Catcher In The Light

posted on 28 Jan 2007 23:37 by shikak

ผมเคยลองคิดดูว่า
หลังจากครั้งแรกที่ผมผิดหวังไปแล้ว
ผมยังจะมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ
ยังมีความหวังเพียงพอ พร้อมที่จะยังไป
ไล่จับ
มันอีกครั้งได้รึเปล่า
*
*
ตอนนี้ผมยืนอยู่ตรงหน้าประตู
ทางเข้าเขาวงกต
เขาวงกตที่มีทางเดินไปข้างหน้า
มีกำแพงสีขาว
วกวนไปอย่างไม่รู้จบ
ทางด้านหลังของผม
เป็นอัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง เจิดจ้า
คอยฉายแสงให้สว่างจ้างทั่วเขาวงกต

มีเสียงๆหนึ่งดังเข้ามาในหูของผม

คุณพร้อมรึยัง

พร้อมกับที่ผมคิด และเริ่มยิ้มที่มุมปาก
ก่อนที่ผมจะพึมพำพูดอะไรออกมา

หากคุณเฝ้าแต่มอง คุณจะไม่มีวันได้สัมผัสมัน

หากคุณเฝ้าแต่มอง คุณจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของมัน

ผมท่องมันไปมาอีกครั้ง
ไม่ใช่อะไร แต่เพื่อที่จะเรียกความกล้าที่ยังคงหลับใหลในตัวผม
ให้หลั่งไหลออกมาในการไล่จับมัน
เป็นครั้งที่ 2
*
*
ผมรู้จักพี่เขาในบลอค
เรารู้จักกันเพราะเรื่อง
M&N
ผมเขียนตอนจบของ
M&N ซึ่งมีสามตอนลงเสร็จ

ก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างขึ้นที่
MSN ของผม
มีคนแอดมาใน
MSN ของผม
และใช่ มันคือ เขา
สิ่งที่ผมต้องการไล่จับ

หลังจากผมผิดหวังจากรักครั้งแรกเพียงไม่กี่เดือน
กับสิ่งที่ผมเรียกว่า ความรัก
เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น
ผมก็ยืน และตอนนี้ผมก็พร้อมที่จะไล่จับมันอีกครั้ง

ตอนนี้ผมได้ยืนเข้าที่จุดเริ่มต้น
เพื่อเริ่มที่จะไล่จับมันอีกครั้ง
ตรงหน้าผมห่างจากผมประมาณ 200 เมตรในเขาวงกตสีขาว
ลูกบอลกลมๆสีเทา ลอยไปลอยมา อย่างรวดเร็ว เด้งไปเด้งมาต่อหน้าผม
ผมมัดเชือกรองเท้า รองเท้าที่ทำให้ผมวิ่งเร็วขึ้น
40 กม ต่อชั่วโมง
ผมคิด และขาของผมเตรียมตัวที่จะพุ่งออกไปด้วยความเร็ว

เริ่มได้ เสียงบางอย่างดังขึ้นที่หูของผม
พร้อมแสงสว่างจ้า จากข้างบน ก็สาดส่องลงมา
พร้อมกับที่ผม พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
*
*
หลังจากที่ผมรู้จักกับพี่เขาทาง
MSN ไม่นาน
เราคุยกันทุกวัน ไม่รู้ว่าทำไมเวลาผมออน
จะต้องมีพี่เขาออนตามติดผมมาห่างกันไม่กี่วินาทีทุกครั้ง
จนมีวันหนึ่ง
พี่เขาให้ผมเรียกพี่ว่าเขาว่า
พี่ชาย
ไม่รู้ทำไม แต่เขาบอกว่า
เขาอยากที่จะปกป้องผม
ให้ผมเรียกเขาว่าพี่ชาย
เขารู้ถึงอาการความกลัวของผม
จากเรื่อง
M&N
พร้อมกับที่เขาบอกกับผมว่า
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
พี่จะเป็นพี่ชายของนายตลอดไป

หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้
ใจของผมเต้นตึบตับ
ผมไม่เคยมีใครบอกอะไรที่เป็นใจกับผมขนาดนี้
และอีกอย่าง ผมอยากที่จะสัมผัสมันเหลือเกิน
พร้อมกับที่ผมตอบพี่เขากลับไปว่า

