Invisible star*
posted on 11 Jan 2007 22:17 by shikak in Star
ใครยังไม่เคยอ่าน I am a hopeless star* กับ Sirius* in the dark คลิกด้านซ้าย
ตรง Recommended ก่อนนะครับ!!
ถ้าหากชีวิตของฉัน
เป็นดั่งดวงดาว อย่างที่ทุกคนที่มหาลัยเป็น
ฉันก็คงเป็นดวงดาว
เป็นดวงดาวที่ไม่มีใครมองเห็น
*
*
ฉันรู้สึกปวดหัวบ่อยๆในช่วงนี้
ไปหาหมอเพื่อวัดไข้ และดูอาการทุกครั้ง
หมอจะบอกฉันเสมอว่า
อุณหภูมิของเธอสูงขึ้นอีกแล้วนะ
มันเป็นเช่นนี้เรื่อยไป
เช่นเดียวกับตอนนี้
อุณหภูมิร่างกายฉันอยู่ที่ 45 องศา
มันไม่ยอมลด
ฉันไม่อาจทราบได้ว่าฉันเป็นอะไร
รู้เพียงถึงความทรมาน
ความร้อนในร่างกาย
มันเริ่มขึ้นตั้งแต่หลังพิธีปฐมนิเทศ
แล้วดูเหมือนมันจะไม่มีทางหยุด
มันเหมือนจะหลอมละลายฉันเข้าไปทุกทีๆ
แต่มันก็คงไม่มีค่าอะไรหรอก
ในเมื่อตอนนี้ฉันก็แทบไม่เหลืออะไรแล้ว
ครอบครัวที่ตายไป เพราะเครื่องบินตก
เพื่อนที่มี แต่มันก็เหมือนไม่มี
เพราะฉันไม่สบาย ฉันออกแรงเยอะไม่ได้
ฉันทำได้เพียงนั่งเรียนไปวันๆ
เพื่อนที่ฉันเคยพูดคุยเล่นด้วยได้
ก็กลับกลายเป็นทิ้งฉันไว้ในความมืดเพียงคนเดียว
เพื่อนที่ฉันเคยสนิทที่สุดก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ
วีนัส เธอเท่านั้นที่ยังคงดูแล และสนใจฉัน
แต่เธอได้หายสาบสูญไปหลายอาทิตย์แล้ว
ตอนนี้ชีวิตฉันเหมือนไร้ซึ่งความหวัง
เป็นดวงดาวที่มองไม่เห็น
*
*
เช่นเดียวกับ
สถานการณ์ในตอนนี้
ทุกคนกำลังหวาดกลัว
กลุ่มดาวไถ ชื่อฉายาของนิสิตชายคนหนึ่ง
ได้หายสาบสูญไป
พร้อมกับประกาศของนาซ่าอีกครั้ง
กลุ่มดาวไถได้ถูกหลุ่มดำดูดเข้าไปจนหมดสิ้น
มันเป็นเช่นนี้อีกครั้ง
เช่นเดียวกับ พลูโต ดาวเคราะห์น้อย และเพื่อนของฉัน วีนัส
สร้างความมึนงง และความกลัวให้กับนิสิตทุกคน
เช่นเดียวกับวันนี้ฉันก็นั่งเรียนอยู่ในห้องแลป
แถวที่ใกล้ติดจุดกึ่งกลางแถวที่2
พร้อมกับที๋ฉันตัวร้อน
ฉันหงุดหงิดเหลือเกิน
บางทีฉันก็อยากจะตายๆไปซะให้จบเรื่อง
จบความเจ็บปวดนี่ไปเสียที
ฉันปวดหัวจนทนไม่ไหว
ได้แต่ลุกจากที่นั่ง
แล้วมานั่งลงบนพื้น และนั่งพิงเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่เมื่อกี้
พลางเคลิ้มหลับไป
*
*
ฉันตื่นมาอีกที
รอบๆตัวในห้องแลปยังเต็มไปด้วยความสว่างไสว
นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนะ
ฉันคิดพลางมองลงไปที่ข้อมือ
สามทุ่มแล้ว
นี่เพื่อนที่นั่งเรียนกับฉัน
ไม่คิดจะปลุกฉันกลับบ้านเลยรึ
ทุกคนเห็นฉันเป็นดวงดาวที่มองไม่เห็นจริงๆ
ฉันถอนหายใจ
พลางจะลุกขึ้น
แต่สิ่งที่ฉันจะต้องตกใจก็คือ
ซิริอุส
ฉันเห็นซิริอุส
