GUILTY
posted on 10 Jan 2008 00:42 by shikak
บาดเเผลของจิตใจ
ที่ยังคงหลงเหลือฝังลึกลงใน
สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ
นั่นน่ะหรือ ที่เรียกว่า ความผิด
*
*
You are GUILTY
(คุณมีความผิด...)
You are GUILTY...
(คุณมีความผิด...)
เสียงบางสิ่งบางอย่างปลุกฉันขึ้นมาจากที่นอนอีกครั้ง
มันไม่ใช่ครั้งเเรกที่ฉันถูกปลุกขึ้นมาเเบบนี้
มันเป็นเเบบนี้มาตลอดทั้งเดือน
ตั้งเเต่ฉันรับรู้ถึง บางสิ่งบางอย่างนั้น
ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญ
มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน
ทุกครั้งที่ฉันนอน
เหมือนฉันจะต้องได้ยินเสียงเเปลกๆลอดเข้ามาในหูฉันทุกครั้ง
เสียงบางสิ่ง บางอย่างที่เหมือนจะกระซิบอยู่ข้างหูฉัน
คุณมีความผิด ....
ฉันไม่เข้าใจฉันไม่เคยทำอะไรให้ใคร
ฉันไม่เคยคิดเเม้เเต่จะทำร้ายร่างกาย หรือ จิตใจใคร
เเต่ถ้าหากฉันทำมันไปด้วยความไม่รู้ มันจะเรียกว่า ความผิด หรือเปล่า
หรือสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญอยู่นี่
มันคือ
ความผิด ที่ฉันได้ทำโดยที่ฉันไม่รู้...
*
*
"ไม่รู้ คือไม่ผิด"
เสียงเพื่อนสนิทฉัน หลังจากล่วงรู้ในสิ่งที่ฉันเล่าออกไป
ฉันพยายามหาทางออกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ฉันพยายามถามความเห็น ตลอดจนการถามใจตัวเอง
เเต่พวกเค้า เเละเสียงข้างในตัวฉัน กลับพร้อมใจบอกฉันว่า
เเกไม่ผิดนี่...เเกไม่รู้
ใช่ ฉันไม่ผิด ความผิดมันต้องทำไปด้วยเจตนาไม่ใช่หรือ
เเต่การที่ฉันพยายามหาทางออก
การที่คนที่ฉันปรึกษาบอกว่ามันไม่ใช่ความผิด
เเต่มันก็ยังทำให้ฉันไม่สามารถหลุดพ้นได้
ฉันไม่เข้าใจทำไม
มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน
*
*
ความรัก ฉันมีความรักกับเขา
ชายผู้ที่เปิดโลกเเห่งเซ็กส์ เเละด้านมืดให้กับฉัน
ตลอดเวลาที่ฉันรู้จักเขา เขาได้เติมเต็มช่องว่าง
เเละ ทำลายกำเเพงที่กัดกั้นสิ่งที่เรียกว่า กิเลศ
ตลอดเวลาฉันเคยคิดว่า เซ็กส์ เเละการช่วยตัวเองเป็นเรื่องที่ผิด
ตลอดจนการพูด หรือเขียนถึงมัน ฉันรู้สึกกระดากปาก กระดากนิ้วมือ ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องพวกนี้
เเต่เมื่อเขาเข้ามา เขาได้ปลดปล่อยฉันออกจากโซ่ตรวนที่รัด เเละมัดจิตใจฉันไว้
โซ่ตรวนเเห่งความกลัว ไม่กล้า
ได้ทลายหมดไปเเล้ว
มันไม่เรื่องอะไรที่ฉันไม่กล้าพูด หรือไม่กล้าทำเกี่ยวกับเรื่อง เซ็กส์ หรือ ด้านมืดของจิตใจ
บางทีในห้วงความคิดหนึ่ง ฉันก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่า
การที่เขาได้ทำลายโซ่ตรวนอันเก่าของฉันไป เขาได้ผูกมัดฉันด้วยโซ่ตรวนของเขาเองหรือเปล่า
ฉันถึงไม่สามารถลืมความรู้สึก ลืมเรื่องเเบบนั้นไปได้
เเม้ฉันจะไม่เคยเป็นอะไรกับเขา ไม่เคยเลย..
