฟังอันใหญ่ ฟังเพลงของคุณเอวาเจลีน
เดินไปเรื่อยๆ เพื่อลืมสิ่งต่างๆที่โหดร้าย
คุณเอวาเจลีน คุณเอวาเจลีน
เสียงของคุณ
เสียงของคุณ
เสียงจากสวรรค์สำหรับผม
มันเเพร่เขาไปสู่หูจของผม เส้นสายเสียงตัวโน๊ตที่เขาเล่น
ทำให้ผมรู้สึกมีความหวังต่อในชีวิตนี้
ไม่ว่าผมจะมีปัญหาสิ่งใดๆเพิ่มขึ้นมา
แม่เครียดจนเป็นมะเร็ง.....
พ่อไปมีชู้
น้องที่เป็นออทิติกอาละวาด
ผมรู้สึกว่าเส้นเสียงของคุณ
ของคุณ
คุณเอวาเจลีน
มันสามารถปัดเป่าได้ มันช่วยผมได้
*
*
*
มันไม่มีสิ่งใด ไม่มีค่าอันไหน ..... ที่จะมุ่งสู่เเสงใดในทิวา
ช้างมีปีกโบยบินไปในฝากฟ้า ลอยล่องสู่ความว่างเปล่า......
เเล้วเงียบสงบ ร่วงลงสู่พื้นดิน
ช้างนั้นบินด้วยความเร็วเเสงรึไง ?
ช้างนี้บินด้วยความเร็วเเสงรึไง ?
พุ่งไปด้วยเหตุใด
ถ้าหาคำตอบได้
มันคือความสบายใจของฉัน
.......บทเพลงของคุณเอวาเจลีน
ผมนอนหลับตาฟัง บน
พื้นในห้างหลังเลิกเรียน
ผมนอนลงไป ความสบายใจ
สายตาของคนที่มองผมด้วยความประหลาดช่วยเพิ่ม
ความรู้สึกให้ผม ผม ผม
*
*
*
ชีวิตใหม่ ฉันมุ่งหาชีวิตใหม่
ชีวิตใหม่ที่สวยงาม
ชีวิตใหม่ที่ว่างเปล่า
ชีวิตใหม่ ที่ไม่ต้องคิด ไม่ต้องทอำอะไร
ชีวิตใหม่อยู่หนใด หนใด
มันอยู่ในโบสถ์
บทเพลงอีกบทของคุณเอวาเจลีน......
ผมฟัง ผมอยากมีชีวิตใหม่
ผมอยากมีชีวิตใหม่ ที่ไม่ต้องคิดอะไร เหมือนที่คุณเอวาเจลีน ร้องบอก
ชีวิตใหม่ อยู่ในโบสถ์....
*
*
*
ผมเข้าไปในโบสถ์ บาทหลวงหลายๆคนเเนะนำผม
ทผมถามท่านเรื่องชีวิตใหม่
ท่านบอกว่า ชีวิตใหม่สามารถบังเกิดได้ตลอดเวลา
เราสามารถมีชีวิตใหม่ได้
ชีวิตใหม่
ชีวิตใหม่
หลังจากนั้นผมก็มักจะมาน่งบนโบสถ์บ่อยๆ ขอวิงวอนต่อพระเจ้า
ให้ผมอยู่กับคุณเอวาเจลีนตลอดไป
ขอให้เส้นเสียงของคุณเอวาเจลีน ช่วยปัดเป่าผมตลอดไป
ผมคิดเสมอตอนนี้ผมจะมีชีวิตใหม่กับคุณเอวาเจลีน
*
*
ผมสะสมซีดี เอ็มวีของคุณเอวาเจลีน
ผมดูมัน MV ที่มีเเต่สีขาว
เเสงที่ส่องสว่างมันเหมือนเดินทางไปสู่สิ่งใด
สู่เส้นทางนั้น
ช้างที่โบยบินเเล้วตกลงมาจากท้องฟ้ายามพบคล่ำ เเสงสว่างที่ยังคง
มุ่งตรงพุ่งไปข้างหน้า
เหมือนสอนให้ผมเข้าใจว่า
เส้นทางสู่ชีวิตใหม่ไม่ได้ง่ายดาย ยังมีอุปสรรคมีสิ่งต่างๆ
ช้างที่บินเหมือนตัวเรา ที่พยายาม
เเม้จะตก เเต่ช้างก็บินขึ้นมาใหม่ได้ มาใหม่ได้
.......สุดท้าย MV ช้างก็ตกลง เเละตาย.....
*
*
*
เหมือนเพลงของคุณจะบอกตรงข้ามกับ MV ของคุณ
ผมรู้สึกว่า เส้นทางที่ผมเดินไป มันไม่มีอาจถึงได้
เหมือนช้างตัวนั้น
ผมไม่เข้าใจ คุณต้องการจะสื่อไร
คุณเอวาเจลีน ?

