JEWEL
posted on 11 Dec 2006 01:23 by shikak
ชีวิตของผม
มันเหมือนดาวเคราะห์ที่ไม่มีแสงในตัวเอง
ชีวิตของผมดูเหมือนจะต้องการ
คำปลอบใจ การให้ความช่วยเหลือของคนอื่น
ยามผมต่อสู้กับความกลัว
ยามผมเศร้า เหงา และร้องไห้
แต่ทุกครั้งที่ผมมองอัญมณีชนิดต่างๆ
คริสตัล เพชร ไพลิน มรกต
ผมจะรู้สึกชีวิตมีความหวังอีกครั้ง
อัญมณีที่ส่องแสงแวววาว
เหมือนมันทำปฎิกริยาต่อสายตา
ผ่านเส้นเลือดสู่สมองของผม
ผมรู้สึกเหมือนการปลดปล่อย
ผมรู้สึกหายจากความเศร้าทุกครั้ง
ผมรู้สึกหลงรัก ให้ความสำคัญกับมัน
ผมรักอัญมณีเหล่านี้เหลือเกิน
*
*
นี่ผมกำลังรออะไรกัน
โปสการ์ดที่ทางอีกฝั่งส่งมา
มันทำให้ผมหมกมุ่นอยู่กับการ
นั่งจ้องมองกล้องโบราณ 3 ขา ที่ดูเหมือนจะมีอายุหลายสิบปีตัวนี้
มันเมื่อไหร่แล้วนะที่ผมรู้จักกับพี่คนนี้
พี่ที่คอยให้กำลังใจผมตลอดเวลา
พี่ที่ผมเรียกได้เต็มปากว่าเป็นพี่ชายที่ผมรักที่สุด
แม้เขาจะไม่ยอมให้ผมเรียกเขาว่า
พี่ชาย
เลยก็ตาม
*
*
ผมรู้จักกับพี่ครั้งแรกมันช่างเหมือนเหตุบังเอิญ
ผมหลงใหลในความงดงามของกล้องโบราณตัวนี้
มันถูกเก็บปิดตายไว้ในห้องเก็บของร้างที่บ้านของผม
ผมจับมันตั้งไว้ในห้องของผม
เหมือนเป็นเครื่องตกแต่งชิ้นหนึ่ง
ทุกๆวันผ่านไปเหมือนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้อง
แต่แล้ววันหนึ่ง
โปสการ์ดใบหนึ่งไม่มีการจ่าหัว
ไม่มีชื่อคนที่ส่งถึง โปสการ์ดรูปเพชรที่ส่องประกายแวววาว
มันถูกเสียบอยู่ในข้างๆของกล้องโบราณ
เนื้อความส่งมาเหมือนจะเป็นการระบาย
อะไรบางอย่าง เนื้อความรู้เลยว่าเป็นผู้ชาย
ระบายเกี่ยวกับชีวิต อายุมากแล้ว
อายุ 40 พึ่งตกงานไม่มีอะไรทำ
โทษตัวเอง ด่าตัวเองว่า ไม่มีอะไรดี หน้าไม่หล่อ อ้วน
ครั้งแรกที่ผมเห็น ผมรู้สึกแปลกใจมากกว่าที่จะอินกับเนื้อความในโปสการ์ด
โปสการ์ดนี้มันมาได้ยังไงนะ ทำไมมันถึงเป็นรูปเพรชที่ส่องประกายแวววาว
ผมอยากรู้ อันที่จริงอาจเพราะความเหงา
และความที่ต้องการหาอัญมณีที่ส่องประกายเพื่อดับความกลัว ความเศร้าในตัวผม
ผมจึงตั้งใจหาโปสการ์ดใบหนึ่ง
เพื่อเขียนถึงผู้ชายคนนี้ คนที่ส่งโปสการ์ดใบนี้มา แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง
ผมทำได้แค่เสียบมันใส่ไว้ในที่ๆมันมา
ตรงกล้องโบราณสามขาตัวเก่านี้
เนื้อความที่เขียนเหมือนการระบายกลับไป
ผมเป็นเด็กที่ใช้ไม่ได้ หมกมุ่นกับความเศร้า
ไม่หายจากโรคกลัวสูญเสียสักที
ชีวิตการเรียนล้มเหลว
ปัญหาทางครอบครัว
การเป็นเกย์
การติดคอม ติดอินเตอร์เน็ตที่แก้ไม่ได้
ผมระบายทุกอย่างลงไปในโปสการ์ดเพียงสองใบ
*
*
*
ตอนแรกผมไม่ได้หวัง
ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับโปสการ์ด