ซิริอุสมาทำอะไรเอาตอนสามทุ่มนี่
ที่ทุกคนกลับกันหมดแล้ว
ฉันเหลือบลงไปที่เก้าอี้อีกครั้ง
เพื่อไม่ให้เธอเห็น
แต่สิ่งที่อยู่ต่อหน้า
กระจกดำที่เป็นโซ่ต่อมาจากในดวงอาทิตย์
มันคืออะไรกัน
แต่ที่น่าตกใจที่สุด
ใครบางคนกำลังอยู่ในนั้น
ฉันตื่นตกใจกลัวถึงขีดสุด
เสียงร้องความช่วยเหลือของคนภายในกระจกดำ
และการสนทนาของคนสองคน
ซิริอุสได้พูดถึงการเชื่อมโยงวิญญาณของนิสิตทุกคนเข้ากับดวงดาว
ตลอดจนเรื่องราวต่างๆที่เธอเคยทำมาก่อน
จนถึงการที่เธอได้เปลี่ยนให้มาร์สได้กลายเป็นเป้าที่สืบทอด
เพื่อที่จะทำลายดาวมาร์สให้สิ้นซาก
ช่วยฉันเถอะนะ ซิริอุส ฉันจะไม่บอกใครเรื่องนี้จริงๆ
ฉันจะช่วยเธอ หากเธอยอมไว้ชีวิตฉัน
เสียงๆหนึ่งจากข้างในกล่อง พูดตะโกนออกมาสุดเสียง
ก่อนที่ซิริอุสจะบอกกลับไปว่า
ฉันไม่ต้องการผู้ช่วย ฉันไม่ต้องการดาวดวงใด
ที่จะมาเทียบรัศมีฉันบนท้องฟ้า ฉันจะเป็นดวงดาวดวงเดียว
ที่ส่องแสงสว่างไสวอยู่บนท้องฟ้าสีดำ ลาก่อนนะ มาร์ส
เธอคือมาร์ส
ก่อนที่เธอจะหวีดร้องอย่างสุดชีวิต
เธอกรี๊ดออกมาสุดเสียง
ก่อนที่จะไม่ได้ยินเสียงเธออีกแล้ว
ฉันหอบหายใจดังด้วยความตกใจ
พลางรู้สึกว่าตัวของฉันเริ่มร้อนขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง
ซิริอุสนี่เองคือตัวการของเรื่องทั้งหมด
แต่ก่อนที่จะทำอะไร
สิ่งหนึ่งที๋ฉันต้องทำในตอนนี้ก็คือ
การหนีเท่านั้น
ฉันพยายามค่อยคลานๆหนี
ไปที่ประตูตรงกลางทางด้านซ้ายสุด
แต่เมื่อฉันถึงหน้าประตูสิ่งที่ฉันเจอก็คือ
ประตูได้ถูกล็อค
มีเพียงประตูทางด้านหน้าเท่านั้นที่เปิดออก
ฉันจะรอให้ถึงตอนเช้าก็คงไม่ได้
เพราะห้องนี้จะถูกล็อคจากภายนอก
แล้วหากฉันยังอยู่ในนี้
พรุ่งนี้เช้าห้องนี้จะเปิดในคาบเรียนเช้าพอดี
ก็ต้องมีภารโรงและนิสิตคนอื่นมาเห็น
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นแล้ว เรื่องนี้คงเข้าหูซิริอุส
แต่ก่อนที่ฉันจะทำอะไร ฉันก็คิดแผนการที่จะหนีออกไป
หลังจากนั้นฉันก็โยนรองเท้าที๋ฉันใส่ข้างหนึ่งอยู่
โยนไปที่ทางด้านหลัง
ไม่ใช่อะไร เพื่อล่อจุดสนใจของซิริอุสให้ไปด้านหลัง
เป็นตามแผนฉัน
หลังจากที๋โยนรองเท้า
ซิริอุสเดินอ้อมจากทางด้านขวาค่อยๆเดินขึ้นไปที่ๆรองเท้าของฉันตกกระทบ
ใครกันอยู่ตรงนั้น ซิริอุสตะโกน
ก่อนที่ฉันจะค่อยๆเดินลอดมาทางซ้าย
เพื่อไปที่ประตูหน้า
ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า แค่อยากรู้ว่าเป็นใคร ออกมาเถอะ
ซิริอุสยังคงเดินและเพ่งจุดสนใจไปที่ตำแหน่งรองเท้า
เช่นเดียวกับฉันที่กำลังจะเดินออกไป
ค่อยๆใกล้ตำแหน่งประตู
แต่ตอนนั้นเองที่มีมือมาสัมผัสที่หลังของฉัน
ซิริอุส....
