plastic culture

posted on 17 Apr 2007 18:08 by shikak

ฉันกำลังเดินอยู่บนพื้นที่กว้าง
มันเหมือนเป็นลานว่างเปล่าอันกว้างขวางของที่นี่
ก่อนที่ฉันกำลังเดินเข้าไปในประตูตรงหน้า
มีป้ายติดอยู่บนประตูว่า โรงส์แรม
เเละตรงเข้าไปข้างใน
มันเป็นโรงเเรมขนาดย่อมไม่ใหญ่ไม่เล็ก
ตรงหน้าฉันคือล็อบบี้โรงเเรม
ที่เพียงมีเคาร์เตอร์สีขาว พลางมีดาวสีสีเทาเข้มขนาดใหญ่ติดอยู่
มีคนๆหนึ่งอยู่ในเคาเตอร์
ฉันเดินตรงเข้าไปเพื่อจะขอพักสักหนึ่งคืน
ฉันเดินตรงไปข้างหน้า
เเต่ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรนั้นฉันก็ต้องตกใจถึงขีดสุด
คนที่อยู่ตรงหน้าฉัน ช่างเหมือนหุ่นพลาสติกมีชีวิตเหลือเกิน
ใบหน้าที่ขาวซีด ดวงตากลมโตใหญ่
ดวงตาของผู้คนที่ฉันคิดว่าใหญ่เเล้ว ก็ยังไม่ใหญ่เท่าที่ฉันกำลังจ้องมองตอนนี้
จมูก เเละปากเหมือนหุ่นพวกเเอนดอรยท์พลาสติกที่พวกเทคโนโลยีสมัยนี้
ทำมาให้เหมือนมนุษย์
เขาหรือเธอไม่มีผม เขาหัวโล้น
ระหว่างที่ฉันเงียบจ้องมองเขา
เขาก็ส่ายหัวไปมา เเล้วก็ก้มหัวลงไปหาอะไรบางอย่าง
ทำให้ฉันเห็นก้อนเนื้อหรืออะไรบางอย่างภายใต้ผิวหนังที่บาง เเละขาวซีดนั่น
เหมือนมีก้อนเนื้อ เเละเส้นเลือดสีเขียว มันทำเอาฉันขนลุกไปหมด
เเต่ก่อนที่ฉันจะพูดอะไร

"เอ้านี่ กุญเเจห้อง ห้องสุดท้ายเเล้วที่ชั้น 4E จะมาพักที่นี่ใช่มั้ย"
เขาหรือเธอพูดด้วยเสียงที่ดูเหมือนเส้นตรง ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีความรู้สึก
พร้อมกับความงงงวยของฉัน เสียงเเบบนี้ให้ตายก็เเยกไม่ออกว่าเป็นเพศไหน

"ใช่คะ ขอบคุณมากนะคะ" ฉันรับกุญเเจนี้มา พลางใส่กระเป๋ากางเกง
ก่อนที่จะยกมือไหว้ เขาหรือเธอเพื่อขอบคุณ
"เธอทำมืออะไรน่ะ"เสียงเขาหรือเธอทักตอบกลับมา
"ไหว้ขอบคุณคุณไงค่ะ..."ฉันตอบกลับด้วยความมึนงง
พลางมองหน้าเขาหรือเธอที่เต็มไปด้วยความสงสัย มันทำให้ฉันเห็นเส้นเลือดสีเขียวอีกครั้ง
พลางขนลุกอีกครั้ง

ไม่มีเสียงตอบโต้กลับมาจากเขาหรือเธอ
ฉันจึงตัดสินใจที่จะก้าวเพื่อไปขึ้นลิฟท์ที่อยู่เยื้องถัดจากลอบบี้นี้ไป
เเต่ก่อนที่ฉันจะก้าว

"ประเทศไทย รวมเลือดชาติเชื้อไทย......." เสียงเพลงชาติดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง

