M&N - New world -

posted on 13 Sep 2005 14:20 by shikak  in M-Nseries


การหลับไหลบางที.....
อาจจะไม่ต้องการ การตื่นขึ้นมา
เพิ่อเจอกับสิ่งต่างๆที่มันอาจ
เปลี่ยนแปลง
ไปเสียหมด
จนทำให้ใครบางคน
ไม่สามารถปรับเปลี่ยน
และคงอยู่ด้วยเจตนารมณ์ได้
*
*
คศ 2500
ชีวิตแห่งความสุข
คือสโลแกนของช่วงศตวรรษนี้
เราจะทำทุกอย่างทุกวิถีทางให้ท่านมีความสุข
คือคำปราศรัยของรัฐมนตรีโลกคนใหม่
ที่ปราศรัยก่อนที่ฉัน จะหลับตา หลับสู่นิทรา
เป็นเวลา 3 ปี
เพื่อรักษาอาการมะเร็งในหัวใจ
ร่างกายที่บรรจบลงบนแคปซูล
สุญญากาศ ก่อนที่ทางแพทย์จะปล่อยแก๊ส
บางอย่างเข้ามา เพื่อให้ฉันหลับสู่ห้วงนิทรา
สายตาที่ก่อนจะบรรจบปิดลง
ยังจำภาพสังคม บ้านเมือง
ที่ยังคงสามารถลักษนะเดิม
การพึ่งพาอาศัยกัน
หูยังคงจำดนตรีที่ออกมาจาก
ความรู้สึก ออกมาจากอารมณ์

แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงที่ฟังไม่ออก แต่สามารถสื่อได้ด้วยความรู้สึก
พร้อมคำที่แปลออกเพียงเล็กน้อย
เป็นนัยแห่งการจินตนาการความหมายเพลง
งานเขียนแห่งศตวรรษ
งานเขียนอิงระหว่างความรู้สึกกับวิทยาศาสตร์
คืองานเขียนร่วมสมัย
เหมือนเป็นนัยว่า
มนุษย์เริ่มกลับมาสนใจความรู้สึกอีกครั้ง
เริ่มกลับมาสนใจตัวตนของมนุษย์อีกครั้ง
นั้นคือสิ่งที่ฉันคิด
ก่อนที่จะหลับตาสู่ห้วงนิททรา
*
*
*
เรย์ เอนเทอร์ผู้ที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด
เสียงๆหนึ่งปลุกฉันขึ้นมาจากห้วงนิทรา.....
สิ่งที่ฉันพบเวลาตื่นคือ
ฉันนอนอยู่กลางสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
ท่ามกลางมนุษย์ที่อยู่รอบๆตัว
น่าแปลกที่มนุษย์เหล่านั้น
หัวเราะ ยิ้ม อยู่เพียงคนเดียว
ไม่มีใครอยู่ด้วยกัน......
ฉันสังเกตสายตาไปรอบๆสังเกตเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่
ในมุมคนๆเดียวหยิบหน้ากากแก๊สขึ้นมา
พ่นแก๊สบางอย่างเข้าสู่ร่างกาย
พร้อมถอดออกมาพร้อมรอยยิ้ม
.......มันคืออะไรกันนะ
นั้นคือความสงสัยของฉัน
ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรกับสิ่งที่สงสัย
ความสงสัยผุดขึ้นมาในหัวของฉัน

