คำมั่นสัญญา (Promise)

posted on 01 Jul 2007 01:16 by shikak

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน

แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา

*
*
ผมนั่งฟังเพลงนี้ทุกวันเป็นเวลาสองปี

ตั้งแต่ที่เขาหายไป
ผมรู้สึกตัวสั่น พร้อมกับน้ำตาไหลเออล้นด้วยความคิดถึงทุกครั้ง
แม้เนื้อเพลงจะเป็นการกล่าวถึงผู้หญิง และผู้ชาย
แม้จิตใจของผมจะเป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชาย
แต่มันก็ไม่มีความหมายอะไร
เพราะ เพลงนี้ เป็นเพลงที่เขา มอบแทนใจให้ผม ให้กับคำสัญญาของพวกเรา
เพลงที่มาจากกลอนของสุนทรภู่
พร้อมกับคำมั่นสัญญาที่ผม และเขา ต่างมอบให้กันและกัน เรื่อยๆ เสมอมา
เขาที่เป็นที่รักของผม
ผมกับเขาพบกันที่อเมริกา
เราต่างมาเรียนต่อ
ผมผู้เรียนต่อทางด้านแพทย์ และเขาผู้เรียนต่อทางด้านนิติ
เราต่างอยู่ร่วมกันเป็นเวลาสองปี ทั้งๆที่ผม และเขาไปด้วยกันได้ดีด้วยกันทั้งคู่
เราต่างเติมเต็มซึ่งกันและกัน
แต่แล้ว เมื่อเขาขอกลับไปที่บ้านที่กรุงเทพ
พร้อมกับไม่มีการติดต่อกลับอันใดกลับมา
และตั้งแต่วันนั้นที่ เขา ได้หายไป จากชีวิตผม ตลอดสองปี
*
*
ตอนนี้ผมกำลังฟังเพลงนี้
พร้อมกับที่กำลังลงมาจากสนามบิน
ผมกำลังจะกลับไปหาเขา
ผมทราบข่าว เขาโดยบังเอิญจากเพื่อนของผม
ผู้เป็นแพทย์เหมือนกัน เพราะบังเอิญผมได้เล่าเรื่องของเขาให้เพื่อนผมฟังเมื่อไม่นานมานี้
เขาเป็นคนไข้ของเพื่อนผมเมื่อประมาณหนึ่งปีครึ่ง
เขาความจำเสื่อม จากอุบัติเหตุรถชน
และไม่ใช่อะไร เขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง
ในอีกสี่วันที่จะถึง
*
*
ผมรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่รู้จากปากเพื่อนว่า เขากำลังจะแต่งงาน
ผมไม่รู้หรอกนะว่า ความจำเสื่อมมันจะเปลี่ยนอะไรของเขาไปจากผม
แต่ผมยังจำสิ่งที่เราใฝ่ฝันไว้ได้
การแต่งงาน
มันเป็นสัญญาข้อสุดท้ายระหว่างเรา ก่อนที่เขาจะหายไป
เราจะมีงานแต่งงาน เขาจะใส่ชุดทักซิโด้สีดำ ส่วนผมจะใส่ทักซิโด้สีขาว
เราจะแต่งงานกันในโบสถ์เล็กๆที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างเข้าใจเรา
ไม่มีความรังเกียจ มีเพียงแต่ความอบอุ่นที่แผ่กระจาย...
ผมคิด พลางหยิบ กล่องแก้วดนตรีที่มีโมเดลผู้ชายสองคนใส่ทักซิโด้สีขาว และสีดำขึ้นมา
ที่เราทั้งสองก็ต่างมีกันคนล่ะอัน
พลางหมุนมันไปมา ก่อนที่เพลงที่ผมคุ้นหูจะดังขึ้นมา

มันเป็นกล่องเพลง ที่บรรเลงเพลงที่เป็นเสียงร้องจริงๆ เสียงของเขา....

พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา

แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา

เชยผกาโกสุมปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์

จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง

ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง

เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป.
พร้อมกับเจ้าบ่าวทั้งคู่ในกล่องดนตรีจุมพิตกัน....
*
*
ผมลงจากแท็กซี่ เบื้องหน้าที่ผมเห็นคือคอนโดที่เขาอาศัยอยู่
ผมทราบที่อยู่ของเขาจากเพื่อนของผม
ผมลงพร้อมเปิดประตูเข้าไป
พลางรวบรวมความกล้า ผมแค่อยากจะเจอเขาอีกสักครั้ง
ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นอย่างไร
เขายังจำผมได้มั้ย
และ บางสิ่งบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจของผม
ผมนั่งลงที่ล็อบบี้
นี่เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า
คงอีกไม่นานที่เขาจะลงมา
และก็อีกไม่นานจริงๆที่ประตูลิฟท์ได้เปิดออก
พร้อมกับที่ใบหน้า และรูปร่างที่ผมคุ้นเคยจะปรากฏขึ้น
เขาแทบไม่เปลี่ยนไปเลย
ใบหน้าที่คมเข้ม แบบไทยๆ รูปร่างอันผอมเพรียวแต่ไม่ผอมบาง
และสิ่งที่ผมจะทำก็คือ
ผมเดินตรงเข้าไปหาเขาพร้อมกับทักเขาออกมา
ขอโทษครับ คุณคือ เต้ ใช่มะครับ ผมเข้าไปหาเขาทางด้านหลัง
ความจริงผมกลัว ผมไม่กล้าที่จะยอมรับความจริงบางอย่าง
ก่อนที่เขาจะหันมา และตอบผมว่า
ใช่ครับ ผมคือเต้ ว่าแต่คุณมีอะไรเหรอครับ

เขาพูดออกมา ดวงตาเรียวโตใหญ่ของเขาช่างยังเหมือนเดิม เขาไม่เปลี่ยนไปจริงๆ
ผมคือเพื่อนของคุณที่เคยไปเรียนที่อเมริกากับคุณ ผมกัดฟันตอบในสิ่งที่ผมไม่อยากตอบออกไป
ก่อนที่เขาจะพูดว่า ขอโทษผมความจำเสื่อม ก่อนที่เขาจะชวนผมไปนั่งที่ร้านอาหารข้างๆ
เราต่างนั่งลง พร้อมกับที่เขายิ้มกับผม
คำถามมากมายที่หลั่งไหลออกมา
คุณชื่ออะไร
ผมกับคุณรู้จักกันได้ยังไง
เราสนิทกันมากมั้ย
แต่ก่อนผมเป็นคนยังไง
เขาบอกว่า เขาอยากที่จะรู้ความทรงจำของตัวเองทั้งหมด
ซึ่งทุกคำถามล้วนเสียดสีหัวใจผมอย่างรุนแรง
ผมอยากจะตะโกนตอบไปจริงๆว่า

เรารักกัน เราสัญญากันครั้งสุดท้ายว่าเราจะแต่งงาน
เรากำลังจะแต่งงานกัน ขนาดที่ผมได้ตัดชุดทักซิโด้สีขาวไว้แล้ว
ก่อนที่คุณจะหายไป
แต่ผมไม่สามารถ ผมเห็นสิ่งที่เขาพูดออกมา มันทำให้ผมตัวสั่น พูดอะไรไม่ออก
ก่อนที่เขาจะพูดว่า เขากำลังจะแต่งงานในอีกสามวันข้างหน้า
กับผู้หญิงที่เขารัก ผู้เป็นนางพยาบาลที่เฝ้าดูแล อาการความจำเสื่อมของเขา
ผมพูดไม่ออกจริงๆ หัวใจตอนนี้ของผม ดูเหมือนจะถูกคำพูดที่แหลมคนดุดมีด
ฟาดฟันไปทั่วหัวใจสี่ห้องซะแล้ว
และอีกไม่นานที่ผู้หญิงอันเป็นที่รักของเขาก็มาถึง
ก่อนที่เขาจะไป เขาได้ให้นามบัตรกับผม
พร้อมกับบัตรพิเศษให้เข้าสู่ ปาร์ตี้สละโสดของเขาที่จะมีในคืนพรุ่งนี้
ผมรับมันไว้ ก่อนที่เขาจะลาผม
ไว้เจอกันนะเพื่อนรัก ยินดีนะที่ได้พบนายอีกครั้ง นายเบ้อ
และเดินจับมือไปพร้อมกับผู้หญิงอันเป็นที่รักของเขา
พร้อมกับที่ผมกลับไปที่โรงแรมของผม
ร้องไห้ออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดคืน
*
*
ผมตื่นขึ้นมันก็เป็นตอนกลางวันในอีกวันหนึ่งซะแล้ว
ผมพยายามคิดว่า ผมจะบอกเขาดีมั้ยว่าผมเป็นคนรักของเขา
และเขาเป็นเกย์ แต่เมื่อผมนึกถึงใบหน้าของเขา และผู้หญิงคนนั้น
ใบหน้าที่เปี่ยมสุข ผมทำไม่ได้จริงๆ
ผมทำลายชีวิตของพวกเขาไม่ได้
แต่หากการที่เขาความจำเสื่อมนั่น เป็นโชคชะตาที่เขากับผมจะต้องแยกจากกันจริงๆ
ผมก็ยอมรับในโชคชะตานั่น
ของเพียงวันนี้ ผมจะไปแสดงความยินดีกับเขา ในปาร์ตี้สละโสดของเขาก็คงเพียงพอ
*
*
ปาร์ตี้สละโสดจัดขึ้นที่ร้านอาหารใกล้ๆกับที่คอนโดของเขา
ผมใส่เสื้อยืดสีขาว พร้อมกับกางเกงยีนธรรมดา
ปาร์ตี้ที่มีแต่ผู้ชายประมาณหกคน
มีเหล้า มีเบียร์ ทุกคนต่างซดเหล้ากันคนล่ะแก้วๆ
แสดงความยินดี ไชโย
เห้ย เต้ มึงกำลังมีเมีย แต่งงานมีลูก แบบพวกกูแล้วนะเว้ย

