steal
posted on 08 Mar 2006 00:21 by shikak หลายๆคนบอกผมว่า
"ผมคือนักเขียนรุ่นใหม่ที่กำลังมาเเรงตอนนี้"
บทความของผมได้ถูกนำไปเผยเเพร่ตามทึ่ต่างๆมาหมาย
ไม่ว่าจะในนิตรสาร วิทยุ โทรทัศน์
แต่ใครจะรู้บ้างไหม
ว่ามันเคยเกิดเรื่องเเปลๆเกิดขึ้นกับผม
*
*
"ผลงานของคุณไปลอกเลียบเเบบใครมารึเปล่า"
เสียงของบรรณาธิการที่ผมคุ้นเคย ผู้ที่ชมเชยผม เทิดทูลผม
ลอกเลียน.....ผมไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากชีวิตผม
ผมไม่เคยลอกเลียนใคร ผมมีความคิดเป็นของตนเอง
"มันหมายความว่าอะไรครับ"ผมถามเขากลับ
ผลงานของคุณไปคล้ายผลงานของคุณ G น่ะ
ไม่สิไม่ใช่เเค่คล้ายเเต่มัน "เหมือน"เลยล่ะ
ไม่ว่าจะพลอตเรื่อง ฉากเรื่อง ตลอดจนตัวละคร
เพียงเเค่เปลี่ยนชื่อเรื่อง ชื่อตัวละครเท่านั้น
ถ้าพูดเหมือนคุณ G เขาก็คงเป็นคู่เเค้นของผม
เราหลงรักคนเดียวกัน นั้นคือภรรยาของผม
เราเป็นนักเขียนที่ต่างทัศนคติกัน
เขาเป็นคนชอบเขียนเรื่องความรุนเเรง sex
หรือสิ่งต่างๆที่คุณเมื่ออ่านจะรู้สึกโสโครกขึ้นมาทันทีเลยล่ะ
ส่วนผมเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ความรัก ความอบอุ่น
แต่ผมยังคงสงสัยว่างานของผม ไป"เหมือน"กับงานของเขาได้อย่างไร
ผมขอดูงานของเขาซึ่งส่งให้บรรณาธิการก่อนหน้าผม
แล้วผมก็ต้องอึ้งจริงๆ เพราะมันเเทบจะเป็นเรื่องเดียวกันเลย
มันเหมือนทุกอย่าง
*
*
ผมพยายามไม่คดอะไร
บังเอิญเขาอาจจะเปลี่ยนสไตล์มา เเล้วคิดเหมือนผมก็ได้
แต่ความจริงมันไม่ใช่ยังงั้น
ตั้งเเต่นั้นมา ผมคิด ผมจะทำสิ่งใด ก็ดูเหมือนจะถูกเขาตัดหน้า
ส่งไปก่อนทุกครั้ง
ผมพยายามกะระยะส่งผลงาน กับระยะที่ผมคิดเสร็จ
พบว่า เขาส่งหลังผมคิดเสร็จไปก่อนหน้าผมไปไม่นาน
ผมไม่รูจะอธิบายมันออกมาอย่างไณ
แต่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ในตัวผม
เหมือนคุณ G จะเห็นความคิดผม เเล้วขโมยมันมา.....
*
*
ตอนนี้เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างกลับตารปัดไปหมด
ผมกลายเป็นคนไม่มีผลงาน
ส่วนเขาตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างเเพร่หลาย
ผมมักจะได้ยินคำนินทาของคนรอบๆข้งผมเสมอ
"มันถึงเวลาขาลงของเขาเเล้ว" "ได้ยินว่าเขาไปลอกเลียนงานคนอื่นมา"
สองคำนี้มันทำให้ผมแปวดใจอย่างมาก
เเต่ถ้าบรรณาธิการปฏิบัติกับผมอย่างเคยก็คงดีกว่านี้
เขาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
อาจเพราะผมหมดความสำคัญ
คนเราก็เป็นซะเเบบนี้.....