ยูเรนัส เธอมาทำอะไรที่นี่
แต่ก่อนที่ฉันจะทำอะไรสิ่งเดียวที่ฉันทำคือ
หยิบรองเท้าอีกข้างขึ้นมา
แล้วตบหน้าไปที่ซิริอุสอย่างรุนแรง
ก่อนที่ฉันจะวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต
ฉันวิ่งออกมา ตัวของฉันร้อนๆขึ้นทุกๆที
แต่น่าแปลกที่ซิริอุสไม่ตามฉันออกมา
เพราะอะไรกัน ฉันไม่อาจทราบได้
ฉันวิ่งด้วยความเหนื่อยหอบ และความร้อนก่อนที่จะไปที่หอของฉัน
*
*
ฉันอยู่ที่มหาลัยอีกครั้ง
ฉันหวังว่าเช้านี้ มันต้องเป็นเช้าสุดท้ายที่ฉันจะเรียนอยู่ที่นี่
ฉันต้องการจะหนีทุกสิ่ง
ทั้งซิริอุส ทั้งการยึดติดชีวิตอะไรนั่น
แต่ฉันก็พอจะทราบถึงสถานการณ์ตอนนี้
บางทีฉันก็อยากที่จะแก้แค้นให้กับวีนัส
เพื่อนคนเดียว และดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่มองเห็นฉัน
ฉันอาจจะต้องเดิมพันอะไรสักอย่าง
กับเธอ กับซิริอุส
แต่ก่อนที่ฉันจะทำอะไรนั่น
เธอ ซิริอุส เธอก็เข้ามาที่ด้านหลังของฉัน
เธอค่อยๆจับที่หลังฉัน
ฉันรู้สึกถึงความเย็นในตัวของฉัน
ทั้งๆที่อุณหภูมิของฉันมันร้อนจนจะไม่ไหวแล้ว
เธอค่อยๆเอาปากเข้ามาใกล้ที่ใบหูของฉัน
ยูเรนัส ฉันเข้าใจเธอนะ กับสิ่งที่เธอเห็น
แต่ไม่ต้องกลัวอะไรหรอก จำวีนัสเพื่อนของเธอได้มั้ย
เธอยังมีชีวิตอยู่ ฉันขังเธอไว้ในห้องแลป
หากเธออยากได้เพื่อนของเธอให้มีชีวิตอยู่
ก็มาเอาเพื่อนของเธอไปซะ ตอนสามทุ่มในห้องแลป
ไม่เช่นนั้น วีนัสเพื่อนของเธอจะต้องเป็นดั่งมาร์สนั่นแหละ
ก่อนที่เธอจะเดินจากไป
แต่ฉันรู้ รู้ว่าวีนัสได้ตายไปแล้ว
แต่สิ่งที๋ฉันจะทำ
ก็คือการเดินพัน
ฉันจะแก้แค้นให้วีนัส นั่นคือสิ่งหนึ่งในใจของฉันคิด
ฉันจะไปตามนัดของเธอ
ไปเพื่อเดิมพัน
ฉันรู้ว่าฉันไม่มีทางที่จะชนะ
แต่ฉันก็ไม่มีทางที่จะ แพ้
*
*
ฉันเตรียมปืนสั้น
มันคือสิ่งที่ป้าของฉันได้ให้กับฉัน
ก่อนที่ป้าจะส่งฉันเข้ามาเรียนที่นี่
เข้ามาอยู่หอที่นี่
ป้าบอกว่าไว้ใช้ยามที่จำเป็น เพื่อป้องกันตัว
ฉันใส่มันเข้าไปที่กระเป๋า
ก่อนที่ฉันจะเข้าไปในห้องแลป
น่าแปลกที่วันนี้ประตูห้องแลปเปิดแง้มอยู่
แต่ก่อนที่ฉันจะเดินเข้าไป
ฉันรู้สึกถึงอันตรายที่จะเกิด
ซิริอุสต้องดักอยู่ข้างในแน่ๆ
เธอน่าจะปิดฉากฉันตั้งแต่แรกที่ย่างเก้าเข้าไป
แต่ก่อนที่ฉันจะเสี่ยงโชค