ได้ครับ พี่จะเป็นพี่ชายของผมตลอดไป
*
*
ผมวิ่งออกจากจุดสตาทด้วยความเร็ว
ผมวิ่งด้วยความเร็วสบายๆของผม
ลูกบอลสีเทา พุ่งไปด้วยความเร็ว เด้งไปมาในเขาวงกต
ผมวิ่งตามมันไปเรื่อยๆ
พยายามที่จะจับผม
แต่ทุกครั้งดูเหมือนผมจะจับมันได้อยู่แล้ว
ผมรู้สึกมีโอกาสจับมันได้หลายครั้งมากๆ
ทั้งๆที่ผมออกวิ่งด้วยความเร็วเรื่อยๆไม่ได้เร่งอะไรแท้ๆ
แต่ทุกครั้งมันจะเด้งตรงกำแพงเขาวงกต
และเด้งหลุดจากมือผมที่จะคว้าไปทุกครั้ง
*
*
ผมกับพี่ชายคนนั้น
เริ่มแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
พี่เขาโทรมาครั้งแรก
คำพูดของผม มือของผมก็เกร็งเล็กน้อยตลอดเวลา
ผมพยายามพูดให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด
แต่ผมก็ยังแอบกลัวเล็กน้อย
เราคุยกันไม่หยุดตลอด 2 ชม
แต่หลังจากสองชั่วโมงนั้นสิ
พี่เขาถามผมว่า
อยากฟังพี่ร้องเพลงมั้ย
ก่อนที่ผมจะบอกออกมา พร้อมความดีใจว่า
อยากครับ
พี่ชาย ร้องเพลงของเฉลียงให้ผมฟัง
ผมไม่เคยฟัง และไม่เคยได้ยินหรอก
และเสียงของพี่เขาก็ไม่ได้ดีอะไร
แต่ทำไมตอนนั้น ที่ผมรู้สึกว่า
เพลงนั้น....เป็นเพลงที่ทำให้มีความสุขที่สุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ทั้งๆที่ เสียงของพี่เขาช่างอู้อี้ ทั้งๆที่เพลงนั้นไม่ใช่เพลงที่ผมชอบ
แต่มันไม่ใช่เพราะอะไร เพราะผมหวังมาตลอดว่าสักวัน
จะมีใครสักคนที่ผมต้องการ และเขาต้องการผม
มาร้องเพลงให้ผมฟัง
และวันนี้ก็มีแล้ว เพลงที่ออกมาจากปากถ่ายทอดออกมาจากหูโทรศัพท์
แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้มันไม่ใช่เพลง แต่เป็นความรู้สึกของพี่ชาย
ที่พี่มอบให้ผม
*
*
ผมพยายามพุ่งตัวออกไปเพื่อจับมันอีกครั้ง
แต่ผมก็พลาดอีกแล้ว
ผมรู้สึกว่าผมพยายามที่จะวิ่งเร็วๆขึ้นใช้กำลังมากขึ้นทุกที
แต่เหมือนครั้งนี้มันวกบินออกมา
และล่อผมเข้าไปช่องๆหนึ่ง
ก่อนที่ผมจะหยุดเบรกวิ่งไม่ทัน พร้อมชนกำแพงอย่างรุนแรง
ไม่ใช่อะไรมันคือ ทางตัน
ผมชนมันอย่างแรง
ก่อนที่มันจะเด้ง รอดมือผมไปอีกครั้ง
*
*
หลังจากที่พี่ชายโทรมาวันแรก
ทุกๆวันๆผมจะรอโทรศัพท์พี่ชายโทรมา
พี่เขาโทรมาหาผม
ทุกวันๆ ตลอดเวลาที่พี่เขาว่าง ส่วนใหญ่จะเป็นตอนดึกๆ
พี่เขาบอกผมว่า พี่อยากจะไปเรียนเฉพาะทางต่อ
เขาอยากเป็นจิตแพทย์
ช่วงนั้น ผมรู้สึกอยากให้พี่เขาได้เป็นจริงๆ
ไม่รู้เพราะอะไร เพราะอาจเพราะผมเริ่มรักพี่
ผมเริ่มรักพี้มากกว่าจะเป็นพี่ชาย
แต่ใจผมพยายามที่จะกดความรู้สึกนี้ลงไป
ผมก็อยากให้พี่เขาได้เป็นจริงๆ