ตอนนี้ผมมีเพียงภรรยาผมเท่านั้น ที่เข้าใจ เเละยังคงให้กำลังใจผม
แต่ผมก็ไม่กล้าบอกเรื่องราวเเปลกๆนี้ให้เธอฟัง
*
*
ผมเริ่มตัดสินใจไปหาจิตเเพทย์ที่ผมไมได้หามา 2 ปี
อาจเพราะผมไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องหา
เเละผมก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขา
ผมรู้สึกว่าเขาต้องการเพียงเงินเท่านั้น
ผมเขาไปพบเขา หัวของเขายังล้าน
จนส่องประกานสะท้อนเเสงเหมือนเดิม
ผมเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง
เขาเงียบไปสักหนึ่ง สักพักเขาก็กระซิบข้างหูผมว่า
"ผมว่าคุณถูกขโมยความคิด"
ผมอึ้งไปเเปบหนึ่ง ไม่นึกว่าคำนี้จะออกมาจากคนที่เป็นหมอ
ผมถามเขาว่า เป็นไปได้ยังไง ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน วิทยาศาสตร์ก็ไม่มีสิ่งใดยืนยันได้
เขาตอบว่า จะรู้อะไรในโลกนี้ มีสิ่งต่างๆที่ลี้ลับอีกเยอะ บางอย่างวิทยาศาสตร์
ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้หรอกนะ
เเล้วผมควรจะทำยังไง
ผมไม่รู้หรอกนะว่าจะเเก้มันยังไง เเต่คงต้อง ลบความทรงจำ
ลบความทรงจำ......ผมรู้สึกเหงื่อตกเมื่อได้ยินคำนี้
คุณลบความทรงจำคนได้หรอ ?
วิทยาศาตร์จจะทำไม่ได้ เเต่ผมรูวิธีที่จะทำ
ผมว่าบางทีเขาก็ดูติ๊งต๊อง......เเต่คราวนี้เขาดูจริงจัง
เหมือนไม่ใช่ตัวเขา
คุณก็ลองกลับไปคิดดูล่ะกันนะ
ระหว่างคุณตอนนี้ที่ถูกขโมยความคิด
กับการเริ่มต้นใหม่
*
*
*
ผมนอนไม่หลับ
ผมไม่เคยนอนไม่หลับมานานเเล้ว
แต่เพราะเรื่องนี้ที่ผมต้องคุ้นคิดอยู่
ถ้าผมลบความทรงจำไป ผมคงจำภรรยา จำสิ่งที่เคยทำไม่ได้
ผมคงจะลืมสิ้นทุกอย่าง
เเต่ถ้าเป็นเเบบนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ จะต้องโดนขโมยความคิดเเบบนี้ต่อ
ผมจะเลือกอะไรระหว่างลืมคนที่ผมรัก....
กับการเขียนหนังสือที่คือความฝันของผม
สักพักคำๆหนึ่งที่ผมได้ยินเเละคิดมาตั้งเเต่เด็ก
ผมเกิดมาเพื่อเขียนหนังสือ
ผมคิดว่า ผมจะเขียนโน๊ตบอกตัวเองถึงเรื่องราวต่างๆ
เมื่อผมหลังลบความทรงจำจะได้กลับมาอ่าน
จะได้เข้าใจในตัวตนเก่าของผม
ผมตัดสินใจเเล้ว
ชีวิตผม คือ การเขียนหนังสือ
*
*
*
ผมคืดว่าผมจะไปลบความทรงจำในมะรืน
เเต่วันนั้นผมตัดสินใจไปให้จบๆ
แต่ผมก็พบความจริงที่ไม่น่าเชื่อ
มเห็นจิตเเพทย์ของผมคุยกับนาย G อยู่
ภายในโน้นมีถุงกระดาษใบใหญ่
ไม่ต้องสงสัยมันคือ เงินที่ไอ้หมอชอบ
ผมเเอบฟังเขาสองคนพูดกัน
"ฉันเเอบขโมยความคิดมัน พรุ่งนี้มันจะมาลบความทรงจำ"
"เด่วก่อนนะ ผมสงสัย ทำไมคุณต้อวงการให้เขาลบความทรงจำด้วย
คุณเก็บเขาไว้ขโมยเรื่องต่อไม่ดีกว่ารึไง"