เธอจะดักฉันอยู่ทางไหน
ทางซ้าย รึ ทางขวา
ฉันขอเลือกทางซ้าย
ฉันเดิมพันทางซ้าย
ก่อนที่จะหยิบปืนจากในกระเป๋า
หยิบมันขึ้นมา
ฉันได้เดินเข้าไป
และหันมาทางซ้ายอย่างรวดเร็ว
พลางรันปืน
ปึก
แต่โชคช่างไม่เข้าข้างฉัน
เหมือนที่ทุกคนมองไม่เห็นฉัน
ซิริอุสดักอยู่ทางขวา
เธอทุบหัวฉันอย่างแรงด้วยอะไรบางอย่าง
ก่อนที่ฉันจะสลบไปพร้อมกับความร้อนที่มันไม่ยอมสงบในตัวฉัน
*
*
*
ฉันตืนขึ้นมา
แต่ก่อนที่ฉันจะทำอะไร
ฉันขยับตัว
แต่รอบๆข้างของฉันเป็นสีดำ
แน่นอนฉันอยู่ภายในห้องสีดำ
และฉันก็รู้ผลเดิมพันของฉันแล้วล่ะ
และทันใดนั้นเอง
ยูเรนัสเป็นยังไงล่ะ
ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเธอจะกล้ามาตามนัดของฉัน
รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าคนอย่างเธอ จะมาสู้อะไรกับคนอย่างฉันได้
ฉันเงียบฉันไม่ตอบโต้เธอ
แต่เพราะอะไร ฉันไม่สามารถกลั้นเสียงหัวเราะได้
ฉันหัวเราะออกมาเต็มเสียง
ฮะฮะฮะ
เธอหัวเราะอะไร ซิริอุสถาม สีหน้าของเธอยังคงเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ไม่มีอะไร ฉันแค่หัวเราะ เพราะเธอไม่มีทางที่จะชนะฉัน
ฮ่าฮ่าฮ่า
อะไรของเธอ ไม่มีทางแพ้อะไรกัน จะตายอยู่แล้วยังปากดี
ฮ่าฮ่าฮ่า
ฉันได้แต่หัวเราะ ฉันกลั้นมันไม่อยู่
พร้อมกับที่ซิริอุสพูดออกมา
งั้นก็ตายซะเถอะ
หลังเธอพูด เธอไม่ได้ทำอะไรมากมาย เพียงแค่กดสวิตอะไรบางอย่าง
ความร้อนในห้องกระจกดำก็บังเกิด มันร้อนขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนกำลังจะแผดเผาฉัน
ก่อนที่ฉันจะตาย ฉันอยากจะบอกอะไรเธอสักอย่าง
ในเมื่อฉันแพ้เธอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะชนะฉัน
ความจริง เราเสมอกันต่างหาก พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของฉัน
มันร้อนขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิในห้องเริ่มจะมากกว่าอุณหภูมิในร่างกายฉันแล้ว
ฉันกำลังจะถูกเผาจนตาย
อะไรของแก แกจะตายอยู่แล้ว ฉันต่างหากที่ชนะ ฉันยืนดูแกตายอยู่ตรงนี้
รู้มั้ย ฉันน่ะเป็นดวงดาวที่มองไม่เห็นทั้งภายนอก
และทั้งบนท้องฟ้าสีดำนั่นด้วย
ความร้อน ไฟมันเผาฉัน ฉันเริ่มรู้สึกเบลอๆ
อะไรของแก หยุดพูดแล้วนอนตายไปซะเถอะ
ความจริง ฉันไม่ได้มีฉายาว่ายูเรนัสหรอก