แต่หลังจากที่ผมรับโทรศัพท์วันหนึ่ง
พี่เขาก็เริ่มสอนผมเกี่ยวกับ
ความสุขใต้ฝ่าเท้า
ผมได้รับรู้ความสุขใต้ฝ่าเท้าจากพี่ชายคนนี้
ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร....
อะไรคือความสุขใต้ฝ่าเท้า
ผมก็ยังคงคิด และตามหามันอยู่

แต่หลังจากนั้นคือสิ่งที่ผมต้องเริ่มรู้สึกไม่ดีทุกครั้ง
ความเงียบ ความเงียบในสายโทรศัพท์ที่เริ่มปรากฏทุกครั้ง
ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะผมเกร็ง ตัวผมเกร็งทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์
ผมไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเวลาอยู่กับพี่เขา
ไม่รู้เพราะอะไร อาจเพราะผมยังคงกลัวและไม่มั่นใจในตัวผม
ทั้งๆที่กับคนอื่นผมไม่เคยเป็น ผมจะเป็นเฉพาะกับคนที่รักแบบนี้ทุกครั้ง...
และผมกับพี่เขาก็ไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกันเลย
แต่นั่นแหละที่ทำให้ทุกวันบนสายโทรศัพท์ต่อจากนี้
มันช่างเงียบเหลือเกิน.....
แต่เพราะอะไรที่พี่เขาก็ยังโทรมาหาผมเท่าเดิม
ผมก็รู้สึกดีใจ รู้สึกรักพี่เขามากขี้นๆ
ผมรู้สึกดีใจทุกครั้งที่พี่เขาโทรมา
พร้อมกับที่พี่เขาบอกรักผมทุกวัน
ไม่ใช่อะไร รักแบบน้องชาย
แต่ทุกครั้งที่ผมคุยโทรศัพท์มีเพียง
การถามถึงเรื่องวันนี้เท่านั้น
ทำอะไรอยู่
กินอะไรหรือยัง
และหลังจากนั้นคือความเงียบ...
ผมจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่วางสายโทรศัพท์
ทั้งๆที่ตอนที่ผมรับ ผมรู้สึกดีกับมันอย่างบอกไม่ถูก..
*
*
หลังจากที่ผมล้มชนมัน
ผมก็ยังกัดฟันลุกขึ้น
พร้อมกับคราวนี้ผมวิ่งออกจากทางตันนั้น
วิ่งสวนกลับไป
วิ่งไล่ตามทางที่ลูกบอลที่เทาลอยได้นั้นลอยและเด้งไป
ผมเห็นมันอีกครั้ง
ก่อนที่ผมจะพุ่งอย่างสุดแรง ผมคว้ามันได้....
ผมสัมผัสมันได้ที่ปลายนิ้ว
ก่อนที่ผมจะล้มลงอีกครั้ง และผมก็ยังเด้งต่อไป
*
*
หลังจากโทรศัพท์ที่มีความเงียบ
สิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือ
ผมอยากจะหาสิ่งใดมาเพื่อขจัดความเงียบนั้น
และพอดีที่วันนั้นผมหวาดกลัวไม่กล้าช่วยตัวเอง
เพราะผมยังรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดอยู่
ผมบอกกับพี่เขาไป
และก็มีเสียงตอบกลับมาว่า
กลัวเหรอ งั้นทำพร้อมกับพี่มั้ยล่ะ
พร้อมกับที่ผมใจสั่น และบอกพี่เขาไป
ทำครับ...

ผมทำไปผมช่วยตัวเองพร้อมกับพี่เขา
เราต่างรอเสียง รอคำเล้าโลมที่ผ่านออกมาทางหูโทรศัพท์
ผมชักให้พี่นะ
ผมดูดให้นะครับ
พี่ดูดให้ผมนะ.....

และหลังจากความสุขนั้น
พวกเราทั้งสองคนก็ต่างขึ้นสวรรค์

และเพราะจากโทรศัพท์ครั้งนี้เอง
ที่ทำให้ความเงียบที่ผมไม่ชอบมัน
ได้หายไป
พร้อมกับหัวใจที่เปิดรับเรื่องเพศมากขึ้น