เเต่เหมือนสิ่งที่เขาเปิด สิ่งทำให้ฉันรู้สึก มันยังคงอยู่ในจิตใจฉัน
ฉันอยาก....ฉันต้องการจากเขาอีก
ฉันลืมมันไม่ได้....
เเต่ฉันก็ไม่เคยคิดโกรธ หรือ โทษเค้า
เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันเลือกกระทำเอง
*
*
ฉันกำลังที่จะเดินกลับไปที่หอของฉันเฉกเช่นทุกวัน
เเต่เหตุการณ์เเปลกๆบางอย่างก็ได้เกิดขึ้นกับฉันอีก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันได้ยินเสียงเเปลกๆตอนนอนประมาณหนึ่งสัปดาห์
ปกติฉันเป็นคนตัวไม่สูงนัก ฉันสูงเพียง 150 เซนติเมตร
มันน่าเเปลกที่อยู่ๆเด็กตัวเล็กๆที่เดินอยู่กับเเม่ระหว่างที่เดินสวนกับฉัน
"เเม่ๆ ครับดูบนหัวของพี่คนนั้นสิ...เเม่ๆ ข้างบนๆ" เขาชี้มาทางฉัน
ฉันงงในสิ่งที่เกิดขึ้น ข้างบนตัวฉัน ข้างบน
เด็กคนนั้นชี้นิ้วขึ้นไปต่อหน้าฉัน
ฉันหันหน้าขึ้นไปมองด้านบน เเต่มันไม่มีสิ่งใด
เบื้องบนฉันคงเป็นเฉกเช่นท้องฟ้าธรรมดาในฤดูหนาว
แม่ของเด็กคนนั้นพยายามลากเขาเดินหนีไป
เเล้วบอกขอโทษฉัน มันคงเป็นจินตนาการของเด็กกระมั้งค่ะ...
ฉันพยายามทำเป็นไม่สนใจ พยายามเดินกลับไป
เเต่ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านเด็กตัวเล็กๆพวกเค้าก็มักมองฉันด้วย
การไล่ระดับสายตาข้างล่าง
ขึ้นมาข้างบน...ฉันสัมผัสได้ถึงความเเปลกประหลาด
ภายในดวงตาอันบริสุทธิ์ของเด็ก...
มันอะไรกัน ฉันพยายามเดินให้เร็วที่สุดเพื่อกลับหอ
ตั้งเเต่วันที่เหตุการณ์เเปลกๆนั้นเริ่มขึ้น
เเละเช่นเดียวกับวันนี้
*
*
ฉันกลับมาที่หอ ฉันนั่งอยู่ที่ขอบเตียง
บางสิ่งบางอย่างเเปลกๆเกิดขึ้นกับฉันอีกเเล้ว
นี่มันอะไรกัน มันเดือนหนึ่งเเล้วนะ
กับการที่ฉันได้นอนวันล่ะเพียง 2-3 ชั่วโมง
ร่างกายของฉันอ่อนเพลียมาก บางครั้งเหมือนฉันจะวูบลงไปจริงๆ
ฉันงงในสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันหูฝาดทุกคืน....
เวลาออกไปไหนก็คอยจะเจอสายตาเเปลกๆจากเด็กๆ
มันมีอะไรกัน ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำภายในหอ เพื่อดูกระจก
เขาความรักของฉันเคยบอกไว้ว่า
"หากมีสิ่งใดคิดมาก หรือต้องการทางออก
ให้มานั่งมองดูตัวเองที่กระจก กระจกจะสะท้อนร่างกายออกมา
เเต่ให้คุณ พูดกับตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวเอง
กระจกก็จะสะท้อนบางอย่างออกมาในจิตใจของคุณ ตัวตนของคุณ
เชื่อสิคุณจะเห็นรอยยิ้มของคุณเอง ก่อนที่คุณจะเดินออกไปจากกระจกบานนั้น"
ขอบตาสีดำคล้ำ ใบหน้าที่อ่อนเพลีย....
บางสิ่งบางอย่างอยู่ข้างบนตัวของฉันอย่างงั้นเหรอ
ฉันพยายามมองจากกระจก เเต่ข้างบนตัวฉันมันคือความว่างเปล่า..
