Sirius* in the dark

posted on 04 Jan 2007 02:07 by shikak  in Star


ใครยังไม่ได้อ่าน I am a hopeless star* คลิกด้านซ้ายตรงรีคอมเมนเตด ก่อนนะครับ!!

หลังจากเกิดเหตุการสะเทือนใจ
นักเรียนสองคนในมหาลัยดาราศาสตร์
พลูโต นิสิตหญิงได้หายตัวไปอย่างลึกลับ
ดาวเคราะห์น้อย นิสิตชายได้หัวใจวายตายกลางห้องนอน
และซิริอุสผู้อาจเป็นรายต่อไป
*
*
กลางงานศพของดาวเคราะห์น้อย
เต็มไปด้วยความเศร้าสีหม่น
ภาพพ่อแม่ร้องไห้อย่างทุรนทุราย
นิสิตดาราศาสตร์นั่งก้มหน้าเงียบสงบอยู่ในโบสถ์
แต่ฉันกลับรู้สึกถึงความแปลกประหลาดของเรื่องนี้
หลายเรื่องที่กลายเป็นปมปริศนา
พลูโตได้หายไปไหน
ดาวเคราะห์น้อยหัวใจวายตายเพราะอะไร
มันคงไม่แปลกถ้ามันไม่มีสิ่งๆหนึ่งเกิดขึ้น

ประกาศจากนาซ่า

เมื่อไม่นานที่ทั้งสองเกิดเรื่องขึ้น
อีกไม่นาน ก็ได้มีประกาศของนาซ่าออกมาอย่างน่าตกใจ
พลูโตหลุดออกจากระบบสุริยะ
ดาวเคราะห์น้อยรอบดวงดาวซิริอุสได้ถูกหลุมดำดูดทำลายจนหมดสิ้น
มันเกี่ยวโยงยังไงกันนะ
ฉันนั่งคิดในโบสถ์ พลางฟังบาทหลวงกล่าวไว้อาลัย
ก่อนที่นักเรียนทั้งหมดจะเดินออกไปนอกประตู
เพื่อรับหนังสือประวัติของดาวเคราะห์น้อยที่ทางครอบครัวทำขึ้น
เป็นการปิดพิธี
ฉันเดินออกไปรับหนังสือพลางรีบเดินอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่อะไรหรอก ฉันไม่ชอบงานศพ
ฉันเกลียดสายตาอันเศร้าสร้อยของผู้คน
*
*
ก่อนที่ฉันจะออกจากงานเพื่อกลับไปที่มหาวิทยาลัย
ฉันเข้าห้องน้ำ และระหว่างที่ฉันกำลังเดินเข้าไป
สิ่งที่ฉันเห็น และตกใจอย่างรุนแรง
ซิริอุส เธอนั่งลงกองบนพื้นห้องน้ำ
ตาของเธอจ้องมองลงบนหนังสือประวัติที่ได้รับแจก
ก่อนที่เธอจะหันมา และรีบลุกขึ้นตรงรี่มาที่ฉัน
ฉันรู้สึกกลัวสายตาของเธอ ฉันตัวสั่น ตาของเธอเศร้าสร้อยอย่างแปลกตา
ซิริอุสเป็นคนสวยที่มักจะอยู่คู่กับความสดใส ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเธอแบบนี้นัก
เธอตรงรี่เข้ามาสวมกอดฉัน ทำเอาฉันตกใจ
เพราะปกติฉันกับซิริอุสไม่ค่อยสนิทกันนัก
วีนัส เธอได้จดหมายอะไรแปลกๆรึเปล่า เธอพูดพลางเสียงสั่น
ตาเธอเต็มไปด้วยความกลัว
ก่อนที่ฉันจะหันมาถามเธอว่า จดหมายอะไร
แต่ก่อนที่เธอจะตอบคำถามสิ่งที่เธอทำ
เธอตัดบทพลางแย่งหนังสือจากมือฉันออกไป
ก่อนที่เธอจะเปิดหนังสือพลิกไปพลิกมา ก่อนที่เธอจะหยุด
พลิกหน้ากระดาษไปที่หน้าที่ 63
และพร้อมกันที่เธอทำตาเคร่งเครียดพร้อมด้วยความกลัวอีกครั้ง
วีนัสดูนี่สิ
เธอชี้ไปที่หนังสือเล่มของฉัน