ผมหลงรักคุณเอวาเจลีนจนหมดชีวิตผมเสียเเล้ว
ผมขาดเพลงเธอไม่ได้ เพลงเเห่งความหวัง
ปลุกใจของเธอ

เฮออ เฮอ เฮออ สิ่งต่างๆที่มุ่งลงไปสู่ความมืด
เหมือนทุกสิ่งกำลังมลาย เฮอ เฮอ เฮอ
ชีวิตฉันกำลังมุ่งสู่ความมืดมิดดด เฮอ เฮอ เฮอ
ผมเพิ่งรู้ว่าคุณเอวาเจลีน ร้องเพลงที่ดิ่งลงเเบบนี้ด้วย
บทเพลงที่น่าเศร้า ที่นำผมลงไปสู่ทางที่ลงไป
ผมรู้สึกเศร้าหมองกับซิงเกิลใหม่ของคุณ
คุณเอวาเจลีน.....

แต่ผมก็ยังคงหยุดฟังมันไม่ได้
ผมยังคงรัคุณ รักเสียงเพลงของคุณ คุณเอวาเจลีน

แต่แล้วซิงเกิลสุดท้ายของคุณ......
ทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมถึงวันมลายสูญลงสู่ความมืดมนนี้
ก็ได้พลากคุณไปจากผม
คุณ ตาย เเล้ว .....
ผม สูญเสีย คุณไปเเล้ว
.......ผมร้องไห้
ผมรู้สึกไม่มีใคร
ผมว้าเว่
คุณเอวาเจลีน
คนเดียวที่ช่วยผมได้
ได้จากผมไปเเล้ว

ถึงจะมีเพลงเก่าๆที่คุณร้อง
เเต่สุดท้ายเพลงของคุณก็สอนผมว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องลงไปสู่ความมืดมิด
......จบเเล้ว ชีวิตผม
ผมตัดสินใจเริ่มต้นวันสุดท้ายของชีวิต
ด้วยการไปที่โบสถ์
ผมอยากมีชีวิตใหม่
ผมจะมุ่งสู่ชีวิตใหม่
มีใครคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าสุดของเเถวนั้น

ผมจะมีชีวิตใหม่.......

เด็กชายที่เดินทางตามเส้นสายของเพลง ......หลงรักเส้นเพลง เอวาเจลีน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แต่งดีอ้ะแก ชั้นว่าแกแต่งเรื่องแนวนี้ดีจังเลยค่ะ
ดูอาร์ตๆ กล้าแต่งดีย่ะ
เป็นกำลังใจให้นะยะ อ๊ายๆๆ
ลุยค่ะ สู้ๆๆ

#1 By ~:+: เมี้ยวฝ้าย :+:~ (203.151.140.118 /203.113.36.9) on 2005-08-04 22:05

หุหุ.......ดีก่าเรื่องก่อนย่ะ.......นี้มันผสมๆกะอี All about Lily chou chou นี้ย่ะ.........แต่ก้อมันดี
ตอนฉันเเต่งฉันไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลยนะ เเต่พอเเกบอก ฉันมานั่งคิดว่ามันคล้ายกันตรงไหน รู้เเละ ตรงที่เด็กมันคลั่งนักร้องเหมือนกันใช่มะ = = ตกลงเมื่อไหร่ฉันจะเเต่งไรได้หลุดโลกได้ซะที เเบบว่าไม่คล้ายใครไปเลย หลุดไปเลยไร้ เเต่เรื่อง N คงไม่ไปคล้ายเรื่องไหนใช่มะ เออสู้ต่อไปเว้ยๆ