"ฉันไม่ต้องการเรื่องของมัน ฉันขยะเเขยงความรัก ความอบอุ่น พูดตรงๆฉันเอียนจะอ้วก
อีกอย่างฉันอยากเห็นมันไม่รู้เรื่อง ไม่มีจิตตั้งมั่น อีกอย่างฉันจะได้เสียบภรรยาของมันด้วย"
เพียงผมได้ยินเเค่นี้ มันก็ทำให้ผมโกรธจนตัวสั่น ผมเข้าไปชกมัน เเละหมอชั่ว
เเล้ววิ่งออกมา
ผมได้ยินเสียงตะโกนตามหลัง
"ถึงนายไม่ลบความทรงจำ ฉันก็จะขโมยเรื่องของนายมาไม่จบสิ้น"
*
*
*
ผมกลับมาที่บ้าน
ความโกรธ ความเสียใจที่พุ่งพล่านในตัวผม
มันระบายลงมาด้วยการดิ้นกับพื้น ร้องไห้ออกมา
สักพักภรรยาของผมก็เข้ามาจับตัวผม
เขาถามว่าผมเป็นอะไร
ผมไม่รูจะทำยังไงได้เเต่ บอกเรื่องราวทั้งหมด
ภรรยาของผมเงียบไปครู่หนึ่ง
สักพักเธอก็พูดว่า "ทำไมคุณรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่าง อยู่ในตัวคุณ เเล้วคุณถึงไม่กับมันล่ะ"
ผมตอบเขาว่า "ผมไม่รูว่ามันคืออะไร ผมมองไม่เห็นมัน ผมจะสู้กับมันยังไง"
"คุณก็ลองใช้สิ่งที่มีอยู่ในตัวคุณ ที่มันออกจะมากกว่าคนอื่นๆสิ"
"อะไร"
"จินตนาการไงล่ะ"
"หา"
"ลองหลับตาดูสิ เเล้วลองจินตนาการมันเป็นตัวตนขึ้นมา
เมื่อคุณเห็นตัวตนของมัน สิ่งที่อยู่ในตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ รึอะไรก้เเล้วเเต่
จงจัดการมันซะ"
"ผมทำไม่ได้"
"คุณทำได้"
เธอจับมือผม.....บอกให้ผมหลับตา เเละจงจินตนาการสิ่งบางอย่างที่อยู่ในตัวผมออกมา
ผมเห็น ผมเห็น.......วัวตัวหนึ่งที่มันไม่มีเขา ไม่มีหนังมีเพียงสิ่งที่เหมือนศรีษะล้านๆอยู่บนหัวของมัน
ผมจะต้องจัดการมัน......ผมเข้าไปผมใช้มีดที่อยู่ๆมันมาอยู่ที่มือผมได้อย่างไรก็ไม่รู้
แต่เหมือนผมจะพยายามเเทงเท่าไรไปที่มัน มันก็ไม่โดน ทำอย่างไรก็ไม่โดน
ภรรยาผมกระซิบข้างหูผมอีกเเล้ว "คิดว่ามันโดน มันก็จะโดน"
ผมพยายามคิดว่าโดน มันก็โดนจริงๆ.....ผมคิดว่ามันตาย....มันหายไป
มันก็หายไปจริงๆ.....
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ผมคิด ถ้าจิตใจเราเข้มเเข็ง......ถ้าเรามีสติ ปีศาจ อำนาจใดๆก็ไม่สามารถจะครอบงำเราได้.......
ขอเพียงจินตนาการรูปร่างในสิ่งที่คุณยังมองไม่เห็น มันยังอยู่ในตัวคุณ
มองไม่เห็นมันใช่ไหมล่ะ ?
จินตนาการมันสิ
เเล้วจัดการมัน
ให้มันไม่สามารถมาครอบงำคุณได้อีก
ผมกลับมาเป็นนักเขียนดาวรุ่งอีกครั้ง
แต่ก็ยังคงไม่ลืมเรื่องเเปลกประหลาดนี้
คุณเชื่อไหมล่ะ ?
ใช้ได้ค่ะ แต่ดูมันเรื่อยๆไงชอบกล ตรงที่อารมณ์มันน่าจะขึ้น แต่เหมือนอารมณ์มันไปไม่ถึงไงไม่รู้ค่ะ
ส่วนหนึ่งน่าจะมากจากการเว้นวรรคแต่ละท่อนแต่ละบรรทัดด้วยค่ะ
หรืออาจเพราะชั้นง่วงด้วยค่ะ =[]=
#1 By You Know Who (58.10.210.123) on 2006-03-08 00:37