24th Venus เธอจะส่องแสงสวยงามบนท้องฟ้า อย่างที่เธอไม่เคยทำได้มาก่อน


ฉันนั่งอ่านข้อความ ด้วยความสงสัย
ก่อนที่ซิริอุสหยิบหนังสือของเธอขึ้นมาและเปิดหน้าที่ 90
มีเพียงข้อความภาษาอังกฤษสั้นๆว่า

24th Sirius in the dark

ฉันตกใจถึงขีดสุดเมื่อมองไปถึงข้อความของซิริอุส
อาจเพราะฉันไม่อยากให้มันเกิดเรื่องร้ายอะไรในมหาลัยอีกแล้ว
แต่นี่มันอะไรกัน มันเป็นข้อความที่ส่งมาของดาวเคราะห์น้อย
รึว่าเพราะคนแกล้งเล่นเป็นเรื่องตลก
แต่ก่อนที่ฉันจะพูดอะไร

วีนัส ฉันจะทำยังไงดี ฉันต้องเป็นรายต่อไปแน่ๆ ดาวเคราะห์น้อย เขาคงไม่ให้อภัยฉัน
ก่อนที่เขาตายเขาคงรู้ฉายาที่ฉันตั้งให้เขา และเรื่องที่ฉันทำไม่ดีกับเขามากมาย

เขาต้องการแก้แค้นฉันแน่ๆ วีนัส ฉันจะทำยังไงดี ฉันยังไม่อยากตาย
ซิริอุสพูดด้วยเสียงที่สั่นคลอน ทำเอาฉันตกใจ

ไม่แน่ มันอาจไม่ใช่เรื่องร้ายไรก็ได้ อาจมีใครแกล้งทำให้พวกเรากลัวเล่น
ฉันไม่เคยทำอะไรดาวเคราะห์น้อย
แล้วทำไมดาวเคราะห์น้อยต้องแก้แค้นอะไรฉันด้วย
ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องกลั่นแกล้งของพวกที่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก...


แล้วเราจะทำยังไงดี เกิดมันเป็นจริงขึ้นมา
ของเธอน่ะมันเขียนว่าส่องแสงมากกว่าที่เคยเป็น
มันน่าจะเป็นเรื่องที่ดี.....แต่ฉัน ฉันจะอยู่ในความมืด

ซิริอุสพูดพลางสายตาลอกแล่กด้วยความกลัว
อย่าพึ่งคิดมากอะไรเลย
เราไปถามว่าคนอื่นได้รับข้อความอะไรแปลกๆเหมือนเรารึเปล่า
แล้วค่อยๆคิดจะดีกว่า เธออย่ากลัวอะไร เรามาร่วมมือกันสืบหาเรื่องนี้กันดีกว่า

*
*
หลังจากกลับมหาลัย
ฉันและซิริอุสได้ถามนิสิตคนอื่นๆถึงข้อความแปลกๆ
แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครได้รับข้อความแปลกๆอะไรทั้งนั้น....
มีเพียงฉันกับซิริอุสที่นั้นที่ได้ข้อความแปลกๆ
ซิริอุสร้องไห้ด้วยความกลัวอยู่ในห้อง
พลางบอกคนอื่นเกี่ยวกับข้อความแปลกๆนั้น
มันก็เป็นเรื่องดีที่บอกกับทุกคน
แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน
ทุกคนต่างจ้องมองมาที่ฉัน
เพราะข้อความที่บอกว่า
เธอจะส่องแสงสวยงามบนท้องฟ้า อย่างที่เธอไม่เคยทำได้มาก่อน
ฉันไม่อาจจะบอกได้ว่า ทุกคนอาจมองว่าฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องร้ายของทั้งสองคน
*
*
วันต่อมาหลังเลิกเรียน
ฉันนั่งทำงานรายงานที่เหลือของวิชาในห้องแลป
ทุกคนกลับไปหมดแล้ว ยกเว้น ฉันกับซิริอุส
ฉันถามซิริอุสว่าทำไมยังไม่กลับ
เธอตอบกลับมา
ฉันไม่กล้ากลับบ้าน ฉันกลัว.....กลัวกลับไปแล้วฉันจะอยู่ในความมืด
เธอพูดมือของเธอสั่นๆอยู่บนตัก
จะบ้าเหรอ เธอกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฉันพูดพยายามปลอบใจเธอ

แต่เธอหันมาพร้อมตะโกนใส่ฉัน
เธอนั้นแหละบ้า วันนี้วันที่ 23 นะ พ้นเที่ยงคืน คืนนี้ไปจะเป็นวันที่ 24
คำว่า 24
th
ที่อยู่ในข้อความนั้น มันต้องหมายถึงพรุ่งนี้แน่ๆ
ฉันกลัว กลัวคืนนี้ฉันหลับตาลงไปในความมืด นอนลงไปแล้วฉันจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก

จริงของเธอในข้อความแปลกๆนั้นมี 24
th อยู่ ฉันไม่ทันสนใจอาจเพราะ
ฉันคิดว่ามันต้องเป็นการกลั่นแกล้งของคนอื่น
แต่ซิริอุสมองว่ามันเป็นฝีมือของดาวเคราะห์น้อย
แต่ก็อาจจะจริงของเธอ ความจริงฉันควรจะทำอะไรสักอย่างตั้งแต่ได้ข้อความแล้วสิ
นี่ฉันมัวแต่คิดว่าเป็นคนอื่นแกล้ง ความจริงอาจเป็นเหมือนซิริอุสว่าก็ได้
เธอเอาหนังสือที่ได้ตอนงานศพมารึเปล่า
ฉันถามซิริอุส
ก่อนที่เธอจะบอกว่าเอามา และหยิบขึ้นมาเปิดที่หน้าข้อความแปลกๆนั้น
เช่นเดียวกับฉัน ฉันหยิบหนังสือนั้นขึ้นมา
หน้าที่ 63..... หน้าที่ 90 ฉันและซิริอุสต่างจ้องมองหน้าหนังสือของกันและกัน
ก่อนที่จะพูดพร้อมกันว่า
ห้องแลป.....

หน้าหนังสือทั้งสองเป็นเรื่องเกี่ยวกับห้องแลปทั้งนั้น
ทั้งพ่อแม่ของดาวเคราะห์น้อยเป็นผู้บริจาครายใหญ่ในการสร้างห้องแลป
และเรื่องสั้นที่ดาวเคราะห์น้อยเขียนถึงดาวซิริอุสในห้องแลป
ฉันว่าคืนนี้เราเข้าไปที่ห้องแลปกันดีมั้ยซิริอุสพูดสายตากรอกไปมารอบๆ
ส่วนฉันไม่มีทางเลือก ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นอีกแล้ว
*
*
4 ทุ่มฉันกับซิริอุสแอบเข้าไปในห้องแลป
ซิริอุสขโมยกุญแจของพ่อเธอ ผู้เป็น ผอ มหาลัยนี้
เธอไม่กล้าบอกพ่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เราเข้าไปในห้องพลางเปิดไฟฉาย
ด้านบนเพดานห้องที่กว้างใหญ่นี้ยังคงเป็นดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นโมเดลจำลอง
แต่น่าแปลกที่มันดูเหมือนดาวจริงๆมากๆ
ดาวฤกษ์ที่มนุษย์คนพบแล้ว
มันมีครบหมด
โดยกระจัดกระจายตามองศาต่างๆ
โดยมีดวงอาทิตย์โมเดลจำลองขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
ก่อนที่ฉันและซิริอุสจะหันหน้ามามองกัน
พลางส่งสายตา แน่ล่ะ
เราจะเริ่มกันจากที่ไหน
แต่ก่อนที่ฉันจะถามซิริอุส
น่าแปลกที่ซิริอุสคิดได้เกี่ยวกับหน้า 63 และหน้า90

ฉันแอบไปนอนคิดทั้งคืนว่า 63 หน้าของเธอวีนัส
กับ90 หน้าของฉัน ซิริอุส มันสื่อถึงอะไร
และฉันคิดว่าคงได้คำตอบ มันคือองศาที่ห่างจากดาวทั้งสอง
โดยเริ่มจากดาวของเธอวีนัส 63 มาก่อน 90
เราจะวัดองศาที่วีนัส 63 ตัดกับซิริอุส 90


เธอบอกด้วยความมั่นใจ สีหน้าและดวงตาของเธอเปลี่ยนไปโดยทันที
แล้วเราจะวัดยังไง ฉันเอยถามเธอ
ไม่ต้องห่วงในห้องแลปมีเครื่องวัดองศาเป็นเลเซอร์แสง