และผมคงเสียให้พี่เขาทางความรู้สึกไปซะแล้ว...
แม้จะไม่ได้เสียทางร่างกายจริงๆ

หลังจากนั้นผมและพี่ก็โทรมาเพื่อที่จะสำเร็จความใคร่ทางหูโทรศัพท์บ่อยๆ
ก่อนที่วันหนึ่งพี่เขาบอกกับผมว่า
พี่จะมากรุงเทพ และนัดผมให้ไปเจอ
*
*
ผมลุกขึ้นอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง
พร้อมกับสูดหายใจ
ผมยังอยากที่จะสัมผัสมันให้ได้มากกว่านี้
ผมอยากที่จะไล่จับมันให้ได้
มันยังเด้งไปเด้งมาต่อหน้าผม
ผมยังอยากจับมันเหลือเกิน....
ผมสูดหายใจและลุกขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ผมวิ่งด้วยความเร็วสุดชีวิตที่ผมจะทำได้
ผมวิ่งออกไปเพื่อจะไล่จับมัน
*
*
ผมได้เจอพี่
แต่ดูเหมือนตอนที่ผมเจอพี่
ความเงียบก็คงยังไม่ปรานีผม
ผมและพี่นัดเจอกันที่รถไฟฟ้าสีลม
และเดินไปดื่มอะไรที่สตาบัก

ผมนั่งดูดน้ำชอคโกแลต
พร้อมกับตัวที่เกร็ง และไม่เป็นตัวของตัวเองขึ้นไปอีกนอกจากหู
พร้อมกับที่พี่เขามองผม
ผมอยากจะพูดอะไร
แต่ดูเหมือนมันจะต้องผ่านการแสกนกรองคำพูดก่อนทุกครั้ง
จนทำให้ผมพูดอะไรที่ดูเป็นเส้นตรง และทื่อตลอดเวลา...
ทำไม เพราะอะไรผมก็ไม่รู้....ผมไม่สามารถที่จะบ้าบอตามปกติได้
เราคุยกันได้ไม่กี่คำ ความเงียบก็คงเข้ามาอีกครั้ง
จนในที่สุดผมทนไม่ไหว ผมจึงขอพี่เขากลับบ้าน
วันนั้นเป็นวันที่ผมมีความสุขที่ได้เจอพี่เขา
แต่มันก็เป็นวันที่ทุกข์ที่สุดในความเงียบเช่นกัน
*
*
*
ผมวิ่งด้วยความเร็วสุดกำลังตลอดในช่วงนี้
แต่ดูเหมือนจะวิ่งเท่าไร ก็จะห่างไกลมันไปทุกที
ยิ่งห่างไกลมันขึ้นไปทุกที...
ผมเหนื่อย เหงื่อที่ออกมาท่วมตัว
แต่ใจของผมก็ยังคงอยากที่จะสัมผัสมัน
อยากที่จะครอบครองมัน
ผมพยายามที่จะจับมันให้ได้
หลบซอกมุกต่างๆของเขาวงกตไปมา
ทำไมล่ะผมวิ่งด้วยความเร็วสุดกำลังแล้ว
ทำไมผมถึงจับมันไม่ได้สักที
ก่อนที่ผมจะล้มลง....อีกครั้ง
*
*
หลังจากที่เราเจอกัน
ความแย่ก็กลับมาเรื่อยๆไม่ใช่อะไร
ความเงียบยังคงเป็นสิ่งที่ขัดขวาง
การที่ผมไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง
โทรศัพท์ที่พี่เขาโทรมาก็น้อยลงไปเรื่อยๆ
ผมพยายามที่จะโทรกลับไปบ้าง
แต่มันก็เงียบทุกครั้ง
มันอึดอัดทุกครั้ง...
จนมาถึงวันหนึ่ง
ที่ผมโทรไปหาพี่เขาบอกความรู้สึกไปทั้งหมด
ผมอยากให้พี่โทรมาหาผมเหมือนเดิม
ผมอยากที่จะรู้สึกเหมือนเดิม
แต่สิ่งที่พี่เขาตอบกลับมา
พี่ทำไม่ได้แล้ว นายเรียกร้องความสนใจ
ผมพยายามบอกพี่ พยายามขอโทษที่ผมเงียบ
และผมถามไปว่า ทำไมตอนแรกพี่ถึงโทรมาหาผมบ่อย
ทำไมถึงต้องการคุยกับผม
พี่เขาตอบกลับมาว่า

ตอนแรกก็ต้องการจะจีบนายไง
แต่ตอนหลังมันไม่ใช่ นายเงียบเกินไป
พี่กลับไปเป็นตอนเก่าไม่ได้แล้ว
ถ้าหากนายต้องการที่จะตัดรึลบพี่ไปจากชีวิตนายก็ทำได้เลย
เอาเลยมั้ย พี่จะได้หายไปเลย