บ้า ทุกคนเรียกแกว่ายูเรนัส
ความจริงในวันนั้น วันที่ทำพิธี
ความจริงฉันนั่งอยู่ที่ตำแหน่งยูเรนัส
แต่หลังจากนั้น ตอนเริ่มพิธี ฉันย้ายที่นั่ง
และไปนั่งอยู่ที่ตำแหน่ง
ตำแหน่งของ โลก
ที่นั่งนั้นว่าง ไม่มีคนมานั่งเลยสักคน
ซิริอุสถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินสิ่งที๋ฉันพูดออกไป
อะไรกัน ทำไมไม่ใครเห็น เป็นไปได้ยังไง
มันก็เป็นไปแล้วไงล่ะ ฉันเข้าใจทุกอย่างหลังจากที่ได้รู้ความจริงจาก
ปากของแก รู้ไปถึงว่าทำไมร่างกายของฉันถึงได้ร้อนเอาๆ
อุณหภูมิถึงได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะชีวิตของฉันได้ยึดติดกับโลกยังไงล่ะ
โลกค่อยๆร้อนขึ้นทุกๆวัน เพราะผู้คนมัวแต่เห็นแก่ตัว มัวแต่มองว่าโลกให้อะไรกับเรา
แต่พวกเขาต่างหากที่ไม่เคยมองว่า เราให้อะไรกับโลก ก็เท่านั้น มันก็หมายถึง
โลกต่างหากล่ะ คือดวงดาวที่ไม่มีใครมองเห็น ก็คือฉันยังไงล่ะ
ฉันผู้ไม่มีใครมองเห็น
เพราะไม่มีใครสนใจยังไงล่ะ
หน้าของซิริอุสซีดเผือก
เธอรีบออกมาจากห้องกระจกดำเดี๋ยวนี้
บานกระจกที่ 3 ริมสุดสามารถใช้กำลังให้แตกได้
และนั่นจะทำให้กระจกบริเวณนั้นแตกไป
เธอรีบออกมาเร็วเข้า ก่อนที่เธอจะถูกเผาตาย
ฉันหยุดสวิตที่ทำงานของคลื่นความร้อนภายในห้องไม่ได้
มันจะทำงานให้ครบ 15 นาทีทุกครั้ง รีบออกมาเร็วเข้า
ซิริอุสหน้าซีดเผือก สีหน้าและเสียงไม่เหมือนกับที่เธอพูดทุกครั้ง
ฉันไม่ออกหรอกฉันพูดพลางน้ำตาไหล
ทำไมกัน ออกมาเร็วเข้า หากเธอไม่ออกมา โลกใบนี้
ก็จะแตกสลาย อุณหภูมิจะร้อนขึ้นจนควบคุมไม่ได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนบนโลกนี้กำลังจะตายนะ
แล้วทำไมล่ะ ในเมื่อทุกคนที่ฉันเจอ ยังไม่เคยที่จะมองเห็นฉัน
แล้วทำไมฉันถึงจะต้องทำเพื่อทุกคนด้วย
เช่นเดียวกับโลก ในเมื่อมนุษย์ทุกคนไม่เคยมองเห็นโลกอยุ่ในสายตา
คอยเอาแต่ได้ เอาแต่ทำลายธรรมชาติ ทำลายโลกโดยทางอ้อมทุกๆวันทุกๆเวลา
แล้วทำไมโลกจะต้องมาช่วยคนทุกคนด้วย ในเมื่อโลกเป็นดวงดาวที่มนุษย์มองไม่เห็น
และเช่นเดียวกัน มนุษย์ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของโลกอีกต่อไป
ลาก่อน ซิริอุส
วันนี้เธอกับฉันได้เสมอกันแล้ว เธอไม่ได้ชนะฉัน
