Amazing grace 2 : คนที่รักฉันที่สุด
posted on 30 Oct 2006 21:09 by shikakฉันคิดว่า
โลกนี้มันจะมีค่าอะไร
หากมันไม่มีใครสักคนที่จะเข้าใจฉัน
คนที่เข้าใจและความสำคัญฉันเท่านั้น
ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของฉัน
*
*
แม่ของฉันเสียไปด้วยโรคมะเร็ง
เมื่อครึ่งปีที่แล้ว
ตอนนั้นฉันรู้สึกหดหู่อย่างถึงที่สุด
ฉันมักจะร้องไห้ที่หัวบันไดทุกวัน
ฉันไม่รู้ว่าทำไมว่า คนที่เข้าใจฉัน
ทำไมถึงต้องมีอันหายไปเป็นทุกคนไป
ฉันเป็นคนที่เก็บกดและหดหู่ อาจเพราะฉันเป็นโรคทางจิตด้วย
ฉันเป็นโรคที่บังคับตัวเองไม่ได้ อย่างเช่น
ฉันต้องจ้องมองคนที่น่ารักที่ฉันชอบบ่อยๆ และเดินตามสะกดรอยพวกเขา
หากไม่งั้นความคิดของฉันบอกว่า ฉันจะต้องสูญเสียคนที่เข้าใจไป
บางทีมันทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้บ่อยๆ และในหลายๆเรื่อง
ล่าสุดเมื่อครึ่งปีก่อนฉันเจอคนๆหนึ่งที่น่ารักที่เรียนพิเศษ
ฉันตามจ้องเธอไปตลอดที่ไปเรียน ตลอดที่เธอพัก และเธอกลับบ้าน
จนเธอหวาดกลัวฉัน และได้ย้ายคอร์สเรียนหนีไป
แต่สิ่งที่ฉันกลัวและกระทำ มันก็ไม่สามารถที่จะหยุดการสูญเสียคนที่เข้าใจฉันได้
เพื่อนรัก
คนรักของฉัน
แม่ของฉัน
นั้นคือคนที่ฉันคิดว่าเขาเข้าใจฉัน
แต่ผู้คนเหล่านี้ได้หายไปจากชีวิตฉันหมดแล้ว
เพื่อนๆแยกไปเรียนต่อ
คนรักของฉัน เขาหมดรักกับฉัน
แม่ของฉัน เขาเสียไปด้วยโรคมะเร็ง
ตอนนี้นับได้ว่าฉันไม่มีใครแล้ว
ฉันพยายามทำร้ายตัวเองทุกครั้ง
เพราะตอนนี้ฉันไม่มีคนที่เข้าใจฉันเลย
ฉันเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได้
ฉันยังเป็นโรคทางจิต ผู้คนหวาดระแวงฉันบ่อยๆ
ฉันเกลียดพ่อ พ่อไม่เคยเข้าใจอะไรฉันเลย
ชอบบงการชีวิตฉัน ชอบพูดจาใช้แต่อารมณ์ ใส่ฉันทุกอย่าง
หาว่าฉันบ้า ต้องไปอยู่โรงพยาบาล
ความจริงฉันตั้งใจที่ฆ่าตัวตายตามแม่
ในเมื่อวันนี้ แต่ก่อนที่ฉันจะฆ่าตัวตาย
ก็มีจดหมายเชิญฉันไปที่ตึกๆหนึ่งแถวบ้านของฉัน
ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่เอาเถอะฉันว่าฉันจะฆ่าตัวตายแล้ว
ของฉันตายในที่ ที่ฉันไม่เคยอยู่
ที่ใหม่ๆของฉัน เฉกเช่นตึกๆนี้
*
*
ฉันเข้าไปในตึก ตึกนั้นเหมือนตึกสีขาวที่ดูเหมือนขาวบริสุทธิ์
ฉันเข้าไปมันมีข้อความสีแดงเลื่อนไปมาบอกว่า
ให้ฉันขึ้นไปที่ชั้น 2
ฉันตรงขึ้นไปที่ฉันสอง
เหมือนฉันจะพบภาพๆหนึ่ง
ภาพเพื่อนๆ เพื่อนรักของฉัน
แต่ดูเหมือนมันมีภาพปรากฏขึ้นไปใน
ภาพเพื่อนๆที่เข้าใจฉัน
พวกเธอคอยปลอบ และให้กำลังใจฉันเสมอ
เคยวิ่งเล่น เคยพูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน
แต่ภาพเหล่านั้นมันวิ่งเร็วเหลือเกิน
จนมันมาจบที่พวกเราแยกย้ายกันไป
และไม่ค่อยมีเวลาให้กัน
ฉันถึงกับร้องไห้ออกมาเพื่อนของฉัน
เขาก็คงมีภารกิจของเขา
ซึ่งมันก็ไม่ผิดเลยสำหรับเขา หากเขาไม่ค่อยมีเวลาให้สำหรับฉัน