แล้วที่พี่บอกผมว่า เราจะเป็นพี่ชายน้องชายกันตลอดไปล่ะ.....
ประโยคนี้ลอยขึ้นมาในหัวของผม...แต่ปากของผมได้ชาจนไม่ได้พูดอะไรออกไป

ประโยคข้างบนทำให้ผมน้ำตาไหลออกมาพลางถือโทรศัพท์
ผมไม่อยากที่จะเสียคนรักไปเหมือนความรักครั้งแรกอีกแล้ว
ผมยินดีทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้จบเหมือนรักครั้งแรก
ผมเพียงตอบกลับไปว่า
ไม่ ผมขอโทษ ผมผิดเองทั้งหมด
ขอเพียงอย่างเดียวพี่อย่าหายไปได้ไหม
ก่อนที่พี่เขาจะตอบกลับมาว่า
ได้ และจบการสนทนาลงตรงนั้น

และจบลงที่ผมนอนร้องไห้บนโซฟาสีดำในคืนนั้น
*
*
ผมพยายามที่จะไล่ตามมันเท่าไร
ลูกบอลสีเทาก็ยิ่งห่างจากผมไปเท่านั้น
ทั้งๆที่ผมยังอยากที่จะจับมัน
อยากที่จะสัมผัสมันให้ได้

อยากจะครองครองมัน

ความรักที่สมหวัง...

ผมก็ยังคงพยายามที่จะไล่จับมันต่อ
แม้ผมจะไม่มีแรง เหนื่อยเท่าไร
ผมวิ่งแทบไม่ไหว
แต่ลูกบอลสีเทานั้น
ก็เด้งไปเด้งมาต่อหน้าผม
เหมือนมันยังคงล่อผม
ล่อความรู้สึกผม
ผม
อยากที่จะสัมผัสมันสักครั้ง

รักที่สมหวัง ความรักที่สมหวัง
ความสุขจากความรัก มันเป็นยังไงกันนะ
*
*
หลังจากนั้นผมก็ยังไม่ตัดใจ ผมพยายามจะเปลี่ยนตัวเอง
ผมพยายามเท่าไร มันก็ยังคงเหมือนเดิม
ความเงียบอีกครั้ง
พี่เขาก็ยังคงเรียกผมว่า น้องชายเหมือนเดิม
ผมก็ยังคงเรียกเขาพี่ชาย
แต่ความรู้สึกที่สวยงามเหมือนตอนแรกมันได้ถูกลบเลือนไปแล้ว
เวลานั้นเองที่ผมรู้สึกว่า ความรู้สึกของคนเรามันช่างทำลายได้ง่ายดายจริงๆ
แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้ตัวว่า ผมก็ยังรักพี่เขาอยู่
ผมเคยสงสัยมาว่ารักเพราะอะไร
มันอาจจะเป็นความหลง
ความเหงาในช่วงวัยรุ่น ......วัยเจริญุพันธุ์
แต่สิ่งที่พี่ทำให้ผมตั้งแต่ตอนแรก
มันทำให้ผมรักพี่จริงๆ....
อาจเป็นเพราะตอนนั้นผมหลงรักคนง่าย
ผมยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจคำว่า ความรัก...
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องการตอนนี้ก็คือ
ผมอยากกลับไปเหมือนตอนแรก
อย่างน้อยก็อยากแก้ตัว
ไม่อยากเงียบเวลาอยู่กับพี่อีกแล้ว
*
*
ผมเอามือเท้าที่พนังของเขาวงกตก่อนที่จะเหนื่อยหอบ
ก่อนที่จะคิดว่า
ที่ผมต้องการสัมผัสมัน
ทั้งๆที่ผมวิ่งเท่าไรผมก็ยังจับมันไม่ได้สักทีนั้นเพราะอะไร

เพราะผมยังคงหลอกตัวเองว่ายังมีหวังอีกยังไงล่ะ

ผมพยายามคิด ก่อนที่ผมจะหันกลังกลับไป
พอหันหลังไปตรงหน้าผมก็คือ ประตูทางเข้าอีกครั้ง
ก่อนที่ผมจะถอนหายใจ
พร้อมกับคิดว่า

คราวนี้ผมก็ยังคงจับมันมาครอบครองไม่ได้
ยังคงสัมผัสมันไม่ได้เลย....