#3 By SHIKAK on 2005-08-04 22:34

แต่งดีจังเลยอ่าพูมิน สู้ๆนะ เปนกะลังจายซาเหมอ

#4 By พลอย (58.9.175.28) on 2005-08-04 22:53

สู้ต่อไปเน้อ ทาเคชิ
.
.
ว่าแต่ กัวไรเราฟะ

#5 By boatz (61.91.173.232) on 2005-08-04 23:27

เค้าก้อกัวอะ กัวสูญเสีย เวลาที่เค้ารู้จักใครใหม่ เเล้วอีกฝ่ายดูจะยินดีกับการรู้จักครั้งนี้ ลึก ๆ เค้าก้อรู้สึกว่า มันก้อเเค่ การนับถอยหลังรอวันจากกันเท่านั้นเเหละ .. ไม่เห้นมีไรน่ายินดีเลย

การที่มีใคร หรือ บางสิ่งบางอย่างเข้ามาในชีวิต เเล้วเรายึดเหนี่ยวมันเป็นที่พึ่งอะ มันก้อดีนะ ... เเต่เค้าว่ามันก้อเเค่ช่วงเเรก ๆ อะ มันก้อเหมือนพิงเสาไว้กะกำเเพง วันนึงถ้าเอากำเเพงออก เสานั้นก้อจะล้มลงมา ... เหมือนคนเเละ ถ้าสิ่งที่เรายึดไว้ หายไป ก้อ เจบอีก ... ก้าวไปเเล้วเริ่มต้นใหม่ เเล้วยืนหยัดได้ด้วยสองเท้าของตัวเอง นี่ละ ดีสุดเเล้ว

#6 By cucumber* (203.113.81.74) on 2005-08-04 23:46

เก่งอ่า
แอบ แต่งเก่งเหมือนกันน้า
อ่านแล้วรู้สึกถึงอารมณ์ ของบทความเลย
สู้ๆ
เก่งละ อย่าลืมรวมเล่มล่ะ หุหุ

#7 By ||||e.exist|||| on 2005-08-05 00:24

ชักสงสัยขึ้นมาอีกแล้วว่า... เด็กแบบไหนกันที่เขียนเรื่องราวแบบนี้
สูญเสีย คู่กะ เสียดาย -_-"

สู้ต่อปาย ชิกกี้

#9 By [- KaOru -] on 2005-08-05 18:26

อ่าน้า

แกเอาใครเป็นแบบของเอวาเจลีนเนี่ย

#10 By mint (203.151.140.118 /203.113.34.9) on 2005-08-05 18:52

ไม่จำเป็นจะต้องกลัวสูญเสีย ในเมืื่อวันนึง
มันต้องจากเราไปอยู่ดี ทุกสิ่งมันไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน
ทำใจที่จะสูญเสียได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าวันไหนๆ
เราก้อไม่กลัวที่จะสูญเสีย เราคิดว่าวันนี้เราแย่มากมาย
แต่ยังมีคนอีกหลายคนที่อยู่ข้างหลังแย่กว่าเรา
ขอเพียง สู้กะมัน ก้อพอแล้ว

#11 By Ae?yO (58.8.248.170) on 2005-08-05 19:55

มาเม้นให้ยะ

มิสๆจุ๊บๆๆ เฮดไดแอบน่ากัวยะ 555+

#12 By Lynno (61.47.105.61) on 2005-08-05 20:07

จะเอาเข็มไปติดแทนกระดุมครับ

#13 By บุ้กกี้ (221.128.100.181) on 2005-08-05 20:07

อย่าคิดมากนะ
ทุกอย่างรักษาหายได้เว้ย

#14 By บันจัง (61.90.116.140) on 2005-08-05 20:14

กร๊าซซ
อุตส่าห์นึกว่ามีจริง เอวาเจลีน หุๆ
ตอนจบนี่ดูจะสดใส แต่ก็มืดมนแฮะ = = อืมม