ฉันคงจ้อง พลางตัดใจ และขึ้นไปที่ฉันบนต่อ
ภายในฉันบน
ฉันเห็นภาพคนรักของฉัน
ภาพในหัวของฉันเริ่มวิ่งอีกครั้ง ตั้งแต่เรายังรักกัน
แต่เขาก็รักฉันมาก แต่ดูเหมือนมันผิดที่ฉันเอง
ฉันให้เขารักฉันด้วยความสงสารในตัวฉัน
ฉันไม่น่าเล่า และเอาเขาไว้ระบายความเครียดของฉันเลย
หากฉันย้อนเวลามาได้ ฉันจะรักเขาด้วยความสุขของพวกเรา
ฉันปิดห้อง และขึ้นไปที่ชั้นต่อไป
ชั้นต่อไปยังคงมีภาพแม่ของฉันอยู่
แต่ครั้งนี้แหละที่ฉันร้องไห้โฮออกมา
คนๆนี้คือคนที่เข้าใจฉัน คอยช่วยฉันที่สุด
เธอเลี้ยงดูฉันมาด้วยความรัก เอาใจใส่
เธอคอยส่งฉันเรียนหนังสือ
คอยรักษาโรคต่างๆของฉัน
คอยให้กำลังใจฉันตอลดมา
ฉันมีอะไรมักเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด
เขาได้ตายด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว
ฉันร้องไห้โฮออกมาพลางทรุดลงไปนั่ง
สมัยก่อนฉันมักคิดว่า
ทุกคนไม่เข้าใจฉันเลย
แม้แต่คนที่เข้าใจฉันมากที่สุดดั่งได้เห็นใน 3 ชั้นนี้
บางทีฉันก็คิดว่าพวกเขาช่างไม่เข้าใจฉัน
ฉันเลิกคิดเรื่องพวกนี้พลางคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องคิด เพราะเราจะจบชีวิตตัวเองแล้ว
ฉันเดินลงไปมองที่หน้าต่าง แต่แล้วหน้าต่างกลับเปิดไม่ได้
พลางมีตัวอักษรสีแดงอยู่บนหน้าต่างว่า ให้เดินขึ้นไปชั้นต่อไป
ฉันตกใจ และคิดว่า จะมีใครเข้าใจฉันอีก ความจริงฉันก็สงสัยเกี่ยวกับ
ตึกๆนี้อยู่เหมือนกันมันช่างแปลก มันมีรูปคนที่เข้าใจฉันที่สุดได้อย่างไรกันนะ
แล้วทำไมภาพและคำพูด เรื่องราวต่างๆมันได้หมุนวนในหัวฉันอย่างรวดเร็ว
เหมือนมันอัตโนมัติ แต่เหมือนกับฉันอยากรู้ว่าทางด้านบนนั้นมีอะไรฉันถึงขึ้นไปข้างบน
ฉันขึ้นไปบนบันได พลางขึ้นไป
แต่ดูเหมือนมันจะเป็นดาดฟ้า ฉันขึ้นไปมันว่างเปล่าเหลือเกินไม่มีอะไร
แต่อยู่ดูเหมือนโลกมันจะหมุนเร็วๆขึ้น
ฉันรู้สึกเช่นนั้น
มันหมุนจนฉันปวดหัวล้มลงไป
มันเหมือนจมลงไปในความมืด
ฉันมึนหัวไปหมด
ตาของฉันลางเลือน
แต่ดูเหมือนฉันจะเห็นบางสิ่งบางอย่าง
เธอค่อยๆเข้ามาใกล้ฉัน
ดูเหมือนเธอจะเหมือนฉันทุกอย่าง
เธอเริ่มส่งเสียง
เธอพูดว่า ฉันคือคนที่เข้าใจเธอที่สุด
ฉันเริ่มสงสัยและถามเธอว่า เธอคือใครกัน
เธอกลับตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า
ฉันคือสิ่งที่อยู่ข้างในตัวเธอ
ฉันคือเสียงที่อยู่ในตัวเธอ
ฉันปวดหัวมาก และบอกกับเธอว่า
ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อน เพราฉะนั้นเธอโกหก เธอไม่ใช่คนที่เข้าใจฉันที่สุด
แต่เธอกลับบอกกลับฉันว่า
ฉันอยู่กับเธอตลอดเวลา คอยส่งเสียงบอกให้เธอทำอะไรตลอดเวลา คอยอยู่ข้างๆเธอ
ยามเธอร้องไห้ตลอดเวลา ไม่เคยห่างจากเธอไปไหน ไม่เคยทอดทิ้งเธอไปไหน
ฉันอยู่ข้างเธอตลอดเวลา ฉันรู้เรื่องเธอทั้งหมด และฉันก็คอยช่วยเหลือเธอเสมอ