พร้อมกับที่ผมตัดสินใจเดินออกมาจากประตูของเขาวงกต
ผมแพ้แล้วคราวนี้เป็นครั้งที่ 2
ยามผมหันหลังไป ลูกบอลสีเทาก็ยังคงเด้งไปมาอยู่ข้างหลัง
มันยังคงล่อให้ผมไปไล่จับมัน....
แต่สำหรับผม มันคือความปวดร้าว
ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็จับมันไม่ได้

ไม่ว่าจะพยายามยังไง
ผมก็ยังไม่เป็นตัวของตัวเอง
ทำไมกัน
ผมไม่ใช่คนน่าเบื่อ
ที่จะพูดแค่คำว่า ครับๆ แล้วก็จบประโยคสักหน่อย
แต่ทำไมเวลาผมอยู่กับคนที่ผมรักผมถึงต้องเป็นแบบนี้
ผมไม่ต้องการมันๆๆๆ
ผมอยากที่จะทำอะไรก็ได้
แต่ทำไมผมถึงค้องกลัว ต้องเกร็งด้วย

ครั้นเเรกเริ่มที่ผมไล่จับทำไมทั้งๆที่ผมออกเริ่มด้วย
ความเร็วสบายๆของผมเเท้ๆ ทำไมผมถึงเกือบจะคว้ามันได้ทุกครั้งไป
แล้วทำไมช่วงหลัง ทั้งๆที่ผมเร่งตัวเองเต็มเเรง ใช้เเรงทั้งหมด
ลูกบอลลูกนั้นถึงได้ห่างไกลมือผมไปเรื่อยๆ
ทำไมกันนะ ผมไม่เข้าใจมันจริงๆ

ผมตัดสินใจออกจากสนามเขาวงกต
ผมแพ้ในการไล่จับมันเป็นครั้งที่ 2

แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกไปเพื่อเข้าห้องเปลี่ยนชุด
ผมก็ได้สะดุดล้มขาตัวเองอีกครั้ง
รองเท้าของผมเด้งลงมา ผมนั่งลงไปเท้าแพลง
ร้องเท้าล้มอยู่ต่อหน้าผม

ความสุขใต้ฝ่าเท้า.....

ผมพยายามคิด
ความสุขใต้ฝ่าเท้าคืออะไร....
ความสุขที่เรามี แต่เราไม่เคยมองเห็นมัน
ทั้งๆที่มันอยู่แค่ใต้ฝ่าเท้าเรา แต่เราก็ไม่เคยที่จะยกมันขึ้นมาดู...

ตลอดเวลาที่ผมพยายามวิ่งไล่จับลูกบอลสีเทานั้น
ผมก็มีความสุข ผมได้มีความสุขในการเป็นพี่ชาย น้องชาย
แม้ตอนหลังมันจะจบลงยังไง
จะเศร้าเพียงไหน จะเจ็บเพียงใด
แต่การไล่จับครั้งที่สองนี้
ก็สอน และให้ผมสัมผัสอะไรๆหลายๆอย่าง
แม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะสัมผัส.....ตั้งแต่แรก
แต่ผมก็ได้สัมผัสอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

พี่สอนผมหลายๆอย่าง
และให้อะไรผมหลายๆอย่าง
พี่ก็ยังคงเป็นคนที่ร้องเพลงให้ผมฟังคนแรก
พี่ก็ยังคงเป็นความรักครั้งที่สองของผมตลอดไป
พี่สอนให้ผมรู้จักเรื่องความรัก
พี่สอนผมมาถึงทุกวันนี้
สอนให้ผมรู้ว่าการที่จะรักใคร ต้องเป็นตัวของตัวเองที่สุด
อย่ากลัวไปเอง อย่ากลัวคนอื่นจะรับตัวตนเราไม่ได้
พี่สอนให้ผมมี
LIMIT OF LOVE
จะรักใครอะไร อย่าทุ่มใจอะไรไปให้หมดเหมือนครั้งนี้
พี่สอนผมให้รู้จักมองโลกให้กว้างขึ้น
พี่สอนผม มีความสุขกับผมเรื่องเพศ
ทำให้ผมเปิดใจเรื่องนี้มากขึ้น