กลับบ้านดึกต่อไปนี้ โดนเมียด่าแน่มึง
อนาคตมึงไม่ต้องอยู่ตัวคนเดียวแล้ว มึงมีเมีย มีลูก คอยดูแล
ก่อนที่คนทั้งโต๊ะจะหัวเราะ
พร้อมกับที่ผมจิบน้ำเปล่าๆ พร้อมกับความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากผ่านไปสามชั่วโมง
ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับ
พร้อมกับเขาที่เมาเป็นเป็ด เต้นไปเต้นมา เดินไปเดินแบบเป็ด มาทำท่าร้องก๊าบๆเป็นเป็ด
ด้วยความอารมณ์ขันของเขา นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมหลงรักเขาอีกอย่าง

พร้อมกับที่เพื่อนของเขา ฝากฝังให้ผม
ให้พาเขาไปส่งที่ห้องคอนโดด้วย
ผมแบกประคองร่างของเขา พลางเดินไป
กลิ่นเหล้าที่เหม็น แต่ประปรายไปด้วยกลิ่นตัวของเขาที่ผมคุ้นเคย
ก่อนที่เขาจะละเมออะไรออกมา ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
เบ้อ นายกลับมาแล้ว....
ประโยคคำๆนี้ถึงกลับทำตัวสั่น ชื่อผม และ คำว่ากลับมาแล้ว มันหมายถึงอะไรกัน
มันแปลว่า ในห้วงความทรงจำในจิตใจลึกๆของเขา เขายังคงจำผมได้อย่างงั้นรึ
ผมเดินไปจนถึงห้องของเขา
ผมควักกุญแจจากในกระเป๋ากางเกงของเขาก่อนที่ไขเข้าไปในห้อง
ผมพาเขาไปนอนบนเตียงก่อนที่ผมจะเปิดตู้เพื่อหาเสื้อผ้าเปลี่ยนให้เขา
และผมก็ต้องตกใจถึงขีดสุดเมื่อผมเปิดตู้ๆหนึ่ง
ผมตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เห็น
ก่อนที่น้ำตาของผมจะไหลอาบลงมา
พร้อมกับไปหยิบขวดน้ำบนโต๊ะออกมา
และสาดลงบนหน้าของเขา
เห้ยยยยเขาตะโกนเสียงดัง
เบ้อ นายทำอะไร
เขาตื่นด้วยอาการงัวเงีย
ก่อนที่ผมจะทำอะไรบางอย่าง

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร

ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน....