ฉันหลับไปครบ 3 ปีแล้วเหรอ ?
ทำไมฉันตื่นมาที่นี่
สิ่งที่พวกเขาแต่ล่ะคนสูดดมมันคืออะไรกันนะ
*
*
ฉันเดินต่อไปภายในเมือง
ไร้เสียงดนตรีเหมือนที่เคยผ่านๆมา
รอบๆตัวฉันมีเพียงมนุษย์ที่เดินผ่านไป
เดินห่างกัน เดินแยก เพียงคนเดียว
พร้อมเสียงหัวเราะ กับรอยยิ้มที่เดินผ่านฉันไป
เหมือนเป็นหน้ากาก......
ฉันพยายามที่จะพูดคุยกับคนข้างๆ
พยายามถามสิ่งต่างๆที่พวกเขากำลังทำ
คุณกำลังสูดอะไรอยู่น่ะ
แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครตอบฉันมาสักคน
สิ่งที่ได้ผ่านมาคือ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่เย็นชานั้น
ฉันยังคงเดินต่อไป
ร้านหนังสือร้านใหญ่ที่คุ้นเคย
แต่ภายในร้านกับไม่มีสิ่งใดเลย
นอกจากหน้ากากแก๊สบางอย่างที่เรียงรายเต็มไปหมด
ฉันเข้าไปข้างในร้าน
เจ้าของร้านที่ฉันเคยคุ้นเคย
ฉันเอยปากถามเขาว่า
หนังสือไปไหนหมด
เขาตอบกลับมาว่า
หมดยุคของมันแล้ว ยุคนี้คือยุคของความสุข
ฉันไม่เข้าใจ หมายความว่าไง หน้ากากพวกนี้คืออะไร
หน้ากากที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขไงล่ะ
นักวิทยาศาสตร์คิดค้นขึ้นมา เป็นสารเอ็นโดฟินที่สกัดออกมา
ทุกครั้งที่สุดดมจะทำให้ทุกคนยิ้ม หัวเราะ มีความสุข

อะไรกัน
ตอนนี้คนทั้งโลกกำลังมีความสุขอยู่ไงล่ะ พวกเขาไม่ต้องการแล้ว
เสียงดนตรี ศิลปะ ความรัก ศาสนา หมดยุคแล้ว ท่านไปที่ไหนมา
ถึงไม่ได้ยินเรื่องพวกนี้

อะไรกัน อย่างงี้ก็เท่ากับว่า ทุกคนไม่มีความรู้สึกแล้วสิ
ทุกคนกำลังหมดความเป็น
มนุษย์
ไปนะ
ทุกสิ่งทุกอย่าง ความรู้สึก อารมณ์ สิ่งบ่งบอกความเป็นมนุษย์
มันจะหายไปต่อเมื่อไม่ใช่มนุษย์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

ก็มันเป็นยุคแห่งความสุขยังไงล่ะ
*
*
ฉันเดินออกมาจากร้าน ฉันร้องไห้
ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร
ไม่รู้ทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด
ทำไมทุกคนถึงหันมาสุดดมสารเหล่านี้
ทำอย่างไร ฉันออกมาเดินมาห้ามผู้คนที่กำลังสูด
พยายามตะโกนเตือนสติทุกคน
แต่ฉันเหมือนคนบ้า สิ่งที่ได้กลับมา คือรอยยิ้ม
ที่แฝงความเย็นชา ความไร้ความรู้สึก ฉันไม่รู้จะทำสิ่งใด
สักพักมีชายหญิงชุดส้มลายดอกไมสดใส คนเข้ามาข้างหลังฉัน
พบเป้าหมายแล้ว เรย์ เอนเทอร์
ฉันหันไปสบตากับพวกเขา ผู้ชายที่ใส่หูฟังตลอดเวลา กับหญิงสาว
ทาตาสีดำ.....

เขาจับฉันไป ฉันพยายามที่ตะโกนร้องของความช่วยเหลือ
แต่ดูเหมือนทุกคนกำลังยิ้ม และหัวเราะ ปล่อยให้ฉันถูกจับไป
ฉันถูกจับลงในห้องทดลองของนักวิทยาศาตร์

บางอย่าง เขาจับฉันนั่งลงบนเก้าอี้เหล็ก ฉันพยายามดิ้นแต่ไม่ประโยชน์
ฉันร้องตะโกน ถามว่าทำไมต้องจับฉันมา
นักวิทยาศาสตร์ตอบกลับมาว่า
เพราะคุณมีความเป็นมนุษย์มากที่สุดไง
เขาจับฉันขึ้นมา ถอดเสื้อฉัน เอาเข็มฉีดยาฉีดบางสิ่งบางอย่าง เข้ามาสู่
ร่างกายบริเวณเนินอกฉัน
เหมือนฉันจะได้ยินเสียง เลือนลาง......