และทำให้ผมสามารถเขียนเรื่องอีโรติกได้จนถึงทุกวันนี้
หากไม่มีพี่ ผมคงเปิดใจเขียนเรื่องพวกนี้ไม่ได้
พี่เป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้ผมเขียนเรื่องสั้นจนถึงทุกวันนี้
พี่สอนให้ผมอย่าเชื่อใจใคร เพียงแค่คำพูด....
แล้วทำไมผมถึงจะต้องเสียใจด้วย
ผมก็ยังคงรักพี่เป็นพี่ชายเช่นเดิม
เราก็ยังคงคุยกัน
ผมก็ยังคงนึกถึงการไล่จับที่ผมเคยวิ่งไล่มัน
นึกถึงความทรงจำดีๆเก่าๆ
ผมเคยสงสัยว่าถ้าจบกันอย่างไม่ดี
จบกันอย่างเสียใจ
ความรู้สึกดีๆเหล่านี้มันจะหายไปมั้ย
แต่ตอนนี้ผมค้นพบเเล้ว

ไม่ว่าจะยิ่งนานเท่าไร ยิ่งเวลายิ่งผ่านเลยไปเท่าไร
ทุกครั้งที่เราหันกลับมามองที่ความรักเมื่อครั้นยังอดีต
ก็จะพลันนึกถึงเเต่สิ่งดีๆ ความทรงจำดีๆของความรักเท่านั้น

และผมก็ยังคงมีความสุขกับมันทุกครั้งที่นึกถึงมัน
ผมยังคงอยากเจอพี่ อยากคุยกับพี่ ไม่ว่าจะเกิดไรขึ้นก็ตาม
พี่ยังคงเป็นพี่ชายที่ผมรักตลอดไป

และนี่แหละคือสิ่งที่ผมสัมผัสได้
กับการไล่จับครั้งที่ 2

และผมยังรอ รอคอยและพร้อมที่จะไล่จับมันอีกครั้ง
เพราะผมยังอยากที่จะสัมผัสมันจริงๆอยู่
อยากจะครอบครองมันจริงๆอยู่
ผมยิ้ม และพึมพำอีกครั้ง
เพราะตอนนี้ผมยืนอยู่ตรงทางเข้าประตูอีกครั้ง
พร้อมกับแสงไฟที่สว่างจ้าอยู่รอบๆ

หากคุณเฝ้าแต่มอง คุณจะไม่มีวันได้สัมผัสมัน

หากคุณเฝ้าแต่มอง คุณจะไม่มีวันได้เป็นเจ้าของมัน

คุณพร้อมรึยัง
?

พร้อมครับ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง
แต่ที่แน่นอนที่ผมจะได้

ความสุขใต้ฝ่าเท้า

เริ่มได้

ก่อนที่ผมจะหลับตา
และวิ่งเข้าประตู เพื่อจะไล่จับมัน อีกครั้งหนึ่ง...

--------------------------------------------
มอบให้ความรักครั้งที่ 2
ขอบคุณพี่มากๆสำหรับทุกสิ่ง
ขอบคุณที่ตอนนี้เราก็ยังคงสามารถติดต่อกันได้
พี่คงเป็นความรักครั้งเดียวที่ผมรักษามันไว้ได้
....ผมเพียงเเค่อยากบันทึกมันลงไปในฟิคชั่นของผม....
หวังว่าพี่คงจะไม่ว่าอะไร


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เจ๋งสาดหว่ะ..
มึงเขียนได้ไงเนี่ย..

#1 By ต้อง (58.136.93.10 /192.168.182.25) on 2007-01-28 23:54

เขียนได้ดีมากค่ะ สัมผัสได้ถึงอารมณ์นั้น

#2 By Piyanan on 2007-01-28 23:57

เขียนดีนะ shikak

พี่รู้สึกได้ถึง "ความปรารถนา" ที่เพิ่มมากขึ้น ๆ ๆ ๆ ๆ

จนรากับวิ่งวนอยู่ในเขาวงกต... ไม่จบสิ้น

แต่พี่ว่ามันยาวไปนิดนึง

ตรงจุดที่ยาว มันดูซ้ำเวียนวนอยู่ใน "เขาวงกต" นั้น

ไม่ต้องเขียนให้ "หลุดออกมาได้" นะคะ

แค่เขียนให้คนอยากรู้สึกกันไปเอง "อยากหลุด" หรือ "อยากอยู่" ก็ให้คนอ่านตัดสินใจเอง