ฉันยืนตัวตรง ตอนนี้คงเป็นเวลาหกโมงเย็นเเล้ว
เเก๊กๆ เขาหรือเธอที่เหมือนพลาสติกคนนั้นเดินออกมาจากล็อบบี้
พลางขึ้นลิฟท์ น่าเเปลกที่เขาหรือเธอไม่ยืนตรงเคารพธงชาติ...
มันทำให้ฉันสงสัยอะไรบางอย่าง
ข้างในใจของฉัน ลึกๆ...
*
*
ฉันกำลังก้าวขึ้นไปในลิฟท์
พร้อมกับกดที่ชั้นสี่
ลิฟท์นี้ดูหรูหราเกินล็อบบี้ของโรงเเรม
ข้างในตรงกลางมีรูปผู้หญิงมีกรอบรูปเป็นกรอบสีทองติดไว้
เธอดัดผมยาวสลวย สีผมสีน้ำตาลออกทองๆ
เหมือนฉันจะเคยเห็นเธอที่ไหน
ฉันมอง พลางพยายามคิดว่าฉันเคยเจอเธอที่ไหนรึเปล่า เเต่คิดเท่าไหร่ฉันก็คิดไม่ออก
ติ๊ง...เสียงลิฟท์เมื่อถึงจุดหมาย
ฉันก้าวเดินออกมาจากลิฟท์
มันเป็นเพียงทางตรง
ข้างบนมีโคมไฟห้อยละย้าที่ให้ไฟออกมาเป็นสีส้มออกเหลือง
ฉันเดินไปเรื่อยๆ ก็มีรูปผู้หญิงดัดผมสีน้ำตาลใส่กรอบทอง
ประดับติดไว้ในทวงท่าต่างๆ

เเต่ฉันก็ไม่ได้สังสัยอะไร เดินผ่านตู้โทรศัพท์สีแดงสดที่ติดอยู่ที่บนผนัง
เดินตรงไปเรื่อยๆ เสียงกุญเเจห้องก็กระทบกับเหรียญในกระเป๋ากางเกงฉัน
ดัง กิ๊ง กิ๊ง...
4A ....4B......4C........4D ก่อนจะมาหยุดที่ห้องฉัน 4E
เป็นห้องข้างในสุด ติดกับบันไดทางขึ้นก่อนที่ฉันจะควักกุญเเจขึ้นมาเพื่อไขเข้าไปข้างใน
มันเป็นห้องที่กว้างพอตัว มีห้องน้ำ พลางมีเเต่เตียงนอนสีขาวมีดาวสีเทาเข้มเหมือนในล็อบบี้
ด้านข้างเตียงมีหน้าต่างหนึ่งบาน
ก่อนที่ฉันจะล้มลงนอนลงไปด้วยความเหนื่อย
*
*
เเปะ เเปะ โฮ โฮ....
เสียงอะไรบางอย่างที่ดังมาจากข้างนอกปลุกฉันตื่นขึ้นมา
ฉันพยายามปิดหู เเละนอนหลับต่อไป
เเปะ เเปะ โฮโฮ....
มันยังดังไม่หยุด จนฉันต้องลุกขึ้นมา พลางหาต้นตอของเสียงนั้น
ฉันมองลงไปนอกหน้าต่าง ลานกว้างข้างหน้านั่น พร้อมกับที่ฉันต้องตกใจถึงขีดสุด

คนที่คล้ายพลาสติกเเอนดรอยท์ที่ฉันพบที่ล็อบบี้ เเต่มันไม่ได้มีคนเดียว มันมีอยู่นับห้าสิบคน
ยืนเรียงรายกันเป็นเเถว
เเบ่งกองร้อยเหมือนพวกทหาร เป็นสองกองเขากำลังโห่ร้อง จ้องมองไปที่ข้างหน้า
เเละฉันก็ต้องตกใจถึงขีดสุดอีกครั้ง ข้างหน้านั้นมีไมท์เหมือนในที่ปราศรัยของ ส.ส
มันเป็นเหมือนพวกหุ่นเเอนดรอยท์เเต่ใส่ชุดเหมือนพวกนาซี
พร้อมกับมีธงสีขาว มีดาวสีเทาเข้ม มีรูปมันที่เเก้มมีดาวสีเทาเข้มใส่ชุดนาซีขนาดใหญ่ปักอยู่

เปลี่ยนพวกมัน ให้เป็นเหมือนพวกเรา
เปลี่ยนพวกมัน ให้เป็นเหมือนพวกเรา

เสียงดังก้องจากไมค์ ก่อนที่มันจะชี้นิ้วมาทางฉัน
ทางห้องฉัน
ทางหน้าต่างห้องฉัน

ฉันตกใจถึงขีดสุดพวกคนพลาสติก ที่เป็นกองร้อย โฮ่ร้อง เเละกำลังเดินก้าว
เเกว่งเเขนพร้อมเพียงกัน เหมือนเดินสวนสนาม
มันกำลังก้าวตรงเข้ามาที่ล็อบบี้โรงเเรม

ฉันไม่รู้อะไรที่เกิดขึ้น เเต่ที่ฉันรู้จุดมุ่งหมายมันคือฉัน
ฉันรีบใส่รองเท้า ออกมาจากห้องด้วยความตกใจ ฉันต้องหนี
คนขาวซีดเหมือนพลาสติกนั้นกำลังทำอะไรบางอย่าง
ฉันรีบวิ่งออกมาจากห้อง
เเต่ฉันก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง
ประตูห้องข้างๆเปิดอ้างกว้าง ทำให้เห็นบางสิ่งบางอย่างข้างใน