ผมบิดกล่องดนตรีเจ้าบ่าวคู่
ภายในตู้นั่น มีรูปภาพของผม กล่องดนตรีเจ้าบ่าวคู่ และที่ๆของเรา ของแห่งความทรงจำของเรา....
ก่อนที่เขาจะอึ้ง และเงียบไป
เบ้อ....ผมขอโทษ
นายทำอย่างงี้ทำไม เต้ ทำไมนายทำได้ลงคอ
ฟังผมก่อน เบ้อ ผมมีเหตุผลนะ

แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา

เสียงร้องเพลงจากกล่องดนตรียังคงดังต่อไป พร้อมกับที่เจ้าบ่าวทั้งคู่บนกล่องดนตรี จับมือเต้นรำไปมา

ที่จริงนายไม่ได้ความจำเสื่อมใช่มั้ย นายแกล้ง ผมตะโกนออกไปสุดเสียง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบ
ผมมีเหตุผลจริงๆเบ้อ เบ้อนายฟังผมก่อน
ผมจะไปบอกเธอคนนั้น ในสิ่งที่เกิดขึ้น
สิ่งที่ผมพูดออกไป มันเป็นความจริง
ผมยอมให้เต้หลอกผมได้ แต่ผมยอมให้เขาหลอกเธอไปทั้งชีวิตไม่ได้

พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา

แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา
เชยผกาโกสุมปทุมทอง


เบ้อ ผมขอร้อง ผมจะบอกความจริงกับเธอเอง เรื่องทั้งหมด
ให้โอกาสผมเถอะนะ ผมจะจัดการทุกอย่างเอง มะรืนนี้งานแต่งงานทั้งหมด
จะเปลี่ยนไป มันจะเป็นงานแต่งงานของเรา
เต้พูดด้วยสายตาที่วิงวอน


แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์

จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง


ก่อนที่ผมจะเงียบ พร้อมตริตรอง ผมควรจะเชื่อคำพูดของเขาดีมั้ย
ตลอดเวลาที่ผมอยู่กับเขามันมีความสุข
เราต่างตั้งข้อสัญญา และทำมันไปด้วยกันทีล่ะขั้นๆทีล่ะข้อ
และมันก็จะจบลงที่ความสุขทุกครั้ง

ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง

เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป.
พร้อมกับเจ้าบ่าวจุมพิตซึ่งกันและกัน


คืนพรุ่งนี้ เบ้อนายใส่ชุดทักซิโด้สีขาวไว้ได้เลย ให้ที่อยู่ และห้องในโรงแรมที่คุณพัก
ผมจะไปรับคุณเอง ผมจะจัดการเรื่องทั้งหมด ผมพูดจริงๆ
ตลอดเวลาผมไม่เคยลืมคุณ เชื่อผมเถอะ ผมจะทำข้อสัญญาข้อสุดท้ายที่ให้ไว้กับคุณให้สำเร็จ

ตกลง ผมจะให้โอกาสนาย วลิต แค่คืนเดียวเท่านั้น
ก่อนที่ผมจะตอบตกลง พร้อมกับเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
*
*
คืนต่อมา ผมใส่ชุดทักซิโด้สีขาวรอวลิต
ตามที่วลิตให้คำสัญญากับผมไว้
พร้อมกับที่ผมนั่งอยู่บนเตียง พลางวางกล่องดนตรีเจ้าบ่าวคู่ไว้บนโต๊ะ
ก่อนที่จะมีคนเคาะประตู และไม่ใช่ใคร เขา วลิต
ก่อนที่ผมจะเปิดประตู เขาเข้ามา พร้อมด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่ผมจะถามว่า คุณบอกเธอไปรึยัง
แต่แล้ว สิ่งที่เขาทำ
เขาผลักผมลงบนที่นอน พลางจับมือทั้งสองข้างเอาไว้ข้างหลัง
วลิต นายจะทำอะไรน่ะ
ขอโทษนะเบ้อ ตลอดเวลา ผมนึกถึงคุณ รักคุณเพียงคนเดียวเสมอมา
แต่ผมมีเหตุผล

เหตุผลอะไร นี่คุณกำลังทำอะไรผม ผมพยายามดิ้น
ผมทนไม่ได้จริงๆเบ้อ ผมทนคำถามที่รบเร้าเหล่านั้นไม่ได้จากผู้คน
เมื่อไหร่จะแต่งงานล่ะ มีแฟนรึยัง พร้อมกับที่ผมเห็นเพื่อนของผมแต่ล่ะคนมีครอบครัว
มีภรรยา มีลูกที่น่ารัก แต่ผมไม่มี ผมรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ผมได้ยิน ที่ผมเห็น
และที่สำคัญ หากตอนผมแก่เฒ่าไป ผมจะอยู่กับใคร
ผมไม่อยากอยู่คนเดียวกับแมวแก่ๆ ไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว....
ความรักร่วมเพศ มันเป็นอะไรที่รวดเร็ว ไม่แน่นอน ไม่ยั้งยืน ไม่มีอะไรยึดติดเราเอาไว้
เราจะเลิกกันเมื่อไหร่ล่ะเบ้อ เบื่อกันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นผมเลือก
ผมตัดสินใจขับรถชน แกล้งเอาหัวชนกับรถ เพื่อแกล้งเป็นความจำเสื่อม
เพราะเหตุผลทั้งหมด.... คุณคงเข้าใจผมนะ เบ้อ
ตลอดเวลาผมรักคุณคนเดียวเสมอมา ไม่มีใครมาแทนที่คุณได้
ตลอดเวลาสองปี ผมนึกถึงคุณ แต่ผมมีเหตุผล ผมต้องนึกถึงอนาคตของผมเอง