ชีวิตใหม่ ฉันปรารถนา ชีวิตใหม่
ชีวิตใหม่ ฉัมมุ่งหาชีวิตใหม่
ชีวิตใหม่ที่สวยงาม
ชีวิตที่ไม่มี ว่างเปล่า

เสียงดนตรีบางสิ่งบางอย่าง เข้ามาสู่หูของฉัน
สายตาของฉันกำลังลืมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รอบๆด้านเป็นสีดำ
ฉันเห็นบางสิ่งบางอย่างเหมือนหน้าจอทีวี เต็มไปหมดภายในห้อง
มีเรื่องราวต่างๆที่เหมือนจะเป็นอดีต.....
ฉันเห็นนักร้องคนหนึ่งร้องเพลงออกมาจากความรู้สึก
ฉันจำได้ นักร้องเมื่อปี 2000
เอวาเจลีน.....
ฉันเห็นชีวิตของเขา
เห็นทุกอย่าง เหมือนจะจำทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับเขาได้
ชีวิตของเขาคือความรู้สึก
......ชีวิตของเขาคืออารมณ์จากเสียงเพลง
เส้นเสียงที่มุ่งสู่ความศรัทธาที่เขาเชื่อ
มันคืออะไรกันนะ......
ฉันเริ่มรู้สึกแล้วว่า สิ่งที่ฉันกำลังเห็น
มันคืออดีตชาติภพของฉัน......
นั้นคือฉันเมื่อปี 2000.....
ฉันเห็นทุกอย่างก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตาย
......เขาหลับตาเห็นนิมิตของปี คศ 2510
เห็นความเป็นไปทุกอย่าง
เห็นความสุขของมนุษย์ชาติที่มีความสุขด้วย
การดูดสารเข้าไป แทนการแสดงความรู้สึก
แทนความรัก เขารับไม่ได้ เขาหมดหวัง
ถึงสิ่งต่างๆ เขาพยายามปรึกษาคนอื่นๆ แต่ทุกคนหาว่า เขา บ้า
เขาเลยฆ่าตัวตายกลางคอนเสริตเปิดตัวซิงเกิลสุดท้าย.....
มนุษย์กำลัง หมด ความเป็นมนุษย์.......
วิทยาศาสตร์เหล่านักวิทยาศาตร์กลุ่มหนึ่ง คิดบางสิ่งบางอย่าง
เพื่อจะครองโลก.....
ทุกคน หากมีแต่เพียงความสุขจากสิ่งนั้น
ยังจะเป็นมนุษย์อีกรึ ความรู้สึก อารมณ์ สิ่งเหล่านี้แสดงถึงตัวตนของมนุษย์
ท่านทั้งหลายกำลังจะ.....ก้าวสู่ความมืดนะ.....
ความคิดต่างๆ สิ่งต่างๆที่วนอยู่ในหัวฉัน จอทีวีที่เเสดงสิ่งต่างๆ
แสดงอดีตชาติที่ฉันเป็นเอวาเจลีน แสดงสิ่งต่างๆที่เขารู้ก่อนคนอื่น
แสดงความจริงที่ฉันสงสัย
ฉันกำลังโดนทดลองสิ่งใดอยู่นะ
คุณตื่นได้แล้ว
ฉันลืมตาตื่นพร้อมเห็นนักวิทยาศาสตร์ชุดขาวคนหนึ่ง
เห็นสิ่งต่างๆแล้วใช่ไหม นั้นคืออดีตชาติภพของคุณ
พวกเขาจับคุณมาทดลองยาตัวใหม่ของเขา ยาอดีตชาติ
คุณคือความหวังของพวกเรานะ
หา
คุณยังเหลือความเป็นมนุษย์อย่างเต็มเปี่ยม

คุณ.....
พวกผมโดนบังคบโดยประธานาธิบดีโลก ให้ผลิตสิ่งที่ไร้จรรยาบรรณ
เพื่อครองโลกของเขา

คุณต้องช่วยทุกคนนะ ผมไม่รู้จะทำอย่างไร มีเพียงคุณเท่านั้นที่รอด
คุณมีความเป็นมนุษย์ที่สุด ผมจะปล่อยคุณไป คุณได้โปรดทำอะไรสักอย่าง
เพื่อช่วยให้มนุษย์กลับมาเป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว ความหวังอยู่ที่คุณ

ยังไม่ทันที่ฉันจะพุดอะไร ดูเหมือนฉันจะหลับไปอีกครั้ง
สิ่งที่โผล่มาคือกลางถนนอีกครั้ง
ฉันจำทุกสิ่งที่ฉันเจอวันนี้ได้
แต่ฉันจะทำอย่างไร
เขาให้ฉันช่วยอะไรได้

ฉันแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
ฉันจะทำสิ่งใดได้
ฉันจะช่วยโลกนี้อย่างไร
น้ำตาที่ล้นไหลออกมา......
ฉันไม่นึกว่าวิทยาศาตร์จะทำสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณแบบนี้ออกมา
เปลี่ยนแปลงโลก ......ฉันร้องไห้ ฉันจะทำอย่างไร อย่างไร อย่างไร
คุณครับ ร้องไห้ทำไมครับ สูดเอ็นโดฟินนี่สิ.........