และทันทีที่เธอพูด เธอก็จูงมือฉันไปที่ห้องควบคุมห้องแลปที่อยู่ด้านข้าง
ก่อนที่จะกดเครื่องไรบางอย่าง แสงเลเซอร์ยิงไป
มันไปตัดที่เก้าอี้ เก้าอี้หนึ่งตรงริมหลังห้องพอดี
เก้าอี้หลังห้องนั้นไม่เคยมีใครนั่ง
เพราะมีนิสิตรุ่นเราเป็นรุ่นแรก อาจารย์ทุกคนลงความเห็นให้ปิดส่วนนี้ไว้
เธอกับฉันเดินไปที่เก้าอี้นั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเห็นแสงเลเซอร์ตัดกัน
แล้วเราจะทำยังไงกับเก้าอี้นี้ นี่มันห้าทุ่มสี่สิบห้าแล้วนะ
เธอถามฉันอย่างลุกลี้ลุกลนเธอคงกังวล

ฉันไม่รอช้าเข้าไปแตะยกๆโยกๆที่เก้าอี้ก่อนที่จะมีเสียงดังขึ้นกลางเพดาน
ตรงดวงอาทิตย์พอดี มีบางอย่างเลื่อนลงมา
มันเหมือนเป็นห้องดำๆมืดๆ มีอะไรอยู่ในนั้นนะ ฉันอยากรู้จริงๆ
ห้องดำนั้นตกลงมาตรงกลางพื้นห้องที่เป็นพื้นว่างเปล่า
แต่ก่อนที่ฉันจะพูดถามอะไร ซิริอุสก็จูงมือฉันกระโดดข้ามวงกลมตรงกลางที่กั้นเก้าอี้
พลางกระโดดเข้าไป

วีนัส เธอเข้าไปก่อนได้ไหม ฉันกลัวน่ะ กลัวจริงๆ ห้าทุ่มห้าสิบแล้ว
ฉันไม่กล้าเข้าไปมันมืด มันจะเป็นอย่างที่ข้อความแปลกๆของฉันบอกรึเปล่า

เธอพูดด้วยความกังวล แค่เอาเถอะฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วไหนๆก็มาแล้ว
ฉันจึงตรงเข้าไปในห้องดำนั้น
มันดูเหมือนกล่องใหญ่ที่ทำด้วยกระจกเงาสีดำ มากกว่าห้องที่ทาสีดำ.....

ฉันเปิดประตูเข้าไป
ข้างในมีแต่ความมืด ฉันมองไม่เห็น
ฉันเริ่มควักไฟฉายออกมาจากกระเป๋ากางเกงเริ่มฉาย
และสิ่งที่ฉันเห็น.....
ฉันตกใจถึงขีดสุด
ปั้ง เสียงอะไรบางอย่างดังมาจากข้างหลัง
ซิริอุส ซิริอุส เธอๆอยู่ไหนๆ
ฉันตรงไปที่ประตูแต่ประตูได้ล็อคเสียแล้ว
และทันใดนั้นเองที่มีแสงความร้อนบางอย่างตรงสู่ออกมาจากด้านบน
มันคือแสงจากโมเดลแบบจำลองดวงอาทิตย์ แต่มันร้อนมาก
ร้อนเหมือนแสงแดดที่แผดเผา

ห้องที่เคยกระจกดำมืดกลับกลายเป็นห้องที่สว่างไสว
อย่างที่เธอเห็นล่ะวีนัส ตอนพิธีปฐมนิเทศซึ่งมีเหตุต้องเลื่อนไปจัดกลางเทอม
เธอจำได้มั้ยที่ให้นิสิตทุกคนนั่งตามเก้าอี้ต่างๆตามองศาต่างๆของดาว
ระหว่างนั่นแหละในห้องแลปนี้ได้มีพิธีเกิดขึ้น
พ่อของฉันได้ทำพิธีจุติยึดติดชีวิตนักเรียนทั้งหมดกับดวงดาวตามฉายาของแต่ล่ะคน

มันอะไรกัน ซิริอุส พ่อเธอทำอะไรของเธอ ฉันยังไม่หายตกใจ เสียงของฉันสั่งและแห้ง
ตัวของฉันเริ่มร้อน ห้องกระจกดำเริ่มร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ มันหมายถึงถ้าดาวที่ผูกติดวิญญาณกับคนดวงนั้นเป็นอะไรไป
คนๆนั้นก็ต้องเป็นไปด้วย


มันเป็นไปได้ยังไงกัน อีกอย่างทำแบบนี้แล้วได้อะไรขึ้นมาฉันพูดด้วยเสียงสั่นคลอ
ก็จะได้ข่าวสารที่รวดเร็วขึ้นยังไงล่ะ และมันจะตามมาด้วยชื่อเสียง เงินทอง เกรียติยศ
อย่างที่ตอนพลูโตหายไป พ่อฉันนี่แหละที่เป็นคนไปแจ้งข่าวที่นาซ่า