เขาพูดพลางควักเชือกออกมารัดที่มือผมทั้งสองข้าง
เต้ ทำไมนายคิดแบบนี้ แล้วข้อสัญญาที่เราสองคนทำกันมาตลอดล่ะ
เราต่างมีข้อสัญญายึดติดเราทั้งคู่ คุณลืมแล้วเหรอ เราแค่ทำตามสัญญาที่เราให้ไว้
มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ
ผมพูดและพยายามดิ้น
ก่อนที่เขาจะหยิบเข็มฉีดยาอะไรบางอย่างฉีดเข้าที่ตัวผม
ก่อนที่ผมจะดิ้นสุดแรง ตัวผมล้มไปที่โต๊ะ ผมล้มลงไปที่พื้น และ
กล่องดนตรีเจ้าบ่าวคู่ของผม
ได้ร่วงร่นลงมา มันช่างดูเหมือนภาพสโลโมชั่น..ตามหนังเหลือเกิน
พร้อมกับที่มันแตกสลาย ตรงข้างๆหน้าของผม
เพล้ง
พร้อมสติอันเลือนรางของผม
*
*
ผมรู้สึกตัวอีกที ผมกำลังอยู่ในที่ๆหนึ่ง

ไม่มีเชือกมัด....
น่าแปลกที่ผมไม่อยากที่จะตะโกนให้ใครช่วย
พร้อมกับเสียงพิธีแต่งงานได้ดังขึ้นข้างๆไม่ไกลจากผม
ก่อนที่ผมจะหมดหวังกับชีวิต
คำสัญญาของเขามันช่างเปราะบางเหลือเกิน


เปิดตัวเจ้าบ่าวคนที่สอง เสียงบางอย่างดังขึ้น
พร้อมกับที่ม่านเปิด เบื้องหน้าคืองานแต่งงาน คือโบสถ์เล็กๆ
ก่อนที่เขาจะเดินมาหาผม ด้วยชุดทักซิโด้สีดำ
ขอโทษนะ เบ้อ ผมต้องขอโทษคุณอีกแล้ว ในเวลาไม่ถึงสองวัน
เมื่อคืนหลังจากที่ผมฉีดยาสลบใส่คุณ พร้อมกับคำพูดสุดท้ายของคุณ
คำสัญญาของเราที่มีกันมาตลอด
มันทำให้ผม
ผมนึกถึงคำพูดของคุณในสมัยก่อน ในเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ในตอนเราเริ่มสัญญาแรกของกันและกัน

ถึงความรักร่วมเพศมันไม่มีอะไรยึดติดเราเอาไว้ นอกจากตัวเรา แล้วทำไมเราจะต้องไปแคร์กับมัน
แค่ไม่มีทะเบียนสมรส ไม่มีลูก แต่เรามีได้ด้วยจิตใจของเรา แล้วทำไมล่ะ เราถึงไม่สร้างมันขึ้นมาเอง
คำสัญญาที่มาจากจิตใจ เรามาสร้างมันด้วยกันนะเต้ เราไม่เห็นต้องแคร์ ไม่เห็นต้องยึดติดอะไร เราแค่มุ่งมั่น
ทำตามสัญญาที่เราให้ไว้กับอีกฝ่าย แค่ตั้งใจทำมัน ด้วยความรัก ด้วยความจริงใจ คำสัญญาที่มาจากหัวใจ
มันมีค่ามีอานุภาพ มากมายกว่า กระดาษที่เรียกว่า ทะเบียนสมรส
มากกว่าคนที่เกิดมาแล้วไม่รับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ เรามาเริ่มสัญญาแรกด้วยกันนะ.....ค่อยๆทำมันไปด้วยกัน