แต่พี่ก็ชอบแฮะ ชอบตรงที่รู้สึกได้ถึง "ความปรารถนา" ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นั้นแหละ
แก้คำผิดจ้า *ราวกับ*
อ่าขอบคุณคำแนะนำจากพี่โฮมส์ครับ แต่ตามที่ผมเขียนเพราะผมอยากบันทึกมันให้จบหมายถึงตลอดช่วงความรักครั้งที่ 2 น่ะ....ตอนแรกก็คิดเหมือนพี่โฮมส์จบให้คนคิดเองดีกว่า แต่ไปๆมาๆอยากจะให้มันจบๆไปเลย...เหมือนผมจะเข้าข้างตัวเองด้วย.....เพราะตอนนี้ผมอยากที่จะ "ไล่จับ" มันอีกครั้งเเล้วน่ะสิ....เเต่ดันไม่มีคนให้ไล่จับ 555+ เพราะยังไม่แอบชอบใครสักที
อนึ่งมันก็คงวกไปวนมาจริงๆเเหละพี่โฮมส์ตรงเขาวงกต แต่ผมก็พยายามจะสื่อว่าที่เข้าไปในวงกตเเต่ล่ะครั้ง สื่อต่อเรื่องจริงข้างล่างที่ต่อมาอะครับ เช่น

วิ่งไปชนทางตัน >> การพบกับความเงียบ ซึ่งมันสื่อถึงทางตัน...

การที่ตอนเเรกเหมือนจะจับได้ทั้งๆที่ไม่ได้ออกเเรงอะไร >> เหมือนความรู้สึกตอนเเรก เหมือนมันจะได้ครอบครองอยู่เเล้ว แต่มันก็หลุดมือไปได้อย่างง่ายดาย

วิ่งเท่าไรในเขาวงกต ยิ่งออกเเรงเท่าไร ออกเเรงสุดๆ มันก็ยิ่งห่างไปเรื่อยๆ >> เหมือนตอนสุดท้ายน่ะครับ ไม่ว่าจะพยายามตัวเองเท่าไร ฝืนเท่าไร แต่มันก็ยิ่งไกล ไขว่ขว้าไล่จับมันไม่ถึง ยิ่งห่างไกลไปทุกที...

#5 By SHIKAK on 2007-01-29 14:23

มันเปนหนังสือที่ใช้เวลาทำนาน
อีกเล่มหนึ่งค่ะ
..
กูรออยู่ค่ะ
ผลงานเรื่อง "ความรัก" ที่สื่อทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอีกเรื่องเลยครับ

ชอบที่นอกจากจะสื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาได้ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีการนำเสนอที่น่าสนใจ และเล่นกับการอุปมาอุปไมยเนื้อเรื่องออกมาได้อย่าง flow น่าสนใจมากครับ

งุงุ
ความสุขใต้ฝ่าเท้า ขอบคุณนะ ก๊ากแกเขียนเก่งจัง
บ้า ๆ บอ ๆ แต่แอบลึกซึ้งขนาดนี้เชียว (อ่าวชมนะ อิอิ)
ชั้นคือลีย่าอ่ะ ตอนนี้เรียกลีเฉย ๆ ก้อพอ
ตอนนั้นที่เคยคุยกันมันกี่ปีแล้วไม่รู้ คงมากกว่าหกปีอ่ะ

#8 By Lydia Deetz on 2007-01-30 20:39

กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสด้วย แกจำได้ !!! ช่ายแว้วง่า ดีจาย ๆ
เห็นอีเมวและชื่อแกก้อยังใช้เหมือนเดิม
แต่ชั้นเปลี่ยนเมวนานละ เด๋วจะแอดไปก่อกวน

#9 By Lydia Deetz on 2007-01-30 21:17

นี่เรื่องจริงปะ - -
แต่เขียนได้ดีนะ
งงๆ แต่เข้าใจ 55
พยายามไล่จับให้ได้ละกัน ^^

#10 By nu_.-*-*-._nu on 2007-01-30 23:34

เริ่ดค่ะ

ซาบซึ้ง โศกาสุด ๆๆ
มาให้อ่านตอนออกหักด้วย
แกทำชั้นร้องไห้เลยรู้มั้ย

เจ๋ง ๆๆ ว่ะ
ทำให้นึกถึงหนังสือเล่มนึงขึ้นมาเลย

..ขอบฟ้าอยู่ใต้ฝ่าเท้า...


เอาล่ะชั้นต้องออกไปล่าอีลูกกลม ๆๆ บ้างแล้ว

#11 By ก๋วยจะดั้บ (203.113.37.12) on 2007-01-30 23:50