ฉันยังคงสงสัย เธอคือใคร
ฉันยังคงมึนหัวไม่หาย
ฉันก็ยังคงบอกกับเธอคนนั้นว่า เธอน่ะโกหก
แต่ดูเหมือนเธอยังบอกฉันอีกว่า
ฉันเข้าใจเธอที่สุด เธอต้องมีชีวิตต่อไปนะ เพราะฉันยังคงอยู่ข้างๆเธอตลอดเวลา
เพราะฉะนั้นเธอก็ยังคงมีคนเข้าใจตลอดเวลา เธอจงจำไว้นะว่ายังมีฉัน
ฉันขอให้เธอเชื่อในคำพูดข้างในตัวเธอ เพราะนั้นคือฉัน
ฉันยังคงมึนหัว แต่ฉันก็คิดอะไรไม่ออกแล้ว
ฉันได้สลบลงไปแล้ว
และตื่นขึ้นมาอีกที ดูเหมือนฉันจะอยู่ที่โรงพยาบาล
หมอบอกว่า ฉันนอนอยู่ที่บ้านอยู่ดีๆ
ฉันก็ร้องไปมา พลางพุดว่า เธอโกหกๆ
จนพ่อต้องนำฉันส่งโรงพยาบาล
ฉันยังคงเถียงหมอว่า
ฉันน่ะไปที่ตึกๆหนึ่ง แต่หมอก็ยืนยันคำเดิมว่า
ฉันอยู่ที่บ้าน และฉันก็ตะโกนโวกเวก
ฉันมึนงง พลางนั่งคิด รึว่า ตัวเธอคนนั้น
ตัวเธอคนนั้นมันไม่ใช่ใครอื่น มันคือตัวฉันเอง เสียงข้างในตัวฉัน
คนที่คอยอยู่ข้างฉันตลอดเวลา ให้คำปรึกษาฉัน ไม่เคยหนีไปไหน
คนที่เข้าใจฉัน รักฉันมากที่สุดมันจะเป็นใครไปได้ นอกจาก
ตัวตนของฉันเอง
ฉันเข้าใจแล้ว น้ำตาของฉันไหลออกมาพลางคิด
ไม่มีใครรักฉัน และเข้าใจฉันมากกว่าตัวเองอีกแล้ว
ที่ผ่านมาฉันคอยแต่พึ่งพาคนอื่น ยึดติดกับคนอื่น กับสิ่งที่ฉันนึกว่าเข้าใจฉันมากที่สุด
แต่วันนี้ฉันพบแล้ว
ฉันต้องยืน และอยู่ในโลกนี้ ด้วยตัวฉันคนเดียวให้ได้
ฉันมั่นใจแบบนั้น
น้ำตาของฉันเริ่มหยุดไหล
แล้วข้อความในความคิดของฉันมันก็แน่นอนอยู่แล้ว
ฉันต้องทำได้แน่ เพราะฉันมีคนที่เข้าใจฉันที่สุดอยู่กับฉันตลอดเวลาเสมอ
เธอคอยส่งเสียงให้คำแนะนำฉันเสมอ เธอรักฉันที่สุด
ก็เพราะว่า
คนเราทุกคนในโลกล้วนรักตัวเองที่สุด
ไม่งั้นคนเราจะเครียด จะคอยดินรนทำไม หากไม่รักตัวเอง
และในทัศนคติเดียวกัน
คนเราทุกคนคือคนที่เข้าใจตนเองที่สุด
ฉันเข้าใจแล้ว
พยาบาลเข้ามาส่งอาหารให้ฉัน
โจ๊กใส่ไข่สีเหลืองส้มสดใส
ฉันยิ้มให้มัน
ก่อนจะพูดว่า
ฉลองให้แก่คนที่เข้าใจฉันที่สุด และรักฉันที่สุด"
เรื่องนี้ผมแต่งให้ตัวผมเอง ผมมักจะคอยคิดหาคนที่เข้าใจ และคงยึดติดกับคนอื่น ยึดติดกับสิ่งต่างๆ
และมักคิดว่า ไม่มีคนเข้าใจผมเลย แต่เรื่องนี้บอกผมแล้วไงว่า คนที่รัก และเข้าใจผมที่สุด คือตัวผมเอง
แม้ตอนนี้ผมจะทุกข์จะเสียใจขนาดไหน แต่ต่อไปนี้ ผมจะต้องยืนได้ด้วยตัวของผมเอง เหมือนกับเธอคนนี้
ในฟิคชั่นนี้
เขียนไว้นานเเล้ว ได้ฤทธิ์ลงสักที.....
edit @ 2006/10/30 21:29:06
แทนที่จะเป็นมือของคนอื่น
ให้โอกาสตัวเอง ปลอบโยนตัวเองบ้าง
แทนที่จะเป็นคำพูดของคนอื่น
ให้โอกาสตัวเอง รักและสงสารตัวเองบ้าง
แทนที่จะเป็นความรู้สึกของคนอื่น
ให้โอกาสตัวเอง เป็นกำลังใจให้ตนเองบ้าง
แทนที่จะรอความเห็นใจจากผู้อื่น
เพราะชีวิตนี้เป็นของเราเอง
ไม่ใช่ของคนอื่น
.....
คงไม่มีใคร เข้าใจเรา
เท่าตัวเราเอง
จริงมั้ยครับ
#1 By iPao on 2006-10-31 01:27