ผมไม่หวังด้วยซ้ำว่ามันจะไปถึงผู้ชายที่ส่งมันมา
เพราะผมก็ยังตกใจว่ามันมาจากไหน
แต่เหมือนน่าแปลก
วันรุ่งขึ้นโปสการ์ดที่ผมเขียนได้หายไป
และในคนนั้น โปสการ์ดใบใหม่จากชายคนนั้นก็ถูกส่งมา
เนื้อความประมาณว่า
ได้รับจดหมายฉบับนี้ได้ยังไง
ส่งมันมาได้ยังไง
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ และไม่เข้าใจกับสิ่งนี้เหมือนกัน
ผมได้แต่ตอบกลับด้วยความไม่รู้ว่า
ผมได้รับโปสการ์ดของคุณเสียบอยู่ในกล้องโบราณตัวนี้
ผมรู้เพียงเท่านี้เท่านั้น
แต่ดูเหมือนเขาจะส่งตอบกลับมาว่า
เขาก็ได้เสียบโปสการ์ดใบที่ผมได้รับ
ไว้กับกล้องโบราณตัวนี้เช่นเดียวกัน
เขาบอกว่า เขาได้กล้องตัวนี้จากแฟนของเขาซึ่งเป็นผู้ชาย
อายุมากกว่าเขา 20 ปี
ผมรู้สึกตกใจกับกล้องตัวนี้
มันคืออะไรกัน
มันทำแบบนี้ได้อย่างไร
แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ
ผมสนใจอยู่เรื่องเดียว
การหาอัญมณีของผม
*
*
ผมรู้จักกับพี่เขา
เรื่อยๆน่าแปลกที่ผมเปิดใจและเล่าเรื่องทุกเรื่องให้กับพี่คนนี้
อาจเพราะเป็นเกย์เหมือนกัน หรืออยู่ไกลกันอย่างใดก็แล้วแต่
แต่เหมือนบางสิ่งบางอย่างทำให้ผมไว้ใจเขา
และทุกครั้งที่ผมมีปัญหาผมจะส่งโปสการ์ดระบายปัญหาของผม
และทุกครั้งพี่เขาจะส่งกลับมา
และทุกครั้งผมจะรู้สึกดีขึ้นทุกครั้ง
การที่ผมคุยกับเขา ระบายกับพี่เขา
มันเหมือนการที่ผมได้สัมผัสความงดงาม ความแวววาวของอัญมณี
มันเหมือนช่วยเยียวยาตัวผม
ช่วยให้ผมหายเศร้าทุกครั้งที่ผมระบายกับพี่
จนบางครั้งผมรู้สึกจริงๆว่า
ผมรักพี่เหมือนพี่ชายของผมจริง
คำที่เขาเขียนส่งตอบกลับมา
ทุกครั้งที่เริ่มต้น เขาจะเริ่มต้นว่า
ดีตุ๊ด
มึงจะคิดมากไปทำไม
นี่มึงเอาแต่เล่นเน็ตเหรอ แล้วมึงจะมีแฟนมั้ย
วันๆไม่ทำเหี้ยไรเล่นคอม
ไม่มีใครชอบคนเศร้าหรอกสาด
คำที่พี่เขาพูดเหมือนการสั่งสอน
น่าแปลกที่มันช่วยให้ผมดีทุกครั้ง
นี่มึงลองอ่านหนังสือธรรมมะดูสิ
นี่มึงชักว่าวไม่เป็นเหรอว่ะ
มึงไปขลิบยัง
บอกแม่สิให้พามึงไปขลิบ
ไม่ขลิบแล้วมันจะเสียวมะสาด
อะดูคลิบนี้
ไอ้โรคนี้น่ะ
มึงต้องแดกยา อย่าทำเป็นดื้อไม่แดก แล้วมันจะหายมั้ย
พ่อแม่ก็มีเหตุผลของเขา เรื่องของผู้ใหญ่มึงอย่าสนใจเลย
กูก็เหียก หน้าตาไม่ดี ไม่มีงานทำ
พี่มักทำเรื่องเศร้าของผมให้เป็นเรื่องที่ตลกทุกครั้ง
และผมก็รู้สึกดีที่ได้ฟังเรื่องติดเรท เรื่องหื่นๆของพี่
แม้พี่จะอายุเยอะ จะอายุ 40 จะเหียกจะอะไรยังไง
แต่พี่มีความหมายต่อผมมากนะ
พี่ช่วยผมให้หลุดพ้นจากความเครียดมากๆทุกครั้ง
พี่เหมือนอัญมณีเหมือนแสงที่ส่องแวววาว
ในความมืดมนของผม
แต่วันหนึ่ง เมื่อความรู้สึกดีๆที่มีต่อพี่เขามันก่อตัวมากขึ้นๆ