ห้อง 4D มีเเคปซูลอะไรบางอย่าง ข้างในมีคน คนที่เหมือนฉัน..
มีอยู่หลายคน หลายเเคปซูล
เเต่เธอหัวโล้น มีเครื่องอะไรบางอย่างเกาะที่หัว
เเต่นั่นไม่ใช่ที่ฉันสงสัย

สงสัยเเต่เพียง เธอเหมือนฉัน
เธอเหมือนฉันเหลือเกิน...
มันทำฉันเสียวจากสันหลังขึ้นไปจี๊ดที่บนสมอง
ก่อนที่ฉันจะรีบวิ่งไป

ห้อง 4C ข้างในเต็มไปด้วยบางสิ่งบางอย่าง เหมือนพลาสติกสีขาวซีด
อัดเเน่นอยู่ภายในห้อง พร้อมมีน้ำเเยะๆไหลออกมานองพื้น

ห้อง 4B เต็มไปด้วยดวงตาขนาดใหญ่ เหมือนดวงตาของพวกมัน พวกคนที่เหมือนพลาสติกนั่น

ห้อง 4A เหมือนเป็นห้องผ่าตัดอะไรบางอย่าง มีเตียง มีชุดหมอผ่าตัดแขวนไว้พร้อม

ฉันจ้องมองไปที่ล่ะห้อง พลางเหลือบมองไปที่รูปผู้หญิงดัดผมสีทอง
มันทำให้ฉันนึกอะไรบางอย่างได้
เเต่ก่อนที่ฉันจะทำอะไร
เสียงรองเท้าโดนพื้นก็ดังเป็นจังหวะ
พวกมันกำลังมา ขึ้นมาจากทางด้านบันไดติดห้องที่ฉันพัก
ฉันรีบวิ่งตรงไปที่ลิฟท์ ฉันกดลงไปที่ฉัน 1 เเต่มันกดไม่ติด กดเท่าไหร่ก็ไม่ติด
ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจกดมันไปที่ฉันบนสุด ชั้น 5
ติ๊ง เสียงลิฟท์ขึ้น
มันเป็นชั้นดาดฟ้า ว่างโล่ง ตรงริมสุดฝั่งตรงข้ามฉันมีทางขึ้นของบันได
พลางมีรถเต่าสีขาวคันหนึ่งจอดอยู่ ฉันไม่มีที่ไป รีบวิ่งเข้าไป
เปิดประตูรถ ทางฝั่งคนขับประตูไม่ได้ล็อค
ฉันรีบเข้าไปพลางมุดลงไปที่ใต้เบาะคนขับ

ตึกๆ เสียงเท้าของพวกมันกระทบพื้นดังเข้ามาเรื่อยๆ
มันกำลังขึ้นมาที่นี้ ฉันได้เเต่ภาวนาให้มันไม่เห็นฉัน
ไม่พบฉัน อย่ามาหาที่นี่เลย
ตึกๆๆ มันดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมันกำลังขึ้นมาถึงเเล้ว
ตึก.....

เสียงเงียบไป
เงียบไปนานกว่า 5 นาที
พวกมันคงขึ้นมา ไม่เห็นฉันคงลงไปเเล้ว
เเต่ก่อนที่ฉันจะลุกขึ้นมาฉันก็ต้องตกใจอีกครั้ง

กี๊ททททททททท
อี๊ดดดดดดดดดดดด
เสียงเหมือนสว่านเจาะ
พวกมันขึ้นมาเกาะรถ กระจกรถรอบด้าน
พร้อมนำสว่านมาเจาะรถเต่า ประกายไฟของสว่านสีเหลืองจ้า เป็นกระกายๆออกมา
คนที่เกาะอยู่บนหน้ากระจกรถ
ใบหน้าสีขาวซีด เเลบลิ้นที่เต็มไปด้วยนำลายสีดำ....เเลบลิ้น น้ำสีดำเยิ้มไหลลงมาบนกระจกรถ
เพล้ง เสียงกระจกเเตก
ฉันมองพยายามหาทางออก ก่อนที่จะมองลอดเข้าไปที่พวงมาลัย
มีกุญเเจรถสอดค้างไว้
ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจ สตาท์รถ
แต่ฉันขับรถไม่เป็น....