แล้วเธอทำอะไรของเธอ ฉันร้อนจะตายอยู่แล้ว ช่วยฉันด้วย
ฉันตะโกนสุดเสียง เหงื่อฉันออกท่วมตัว
พ่อฉันน่ะ ไม่ยอมบอกความลับเรื่องนี้กับฉัน
จนฉันรู้เองด้วยคืนที่พ่อเข้ามาทำงานทีนี้ แล้วฉันตามเข้ามา
พ่อบันทึกทุกอย่างไว้ในคอมพิวเตอร์ให้ห้องควบคุม
คืนต่อมาฉันแฮคระบบเข้าไป ทำให้ฉันทราบความลับทุกอย่าง


อะไรกัน แล้วที่ดาวเคราะห์น้อย....
ใช่ ฉันเป็นคนส่งรูป และข้อความเกี่ยวกับพิธีนั้นให้ดาวเคราะห์น้อย
ก่อนที่เขาจะหัวใจวายตาย

เพื่ออะไร เขารักเธอนะ เธอทำอย่างนั้นเพื่ออะไรกัน
เพื่ออะไรนั่นเหรอ เพื่อทดสอบยังไงล่ะ ยังไงมันก็หมดประโยชน์กับฉันแล้ว
ในข้อมูลของพ่อเขียนไว้อย่างละเอียดว่า ชีวิตที่ยึดติดกับดวงดาว
จะแสดงออกมาตามปรากฏการณ์ใหม่ๆของดาวดวงนั้นนั่นคือยามปกติ
และในทางกลับกัน
ชีวิตนั้นก็จะเชื่อมโยงกับดาวดวงนั้นแต่มีข้อแม้
ในเมื่อชีวิตนั้นรู้ความลับเรื่องพิธีนี้เท่านั้น
ชีวิตนั้นก็จะเชื่อมโยงแสดงผลกับดวงดาวนั้นเช่นกัน
และแน่นอนฉันทดสอบโดยเขา ทำให้เขารู้ความลับ
แต่โชคดีที่ฉันไม่ต้องลงมือเขาก็ช็อคตายไปเอง
ทำให้ดาวเคราะห์น้อยรอบๆซิริอุสได้ถูกหลุมดำดูดไปจริงๆ
นั่นแสดงถึงในข้อมูลที่พ่อเขียนไว้มันเป็นจริง


แล้วเพื่ออะไรล่ะ เธอทำไปเพื่ออะไร ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ เธอมันไม่ใช่คนแล้ว

ฉันพูดเสียงของฉันเริ่มหายไป อุณหภูมิในกล่องกระจกดำนี้กำลังเผาร่างกายฉัน
เพื่ออะไรน่ะเหรอ ยามที่ชีวิตที่ผูกติดนั้นตาย ชีวิตนั้นจะถูกส่งไปอยู่ที่ดาวดวงนั้น
และฉันเองก็ต้องไปดาวซิริอุส
ฉันต้องการเป็นดาวดวงเดียวที่ส่องแสงให้โลกเห็นเท่านั้น
ไม่ว่าจะการมองด้วยตา รึ การส่องกล้องขึ้นไปดู
เธอเข้าใจใช่มั้ย ฉันจะส่องสว่างอยู่คนเดียวในท้องฟ้าในโลก
เธอคิดดูสิมันจะสวยงามขนาดไหน


เธอมันบ้า เธอสวยน่ารักขนาดนี้มันยังไม่พอใจเธออีกรึไง
แน่นอนเพราะมีคนสวยน่ารักแบบแกอยู่ด้วยไงล่ะ
ยามดาวดวงอื่นๆอยู่ด้วยกันบนท้องฟ้ามันจะแย่งบดบังรัศมีของฉัน
ฉันต้องการจะเป็นดาวดวงเดียวบนพื้นฟ้าสีดำนั้น เป็นดวงดาวที่ส่องประกายดวงเดียวในความมืด