จนผมอยากจะเรียกเขาว่า
พี่ชาย
ผมจึงส่งโปสการ์ด
ผมพยายามขอพี่เขาเป็นพี่ชาย
แต่พี่เขาไม่ยอมรับ
พยายามบอกทุกอย่าง
กูไม่มีไรดี กูรับผิดชอบมึงไม่ได้
ผมพยายามบอกว่า
ไม่ต้องทำอะไรแค่เป็นแบบนี้
แบบนี้เท่านั้นพอ แต่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว
แต่พี่เขาเขียนส่งตอบกลับมาว่า
รู้ไหมการที่มึงขอคนอื่นเป็นพี่ชายมันแปลว่าอะไร
มึงจะขอให้เขาดูแลมึง ปกป้องมึงใช่มั้ย
กูทำไม่ได้ กูไม่มีไรดี ที่คุยกับมึง
เพราะกูเหมือนเห็นภาพตัวเองในตัวของมึงสมัยก่อน
กูเอาแต่กลัวๆไปวันๆเหมือนมึง
สุดท้ายผมก็ส่งกลับไปว่า
งั้นเป็นเพื่อนก็ได้
ดูเหมือนหลังจากวันที่ผมขอเป็นพี่ชาย
พี่เขาจะได้หายไป
ไม่ส่งโปสการ์ดกลับมา
ทั้งทีผมเอาแต่เฝ้ารอ เฝ้าจับจ้องไปที่กล้องโบราณทุกวัน
เวลาผ่านไปผมก็ยังคงนึกถึงพี่เป็นพี่ชายของผม
*
*
จนวันหนึ่งหลังจากนั้น 6 เดือน
โปสการ์ดที่มีคำนำหน้าว่า ดีตุ๊ด
ก็ได้ส่งมาหาผมอีกครั้ง
ทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมดีใจมาก ผมรู้ทันทีว่าเป็นพี่เขา
รู้ได้ทันที รู้ไหมวันนั้นเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิตของผม
ที่พี่กลับมาส่งโปสการ์ดให้ผมเหมือนเดิม
มันไม่เหมือนรักแรกของผม
ที่มันจบไป แล้วมันไม่มีโอกาส
ได้พูดคุยกันเหมือนเพื่อนสนิทปกติอีก
แต่นี่เหมือนโอกาสของผม
ผมพยายามไม่พูดเรื่องพี่ชายอีก
พยายามไม่ทำตัวเครียด ลดการระบายลง
พยายามทำตัวสนุกๆเหมือนที่อยู่กับเพื่อน
แต่ผมก็กลัวพี่จะหายไปอีก
ภาพตอนพี่หายไปผมยังจำได้
ผมได้แต่ส่งโปสการ์ดไปหาพี่ทุกวัน
เพื่อให้รู้ว่าพี่ยังไม่หายไป
พี่ยังส่งดปสการ์ดให้ผมอยู่
พยายามทุกวัน
ดูเหมือนช่วงแรกมันจะเหมือนเดิม
แต่ช่วงหลังดูเหมือนพี่เขาจะพยายามบอกผมหลายๆอย่าง
ผมพยายามถามว่าพี่เห็นผมเป็นอะไร
พี่เขาพยายามบอกผมว่า คนที่ไม่เคยเจอกันจริงๆมันไม่มีความหมายหรอก กูไม่ใช่ตัวจริง
โน่นตัวจริงของมึงโลกแห่งความจริง โลกที่มึงอยู่
คนที่มึงคุยอยู่ตรงนี้
มันไม่มีความหมายอะไรหรอก
ผมพยายามบอกพี่เค้าว่า งั้นก็นัดเจอกับผมสิ
แต่พี่เขากลับบอกว่าไม่มีทาง
มึงพยายามถามกูว่ากูจะหายไปอีกมั้ย
มึงรู้มั้ยว่ามึงติดกูแล้ว
ติดคนน่ะยุ่งยากนะ มึงจะต้องเสียใจแน่นอนกูขอบอก
อย่ายึดติดเลย ชีวิตมึงยังมีอะไรอีกมาก
มึงยึดติดตัวมึงได้ ยึดติดคอม ยึดติดกู จะยึดติดห่าอะไรของมึงก็ได้
แต่มึงเอากูไปยึดติดกับมึงไม่ได้
ผมพยายามบอกว่าพี่สอนอะไรผมๆหลายๆอย่าง
แต่พี่ก็ตอบกลับว่ามา
มึงอะรู้ดีแต่ไม่ทำ
มึงอะขี้เกียจเหมือนกู
เดินได้ด้วยตัวของตัวเองได้แล้ว อายุสิบแปดแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว
นี่คือบทสนทนาก่อนที่การส่งโปสการ์ดระลอกสองจะหายไป
มันจะไม่มีการส่งโปสการ์ดแล้วใช่มั้ย
แต่พี่รู้ไหมว่า
ผมไม่เคยเสียใจเลยที่พี่พูดแบบนี้
ผมไม่เคยร้องไห้ หรือเสียใจเหมือนความรักครั้งที่ 1 หรือ 2 เลย
เพราะผมรู้ รู้ว่าพี่หวังดีกับผมทั้งนั้น
พี่ไม่เคยหวังร้ายรึต้องการอะไรจากผม
ที่พี่หายไปก็เพื่อตัดการยึดติด ตัดการรอโปสการ์ดจากกล้องโบราณของผม
เพื่อให้ผมก้าวเดินด้วยตัวของผมเอง เพื่อหนทางของการเป็นผู้ใหญ่
สำหรับพี่ พี่เหมือนอัญมณีสุดล้ำค่าของผม
ที่ส่องแสงให้ผมมีความหวังอยู่เสมอ
โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนอะไร
ทำให้เรื่องเครียดของผมกลายเป็นเรื่องหัวเราะ
เวลาคุยกับพี่เหมือนรอบๆตัวผม
มันกลายเป็นเพชรไปหมด
แก้วน้ำธรรมดาที่ผมสามารถเห็นมันเป็นกระกายแตกเป็นผลึกได้
เหมือนความหวังดี ความเป็นห่วงของพี่
ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
ผมสัมผัสได้ ผมสัมผัสได้จริงๆนะ
ผมอยากบอกพี่ก็เท่านั้น
ว่าพี่เป็นคนที่มีค่าสำหรับผม
พี่ไม่ได้ห่วย ไม่ได้เหียกอะไรเลยแบบที่พี่ว่าตัวเอง
พี่มีค่าสำหรับผมเสมอ
พี่เป็นอัญมณีที่ส่องประกายให้ผมเสมอ
ผมไม่เคยเสียใจรึร้องไห้เลย
ไม่ว่าพี่จะพูดแรง พูดอะไรขนาดไหน
เพราะผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่พี่หวังดีกับผม
และผมก็จะปีบปรุงตัว ทำตัวให้ดีขึ้น
แม้พี่จะไม่ส่งโปสการ์ดผ่านกล้องโบราณมาอีกแล้ว
แต่ผมก็ยังคงจำทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ได้
เหมือนที่เพรชไม่เคยหยุดส่องแสงแวววับ
พี่เป็นอัญมณีที่มีค่าที่สุดของผม
My precious treasure
*
*
โปสการ์ดใบสุดท้ายก่อนที่ผมจะได้รับ
มันไม่ใช่ฉบับนี้
แต่มันคือฉบับที่แนบลูกคริสตัลกลมๆสองอัน
ส่งมาด้วย ข้างในว่างเปล่า
มีเพียงคำที่บอกว่า ลาก่อนตุ๊ด
อาจหมายถึงพี่เขาได้ปิดกล้องโบราณลงไปแล้ว
แต่เมื่อผมมองลงไปในโปสการ์ดอีกครั้ง
ผมก็ต้องแปลกใจ มีวันที่เขียนไว้
18 ต.ค 2046
ผมตกใจกับปีคศ ที่ต่างกันขนาดนี้
แต่ผมก็ไม่เอะใจอะไร
จนเมื่อเช้าของอีกวันที่ผมเห็นเด็กผู้ชายข้างบ้าน
ผูกลูกคริสตัลกลมเหมือนที่พี่ส่งมา
ผมถึงยิ้มกับตัวเอง
และหัวเราะเสียงดังอย่างสุดชีวิต
มอบให้พี่คนหนึ่งที่ผมรู้จัก
แม้จะไม่ msn แล้ว
inspire : JEWEL - AYUMI HAMASAKI
ฟัง+MV : http://www.youtube.com/watch?v=cq5N1vD0Tcg
ขอบคุณบทเพลงนี้ที่อายูมิแต่งและร้องขึ้น แม้ไม่รู้ความหมาย แต่ฟังแล้วผมรู้สึก
คิดถึงพี่ตลอด ตลอดเวลาที่ผมฟังเพลงนี้ทุกครั้ง ผมจะมีความสุขครับ
ชอบค่ะ คิดได้ไงยะ
เรื่องนี้จริงใจมากค่ะ ชอบ
#1 By Yow know who (124.120.39.184) on 2006-12-11 22:48