โลกอีกภพของเอวาเจลีน ........
ทุกสิ่งยังคงความหมายเดิม
ความรู้สึกเท่านั้น.......

-M&N- special edition : Evageline world

-ยินดีต้อนรับสู่โลกคู่ขนาน ของ M&N-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

คุณครับ ตอนนี้ผมหา เอ็นโดรฟินไม่ได้
คุณพอจะรู้แหล่งของมันบ้างไหมครับ

น้ำตาผมไหลมาเกือบ เดือนแล้วครับ

ขอเอ็นโดรฟินให้ผมเถอะครับ

#1 By agaligo on 2005-09-13 15:07

ช่างคิดจังเลย shikak มะเร็งหัวใจ อยู่ในแค็ปซูล หน้ากากความสุข
เป็นมนุษย์มากกว่าเพื่อน แล้วก็น่าเจ็บปวดที่เวียนกลับไปที่เอวาเจลีนอีกครั้ง

พี่รู้สึกเจ็บปวดแปลก ๆ กับชื่อ เอวาเจลีน ของน้อง
shikak ชอบแต่ง fic จัง และแต่ละเรื่องก็น่าสนใจจัง เพราะชอบจบแบบ เหอ ๆ ๆ
ผมชอบจังเรื่องนี้..ในแงมุมนึง อาจมีคนที่ต้องการ สูดสารนั้นก็ได้ นอกจากที่จะมีชีวิต และถูกเรียกว่ามนุษย์....

#4 By วาซาบิ on 2005-09-14 16:54

เม้นก่อนเด๋วอ่าน

#5 By แพร (61.91.176.39) on 2005-09-14 17:40

ความสุข ไม่ได้ดีเสมอไป...

ความสุขที่มาจากสารที่มนุษย์สกัดขึ้น เป็นเพียงผลผลิต ที่จะทำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่อให้มีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ใจล่ะ? มันบังคับใจได้หรือเปล่า

คุณจะรู้สึกอย่างไร เมื่อริมฝีปากของคุณฉีกยิ้ม แต่ในใจของคุณกำลังร้องไห้....

คุณจะทรมานมั๊ย? เมื่อมีคนถามว่า คุณดูมีความสุขดีจัง แต่ในใจคุณปวดร้าวไปหมด...

เอ็นโดรฟิน เป็นเพียงส่วนหนี่งที่ทำให้คุณมีรอยยิ้ม แต่ถ้าคุณสูดดมมันเข้าไปเรื่อยๆ คุณจะหมดความเป็นมนุษย์ คุณจะหยุดแก้ปัญหา คุณจะเหมือนคนติดยา ที่รอคอยแต่จะพึ่งพามันอย่างเดียว...

เมื่อร้องไห้ ก็สูดเอ็นโดรฟิน เมื่อเสียใจ ก็สูดเอ็นโดรฟิน

ทั้งที่ปัญญาทั้งหลายที่เป็นต้นเหตุยังไม่คลี่คลาย คุณกลับละเลย ไม่แก้ไข หันมาพึ่งสารบ้าๆที่ทำให้คุณยิ้ม...

ทั้งที่ในใจอาจจะแตกสลายไปแล้วก็ได้...

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้บนโลกนี้จริงๆ โลกนี้คงไม่ถูกเรียกว่า "โลกมนุษย์"

เพราะเป็นสถานที่ที่มีเพียงหุ่นยนต์ที่ไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ ไร้ความรู้สึก...

แม้แต่ "ความรัก" คุณก็จะไม่ได้สัมผัสมันอีก สิ่งที่เรียกว่า "รักแท้" คุณจะไม่ได้เห็นมันอีก บนโลกนี้...

คุณแน่ใจแล้วหรอ ว่าสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก มันไม่สำคัญกับคุณ...