#15 By nu_.-*-*-._nu on 2005-08-06 01:38

สวัสดีครับ

เรื่องดีมากครับ

ขอแอดเป็น Favourite นะครับ

#16 By เบน on 2005-08-06 07:34

ดีมากๆเลยอ่ะ แต่งแล้วอ่านได้ซึ้งสุดๆ ผมเชื่อเลยนะว่ามีคนแบบนั้นอยู่จริงๆ
เขียนดีๆแบบนี้ น่าจะรวมเล่มขายนะเออ

#17 By หนูพุก on 2005-08-06 13:28

ดูเศร้าๆ แต่รู้สึกมันกินใจดี ส่วนตัวเป็นคนชอบฟังเพลงเหมือนกัน เลยรู้สึกได้

ชอบมากเลยครับ ว่างๆจะแวบมาอ่านใหม่

#18 By YUGO RIDER on 2005-08-06 14:07

คนที่เป็นโรคงี้น่าสงสารจังนะ..
ขอให้เราไม่ใช่ 1 ในคนเหล่านั้น
ขอให้คนที่เรารู้จัก คนที่เรารัก ไม่เป็น 1 ในคนเหล่านั้น
ขอให้ทุกๆคนในโลกอย่าได้เป็นโรคนี้
จะดีมั๊ยน๊ะ ? ถ้าเป็นยังงั้น ..
ไม่มีใครกลัวที่จะสูญเสียเลย ..
งั้นก็จะไม่มีใครสนใจที่จะรักษาสิ่งที่มีอยู่เลย .. หรอ ?

#19 By 冬木 on 2005-08-06 14:13

ได้มา ก็ต้อง มีสูญเสีย
มีพบ ก็ต้อง มีจาก เป็นเรื่องธรรมดา
แต่แต่งซะนะ เราแยกไม่ออกอ่ะ ไหนเรื่องแกแต่ง ไหนชีวิตจริงแก ไปเรียนด้านวรรณคดีเหอะ

#20 By kasaboy (61.47.97.249) on 2005-08-06 14:49

โอ๊ะเจอเรื่องน่าอ่านเข้าแล้ว

#21 By Shige Lucifer on 2005-08-06 16:31

ผมรักเสียงคุณพี่เป๊ก
กลัวสูญเสียดีกว่าปล่อยให้มันจากเราไป

#22 By ||*Just JaZZ*|| on 2005-08-06 17:21

รักก็เป็นอย่างนี้แหละครับ
ผมเองไม่เคยสมหวังเหมือนกัน
ช่วงที่ได้รักก็ดี
แต่เจ็บแล้วอยากตาย

แต่ความรู้สึกและความสามารถที่จะได้รักใครเป็นเรื่องที่ดีครับผม

อย่าสูญเสียมันไปเลย

ผมเป็นกำลังใจให้ครับผม

#23 By เบน on 2005-08-06 17:30

แหะ ๆ นึกว่าเป็นเรื่องจริง กำลังจะมาบอกว่าพี่ก็เคยเป็นโรคทางสารสื่อประสาทอะไรนี่เหมือนกันนะ พี่มีอาการของโรค disorder panic แต่มันไม่ร้ายแรงเลยนะ ดูเหมือนคนส่วนใหญ่อาจจะเคยเป็น และสามารถรักษาโดยวิธีกินยาตามคำแนะนำของจิตแพทย์เพื่อปรับสารในระบบประสาทของเราให้สมดุล ประมาณ 6 เดือน - 1 ปีจ้า
ปัจจุบันหายแล้ว ;p

#24 By Piyanan on 2005-08-06 17:55

ไม่ต้องคิดมากหรอก อาการแบบนี้ก็แค่ต้องการที่พึ่ง
เมื่อเห็นอะไรที่ดีกว่าก็อาจจะหันไปหาสิ่งนั้นแทน
just a little bit probleum..
what r u worry for.
make your self happy that all

#26 By daow (210.86.204.243) on 2005-08-06 21:59

ชอบเรื่องนี้มาก อ่านแล้วอยากเป็นจิตแพทย์
อาจเป็นเพราะชอบ chou chou ด้วย ไม่แน่ใจ
แต่ที่แน่ๆ ชอบการเขียนของคุณครับ

ขอเข้ามาอ่านอีกนะครับ


#27 By N.P on 2005-08-07 02:00

สู้ต่อไปนะครับ ที่เขียนพวกนี้บ่อยคิดมากหรือเปล่าครับ