จะบ้าเหรอ เธอลืมอะไรไปรึเปล่า ยังมีผู้คนที่คอยมองเห็นโลก
ยังมีผู้คนที่ยังช่วยกันรักษาธรรมชาติ เธอจะหักหลังพวกเขารึ
ก็แค่คนกลุ่มเดียว เธอคิดเหรอว่าโลกนี้มันจะดีขึ้น เพราะแค่กลุ่มๆคน
เล็กๆนั้น เช่นเดียวกับฉัน การที่ฉันเจอวีนัส นั้นคือเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน
ก่อนที่ซิริอุสจะหวีดร้องอย่างไร้สติ
ฉันก็กำลังจะถูกเผาจนตาย
พร้อมกับที่หลังจากนี้โลกก็กำลังจะแตก
น้ำแข็งที่ขั้วโลกกำลังละลายอย่างรวดเร็ว
ทุกคนกำลังจะตาย
โลกกำลังจะแตก
ตามคำทำนายของคนหลายคน
ฉันกำลังจะตายแล้ว
และจากนี้ไปก็คงไม่มีประกาศจากนาซ่าอีกแล้ว
ไม่มีประกาศจากนาซ่าอีกเป็นครั้งต่อไป
เพราะโลกได้จบสิ้นแล้ว
ไม่ใช่เพราะอะไร
ไม่ใช่เพราะฉัน
แต่เพราะมนุษย์ทุกคนเอง
อ่าจบแล้วนะครับ!!
เอาล่ะมาทำความเข้าใจเล็กๆน้อยๆ
ตอนหลังๆที่ทุกคนอ่านอาจจะคิดว่า ทำไมโลก มันหมายถึงตัวผู้หญิง
ที่โดนซิริอุสจับอะครับ ว่าทำไมถึงพูดแปลกๆ
ก็คือตามที่ผมคิดเรื่องนี้ขึ้นมา
ก็คือไม่ใช่แค่ร่างกายภายนอกอย่างเดียวที่นิสิตทุกคนได้ถูกผูกชีวิตเข้ากับดวงดาว
แต่มันรวมถึงจิตวิญญาณ ความรู้สึกต่างๆด้วยนะครับ
ที่เธอพูดออกมาเกี่ยวกับโลก
สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ
ความคิดความรู้สึกของโลก
ที่สื่อต่อมนุษย์ในตอนนี้น่ะครับ
ผมรู้สึกว่าโลกเป็นดวงดาวที่ผู้คนมองไม่เห็นๆจริงๆนะ
ทั้งที่มองไม่เห็นบนท้องฟ้าก็คือจากพื้นโลก
และมองไม่เห็นจากการกระทำ
ผมเห็นผู้คนทำลายธรรมชาติ โรงงานต่างๆปล่อยก๊าซพิษ
ทำลายโอโซนมากมาย ก็เหมือนกับที่มนุษย์
มองไม่เห็นโลกอยู่สายตา มองแต่ตัวเองอาจจะเพราะรู้ตัว รึ ความไม่รู้ตัว
ผมแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความรู้สึกแบบนี้ครับ
ผมก็หวังอยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาธรรมชาติ รักษาโลกของเราไว้ด้วย
เหมือนคนบ้าเลยตู.....พูดจาวิชาการสุดๆเลยวันนี้
เอาเป็นว่า ช่วยกันๆรักษาโลกเเสนน่าอยู่ของเราไว้นะ!!
พบกันครั้งหน้ากับเรื่องอีโรติกนะครับ!! ถ้าไม่ลงเรื่องส่วนตัวซะก่อนนะ!!
ชื่อดาวเยอะปลาจุม
แล้วครั้งหน้ากับอีโรติก มันเกี่ยวกะดวงดาวด้วยป่าว นึกภาพไม่ออกเหมือนกันแฮะ
#1 By boatz (58.8.119.234) on 2007-01-11 23:15