------------------------------------

แก๊กชอบเรื่องนี้จังก๊าก ชอบที่สุดเลย เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้นะ สุดๆ เก่งจังที่รักเรา ^____^

คิดถึงนะ เทคแคร์เสมอจ๊ะ...

#6 By Kak~ (203.113.80.14) on 2005-09-14 17:56

โลกที่เป็นอย่างนั้นคงไม่น่าอยู่อย่างแรง

แต่ ... ถึงตอนนั้นก็คงไม่มีใครสนใจหนอกเนาะ

ฟิคสนุกดีฮะ
ดีใจนะ
ที่ได้เข้ามา แล้วเห็นนายเขียนอีก
ภูมิใจนะ
สู้เค้าหละ

#8 By N.P on 2005-09-15 17:33

ไม่รู้ถ้าได้เกิดอีกทีตอนนั้นจะทำอะไร

#9 By Soup on 2005-09-16 22:10

อืมน่าสนใจ
มีก็อยากลองเหมียนกันนะ ฟิสิกส์ฉานนทำไม่ได้(โฮ)
สู้ต่อไปชิเก้!

#10 By lusiferchan on 2005-09-17 19:58

โลกที่มีแต่อารมณ์สังเคราะห์ยังงี้ ผมคนนึงแหละที่ไม่เอา

#11 By boatz (61.91.173.37) on 2005-09-19 20:13

กรี๊สสส เริ่ดค่ะ ใครจะว่าไม่รู้ แต่ชั้นชอบมากนะยะ
ไม่รู้จะวิจารณ์ยังไง รู้แต่ว่าแกเขียนดีย่ะ

#12 By ~:+: เมี้ยวฝ้าย :+:~ (203.151.140.122 /203.113.36.9) on 2005-09-19 20:25

แต่งดีอีกแล้วหละ

หึยพูมิน ทามช้านเสียตัง บอกว่าหั้ยดูเรื่องอืนนนนนน

ไม่หนุกเลย ห่วยมากๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ลงทุนเลยหนังบ้าไรฟระ

#13 By พลอย (61.91.163.14) on 2005-09-19 20:37

อืม...พล็อตดี ช่างคิดจังนะครับ

ชอบอ่าน เขียนเยอะๆ แล้วรวมเล่มเมื่อไหร่จะอุดหนุนนะครับ

#14 By เบน on 2005-09-19 21:34

งงขึ้นเรื่อยๆย่ะ *-*
ชั้นไม่อยากดูเอ็นโดรฟินเลย
มีความสุขยังไงยะ
ไม่ได้เล่นเกม *-*

#15 By nu_.-*-*-._nu on 2005-09-19 23:00

ไม่ได้มาไดชู้ตั้งนาน เพิ่งสอบเส็ด เรยได้เล่นคอม


อ่านมะรุเรื่องอีกแร้วค่ะ เหอะๆ โทดทีน๊า

miZz ชู้ที่ซู๊ดดดดดดด

#16 By กู๊ด (202.41.179.225) on 2005-09-20 18:43

อ่ะน้า มีสารเอ็นโดฟินม่ายเหงจาดีเรย แย่งงี้คนเราก้อม่ายด้ายช้ายชีวิตอย่างคุ้มค่าอ่ะจิ

#17 By มะขิ่น (203.113.80.16) on 2005-09-20 18:51

i read all story u wrote na
but i didn`t coment all
why dont u offer it to print la?
or make some hand books...
and i`ll be the first one who buy ur book la

#18 By poor24hr. (201.252.172.91 /192.168.0.142) on 2005-09-21 08:13

แต่งดีจังค่ะ -3-.......

#19 By (203.209.102.178) on 2005-09-21 11:49

จากบทของ m เรื่องเอวาเจลีนทำให้คิดถึงลิลี่ชูชูขึ้นมานิดนึง
ส่วนคราวนี้พออ่านเรื่องความสุขจากการสูดดมเอนโดฟีน
ก้อทำให้เรานึกถึงบทความกระแสสาธารณนิยมที่ต่อต้าน
นิตยาสารทางเลือกอย่างอะเดและซัมเมอร์
ประมาณว่าทุกวันนี้อะไร ๆ ก้อต้องมีความสุขมาก่อนอะ
เราอยู่บนโลกที่ความสุขสามารถขายได้
อะไรทำนองนี้

#20 By Lydia Deetz on 2007-01-31 04:27