ฉันเหยียบมั่วๆไปหมด
มันเเล่นไปด้วยความเร็วตรงไปข้างหน้า
พวกมันเข้ามาขวางฉันเต็มไปหมด
มันมาอัดติดตรงหน้ารถ
ฉันเหยียบ เหยียบต่อไปสุดเเรง
ตึงงง
เสียงรถติดกำเเพงด้านฝั่งตึก
พร้อมกับที่หน้าผากฉันกระแทกลงไปที่พวงมาลัย

ฉันรีบออกมาจากรถ
พร้อมกับขนลุกสุดขีด
พวกที่โดนรถชนกระเเทกผนัง
มันยังไม่ตาย ตัวขาวซีด ตากลมโต
ที่มีน้ำสีดำไหลอาบลงมาที่ตา
ที่ปาก... ไหลเยิ้ม
ก้อนเนื้อที่หัว พร้อมเส้นเลือดสีเขียว ยังคงทำฉันขนลุกผยอง
พวกมันกำลังพยายามดิ้นให้หลุดออกมาจากรถ
ตึกๆ......ด้านหลังยังมีพวกมันมาเดินสวนสนามตรงมาที่ฉันอีก
ฉันรีบวิ่งตรงไปเข้าในประตู ตรงเข้าไปในลิฟท์
กดลงมาที่ชั้นสี่ พร้อมวิ่งตรงไป

ตู้โทรศัพท์

ฉันต้องโทรศัพท์

ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา
พลางกดลงไป 19

ฉันตะโกนสุดกำลัง

"เธอคิดให้ดีๆนะ
เธออยู่บนผืนเเผ่นดินนี้
เกิดมาบนเเผ่นดินนี้
เเล้วตอนนี้เธอกำลังทำอะไร
ตั้งสติไว้
ได้โปรดอย่าทำเเบบ......นั่น"

ตึก....
ฉันล้มลงบนพื้น
หันหลังไปมอง สายตาฉันมืดมัว
เห็นเพียงดาวสีเทาเข้ม ที่อยู่บนเเก้มเท่านั้น
*
*
ทำจัย ห้ายเป็นสุข says
นี่เธอกลุ่มเราไม่ใช่สวัสดีเเล้วนะเชย ไม่อินเทอร์เลยพวกเราใช้ ดัดดุดี้* (คำสวัสดี จากประเทศสุมมติ)
อายุ19 เเล้ว says
อ่อ จ้า ดัดดุดดี้เราเป็นเพื่อนเธอ อยู่กลุ่มเธอเเล้วทำไม ฉันจะใช้ไม่ใช้เหมือนเธอล่ะ
ทำจัย ห้ายเป็นสุข says
นี่ ทำไม พิมพ์เเบบนั้นเเก่จะตาย ต้องพิมว่า ทำมัยสิ ทำมัย
อายุ 19 เเล้ว says
จ๊ะ ทำมัย ต่อไปนี้ฉันจะพิมพ์ภาษาให้เหมือนเธอนะ
อายุ19 เเล้ว says
นี่ นี่ฉันพึ่งไปดัดผมมานะ ย้อมสีน้ำตาลทองเหมือนเดิม....อยากห้ายเเกเห็นจัง

สงสารตัวตนความเป็นไทยในตัวคุณบ้าง.....

*
*
ฉันเริ่มรู้สึกตัว
ตาของฉันพยายามลืมขึ้น
ภาพที่เห็น คนพลาสติกสี่ห้าคนกำลังมุงมองฉัน พร้อมไฟสว่างจ้า
ใส่ชุดผ่าตัด คิก คิก....เสียงหัวเราะที่ลอดผ่านจากผ้าปิดปากสีขาว
พร้อมกับที่มันจับลูกตาของฉันให้เบิ่งกว้าง พร้อมมีดผ่าตัดในมือ
ก่อนใครสักคนจะกระซิบที่หูฉันว่า

"มาเป็นพวกเราเถอะนะ"

ก่อนที่ฉันจะนอนนิ่งสนิทด้วยความรู้สึกปลง และว่างเปล่า

----------------------------------------------


ส่วนตัวผมบ้าญี่ปุ่นมากมาย
บ้าเพลง J-POP บ้าเกม บ้าการ์ตูน บเหนังญี่ปุ่นสุดๆ
เเต่ผมก็คิด(เเอบเข้าข้างตัวเองอิอิ) ว่าผมก็คงบ้าเเบบมีลิมิต
เเต่ผมไม่เห็นด้วยเลยกับการใช้ภาษาวิบัติ!!