Sirius in the dark ไงล่ะ
เธอ....มัน.....ชั่ว
ฉันเริ่มพูดไม่ไหว ร่างกายฉันติดเต็มด้วยไฟ ฉันกำลังถูกเผาจนตาย
เธอก็เช่นกัน คืนนี้เธอได้ส่องแสงสวยงามอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
และแน่นอนอีกไม่กี่วัน นาซ่าจะประกาศว่าดาววีนัสได้ระเบิดเปล่งแสงสวยงามบนท้องฟ้า
ฉันใจดีกับเธอขนาดไหนที่ให้เธอได้เปล่งประกายตอนตาย
ต่างจากดาวเคราะห์น้อยนั้น และเช่นเดียวกับดาวอื่นๆต่อจากนี้
เอ๊ะฉันจะทำลายดาวดวงไหนต่อดีนะ
เจ้าอ้วน ฉายากลุ่มดาวไถนั่นดีมั้ย ฮ่าฮ่า

หน้าตาที่สวยงามของซิริอุสยามนี้ช่างดูบูดเบี้ยวอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน กับเสียงหัวเราะชั่วร้าย

ฉันไม่ไหวแล้วร่างกายของฉันกำลังละลาย
ฉันพึ่งรับรู้ถึงความโลภของมนุษย์
มีเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ
สวยเท่าไหร่ เก่ง รวย เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ
ยังมีความโลภอยากได้มันอีกเรื่อยๆ
ไม่มีวัน จบสิ้น สินะ ความโลภ ความต้องการของมนุษย์เรา
มันช่างน่าเศร้านัก

อีก 2 วันต่อมา ได้มีประกาศจากองค์การนาซ่า
เรื่องดาววีนัสได้ระเบิดเปล่งรัศมีอย่างสวยงามที่สุด
อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนที่จะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ

ตอนแรกว่าจะเเต่งเเต่ I am a hopeless star*
แต่ด้วยอ่านเรื่อง hopeless หลายๆรอบ มันเหมือนขาดๆอะไรไป
ก็หวังว่าเรื่องซิริอุสอินเดอะดาร์กนี้จะช่วยให้กระจ่างขึ้นนะครับ

อ่าเฮ้ยนี่ผมเริ่มต้นปีนี้ด้วยเรื่องที่มืดมนแบบนี้เลยเรอะ.....
อ๊างไปดูดวงมาเมื่อเดือนตุลา

ป้าหมอแม่นหมดทุกอย่างเหลือเรื่องเดียว
ป้าหมอดูได้ภายใน 6 เดือน
ป้าหมอบอกว่าจะได้เจอความรักกับชายอายุมากกว่าอย่างน้อย 5 ปี ผิวขาว สูง

กระผมอายุ 18 มากกว่า 5 ปี ก็23 ขึ้น = ="
รออยู่นะครับ คุณเนื้อคู่......คุณผู้ใหญ่คร๊าบบบ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สะใจสุด ๆๆๆๆๆๆ

ดีมาก ๆๆ ว่ะ ไอ้พูมิน แกพัฒนาขึ้นมาไกลมาก ๆๆๆ แล้วนะ รู้ตัวป่าว
ตั้งแต่ตอนแรกที่ชั้นได้อ่านบล็อคแก แล้วชั้นติเละไม่มีชิ้นดีอ่ะ
ถึงตอนนี้ มันสุดยอดจิง ๆๆ ชั้นชอบเรื่องภาคต่อนี้มาก ๆๆ อ่ะ

แกทำให้ชั้นงง ในภาคแรก และมาเฉลยในภาค 2 แบบคลี่คลายปมได้เคลียร์อ่ะ
ชั้นว่าที่แกฝันไว้คงไม่ไกลแล้วล่ะ อนาคตแกคงได้อย่างที่ฝันไว้แน่ ๆๆ ล่ะ


...รักแกนะเว้ย...

ด้วยรักและปังตอ
...กูเอง...

#1 By ก๋วยจั๊บ~dancer~ (203.113.37.10) on 2007-01-04 22:22


เขียนได้ดีขึ้นเยอะเลยฮะ แอบต้องมีย้อนกลับไปอ่านไล่เรียงลำดับบ้าง
นิดหน่อย ( ตามประสาคนแก่ขี้ลืมอย่างผมอ่ะน่ะ -*- )

เป็นกำลังใจให้ .... สู้ๆเน้อ ....

"ฉันพึ่งรับรู้ถึงความโลภของมนุษย์
มีเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ..."

ชอบย่อหน้านี้อ่ะ

แต่งได้ดีเช่นเคยนะ

#3 By boatz (58.8.115.212) on 2007-01-07 17:23

ชื่อประจำตัวเองก็มาจากนี่ซินะ

แต่งต่อขยายความได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัวครับ ทั้งแฝงแง่คิด เสียดสีสังคม และใช้การ metaphor ได้อย่างน่าสนใจมากมายครับ