จำได้ใช่มั้ยเบ้อ ผมพึ่งจะระลึกถึงมัน พร้อมกับที่ผมรู้ว่าที่ผมทำตลอดมานี่มันผิด ผมเกือบจะทำร้ายคุณด้วยซ้ำ
เกือบจะทำร้ายเธอคนนั้น
ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ ผมบอกความจริงกับทุกคนหมดแล้ว รวมถึงเธอคนนั้น ทุกอย่างมันจบแล้วเบ้อ
หากแต่ต่อไปนี้ เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่ ด้วยคำสัญญาข้อใหม่
หากคุณจะไม่รังเกียจ และให้อภัยผมจะได้มั้ย
เขาพูดก่อนที่เขาจะยื่นมือมาที่ผม
ก่อนที่เพลงที่ผมคุ้นเคยจะบรรเลง

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน

แม้อยู่ในใต้หล้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา


ผมลุกขึ้น พลางปัดฝุ่นต่างๆตามร่างกายที่เปื้อนชุดทักซิโด้สีขาวของผม
ก่อนที่ผมจะยื่นมือออกไป สัมผัสกับมือของเขา

ผมรักคุณ ผมไม่ถือโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้ คำสัญญาสุดท้าย
มันก็ได้เป็นจริงแล้ว


ก่อนที่ผมและเขาจะเดินไปด้วยกัน ในพิธีแต่งงานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่รังเกียจ
เต็มไปด้วยความอบอุ่น
พวกเขาตบมือกัน แสดงความยินดีกับผม
พร้อมกับน้ำตาแห่งความยินดีที่สุดในชีวิตผม
ก่อนที่เราจะเดินไป เต้นรำกันไป หาหลวงพ่อ
พร้อมเสียงเพลงที่เราต่างคุ้นเคยกัน


พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา

แม้เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา

เชยผกาโกสุมปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำอำไพใคร่เป็นหงส์

จะร่อนลงสิงสู่เป็นคู่สอง

ขอติดตามทรามสงวนนวลละออง

เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป.

คุณจะรับนายเต้เป็นคู่ชีวิต ดูแลกันไปตลอดชีวิตรึไม่ และคุณล่ะ
รับครับ...

และก่อนที่เราจะจูบกัน พร้อมกับที่พระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นจากขอบท้องฟ้า
แสดส่องมาจากเบื้องหน้า....
----------------------------------------------------
นี่เป็นเรื่องที่คิดไว้นานเเล้วมากๆ เเต่ด้วยความขี้เกียจเขียนเลยดอง
มันมาจากเรื่องที่เคยอินโทรดักชั่นไว้เมื่อเกือบหนึ่งปีที่เเล้ว
http://shikak.exteen.com/20060722/introduction-3-1
ที่เกริ่นๆไว้ ตอนเเรกกะทำเป็นเรื่องยาวเเบบ ชิน ต้อง
แต่ด้วยอะไรก็ไม่ทราบได้ เลยออกมาตอนเดียวจบอย่างที่เห็นข้างบนเน่อ

เรื่องของเรื่องมาจากความฝันของตัวเอง
ชุดทักซิโด้สีขาวของผม เเละชุดทักซิโด้สีดำของคุณ...
ไม่รู้ว่ามีความคิด ความฝันเเบบนี้ตั้งเเต่เมื่อไหร่....


ส่วนตัวชอบเพลง คำมั่นสัญญา
เป็นเพลงเก่าเพลงเดียวที่คลั่งไคล้ เเละฟังมากที่สุด

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้โผล่หน้าเข้ามาเลย คิดถึงทุกคนมากๆครับ
ยุ่งๆกับการเรียน เเละการทำหนังสือ....
แล้วเจอกันคราวหน้าเร็วมากถึงเร็วที่สุด
กับ เรื่อง Kiss & Cry...!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สุนทรภู่แสดงอารมณ์ของพระอภัยฯ ต่อนางละเวงวัฬฬา ได้อย่าลึกซึ้งคับ
พอเอากลอนมาผสมแทรกแล้วได้อารมณ์สุนทรีย์ดีแฮะ

ตอนนี้ก็สื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาได้หลาย ๆ อย่างทีเดียวครับ
ชอบเรื่องนี้จังเลยแฮะ

#3 By dinkun (202.44.135.35 /172.27.44.121) on 2007-07-10 10:34