กลับมาจากเชียงใหม่เเล้วครับ เรื่องนี้เเต่งตอนอยู่เชียงใหม่
เเละกำลังกอดน้องคิงสรี่(หมา)อย่างมีความสุขงุงิ

INSPIRE -MV Ladies Night -Ayumi Hamasaki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืมๆ
หลอนอ่ะ

เข้าใจเปรียบเทียบดีจัง

#1 By .;:melody:;. on 2007-04-17 18:18

โอ้ว นึกว่าสตีเฟ่น คิงแต่งซะอีก
น่ากัวดี เอิ้กๆ

#2 By boatz (58.8.119.80) on 2007-04-17 20:16

อ่านแล้วจิ้นตามนี่น่ากลัวใช้ได้เลยนะนั่น

อ่านหัวกระทู้แล้วนึกว่าจะพูดถึงรื่องศัลยกรรมพลาสติคซะอีก
FREE THAI CINEMA MOVEMENT
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2550
ขอเชิญท่านผู้สนใจ ร่วมฟังการแถลงข่าว และการเสวนา
เรื่อง "จากกรณี แสงศตวรรษ ถึง เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์"
ณ โรงภาพยนตร์ HOUSE RCA พระราม 9(ตึกเดียวกับ UMG และ Tops)
ผู้ร่วมเสวนา
คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์,คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย,คุณชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย,คุณพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ,คุณไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และคุณธนะชัย อุชชิน(ป๊อดโมเดิร์นด็อก)
ดำเนินรายการโดย คุณพิมพกา โตวิระ
ลงทะเบียนเวลา 15.00น.เริ่มแถลงข่าวและสัมมนา เวลา 16.00 น.

The seminar will be held at HOUSE theatre RCA rama 9(UMG&TOPS Building)
on Monday 23rd April 2007, at 4 PM.
Speakers include Apichatpong Weerasatetakul, Prachya Pinkeaw (director of Ong Bak), Pantham Tongsang (Syndroms's producer), Chalida Uabumrungjit (Thai Film Foundation) , Kraisak Choonhawan and Thanachai Ucchin(a lead vocal of Modern Dog).
Moderated by filmmaker Pimpaka Toweera.

#4 By ปุ่น on 2007-04-22 23:59

ฮิฮิ ดีใจที่เห็นคนคิดอย่างเดียวกัน
ถึงแม้บางครั้งเราจะเขียนคำแสลงเวลาคุย msn
แต่ก็เขียนลากเสียงอ่านตามอารมณ์อ่ะนะ
ไอ้แบบที่ว่า นัย คัย หั้ย น่ะค่ะ เห็นแล้วรำคาญตา
โดยเฉพาะคำว่า คะ กับ ค่ะ แยกไม่ออกเหรอ
ว่าออกเสียงต่างกัน เป็นผู้หญิงอะไรใช้ คะ กับ ค่ะ ผิด
็ภาษาไทยถูกประดิษฐ์มาเพื่อให้คนไทยใช้สื่อสารกัน
การเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องมีประโยชน์คือทำให้
ผู้รับสารเข้าใจตรงกันเป็นสากล
ถึงแม้ภาษาจะดิ้นได้ไม่ตายตัว
แต่ก็ควรจะรักษารูปแบบเดิมไว้เพื่่อให้มันเป็นกลาง
ไม่ใช่นึกจะเขียนอะไรก็เขียนกันไป
นึกว่าเก๋เหรอ ไม่ซ้ำใครเหรอ เด่นเหรอ
ถ้าอายุมากแล้ว ยังเขียนแบบนี้กันอยู่ ดูทุเรศนิดนะ
เขียนไปสมัครงาน เขียนไปสอนหนังสือลูก ท่าทางจะน่าอนาถมากกว่าน่ารัก

#5 By Lydia Deetz on 2007-04-27 18:23

ผมตุน blue กับ Always ไว้ แต่ยังไม่ได้ดู


แต่อะไรที่เขียนก็ยังเฉียบเหมือนเดิมนะครับ


เสียดายที่ผมไม่ค่อยมีเวลาได้นั่งลอยชายอ่านอะไรที่อยากอ่าน


ขอบคุณที่ยังคงเขียนอยู่เสมอ


#6 By เบน on 2007-05-01 12:34

ขออนุญาต Add Blog นี้เป็น Favourite น่ะครับ

#7 By Mabinogi on 2007-05-05 18:58

นอกจาก ค่ำคืนแห่งอิสตรี
ชั้นยังนึกภาพของ REAL ME และ ourselves ด้วยแหละเธอ

ปล.เกลียดพวกภาษาวิบัติเหมือนกัน

#8 By ก๋วยจี๊ (203.113.37.12) on 2007-05-10 21:38