และสุดท้ายไม่มีรอยยิ้มของฉันปรากฏ
ฉันพยายามตัดความคิด ตัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ฉันตรงเข้าไปนอน เข้าสู่นิทราเท่านั้นที่จะช่วยฉันได้
*
*
You are GUILTY
You are GUILTY
บางสิ่งบางอย่างปลุกฉันตื่นขึ้นมาจากที่นอนอีกครั้ง
ฉันกุมหัว พร้อมกับเสียงฟ้าร้อง ฝนตกอยู่ข้างนอก
ฝนตกในฤดูหนาว
ฉันกุมหัว ดึงผมของตัวเอง
ทำไม ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย
ทำไมฉันถึงต้องโดนเเบบนี้
ฉันค่อยๆเหลือบตาไปข้างหน้า
เเล้วฉันก็ต้องตกใจถึงขีดสุด
บางสิ่งบางอย่าง
เงาอะไรบางอย่าง
ตะคุ่มๆไปมามันสะท้อนอยู่เฉียงๆข้างๆฉัน
ฉัน กรี๊ดออกมาสุดเสียง
ฉันพึมพำ....ไม่นะ ไม่นะ
เอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง
พร้อมกับหลับตา เเละขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเร็วที่สุด
*
*
รุ่งเช้าฉันรีบออกจากหอนั้นโดยเร็ว
ฉันคว้ากุญเเจอะไรบางอย่างออกมาด้วย
ฉันเดินตรงไปอย่างรวดเร็ว ไปยังจุดหมายนั้น ที่เเห่งนั้น
สิ่งที่จะช่วยฉันได้ ทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างจากที่ฉันเผชิญ
ห้องกระจก...
สิ่งเดียวที่เป็นของขวัญที่เขามอบให้กับฉัน
ฉันเดินตรงขึ้นไปพลางกดลิฟท์ขึ้นไปบนอาคารของห้องกระจกนั้น
พร้อมกับที่ฉันอยู่เบื้องหน้า
มีเเม่กุญเเจผูกโซ่ล็อคมันไว้อยู่
เขาสร้างห้องนี้ขึ้นมา
เพื่อถ่ายหนังสั้นเรื่องอะไรบางอย่าง
ภายในห้องเต็มไปด้วยกระจก ทุกสิ่งทุกอย่างคือกระจก
มันมีกระจกที่สะท้อนตัวของคนทุกด้าน
พร้อมกำเเพงกระจกลัดเลาะไปมา
เเม้เเต่ทางเดินที่เหยียบก็ยังเป็นกระจก เพดานของห้องก็เป็นกระจก
เขาทำงานของเขาเสร็จสิ้น
ตอนเเรกเขาตั้งใจจะทุบมันทิ้ง
เเต่เขาเสียดายที่จะทำลายมัน
เขาอยากให้มันเป็นประโยชน์อะไรบางอย่าง
เขาเลยมอบมันให้กับฉัน...
ฉันเคยมาที่นี่หลายครั้ง หลายครั้งที่ฉันมาทบทวน พูดกับตัวเอง
พร้อมเห็นสิ่งที่กระจกสะท้อนมาทุกด้าน
เเต่ฉันต้องเดินด้วยความระมัดระวัง กระจกข้างใต้เท้ามันช่างเปาะบาง
ฉันกลัวที่มันจะเเตก...เหมือนฉันต้องเดินด้วยหัวนิ้วโป้งของเท้าทั้งสองข้างตลอดเวลา
เเต่ตั้งเเต่ช่วงปีที่ผ่านมา ฉันก็ไม่เคยมาที่นี่อีกเลย
อาจเพราะมันเป็นที่ๆทำให้ฉันนึกถึงเขา
เเต่ครั้งนี้ฉันทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันไม่ได้จริงๆ
มันถึงขีดสุดของความอดทน เเละความกลัวเเล้ว
ฉันไขกุญเเจ เเล้วตรงเข้าไปในห้องนั้น
ฉันค่อยๆเดินด้วยความระมัดระวัง
คึ่กๆ.....เสียงกระจกทางเดินดัง
ฉันเห็นภาพฉันสะท้อนกับกระจกด้านผนัง
พยายามคุ้นคิดในสิ่งที่ฉันเจอ
ฉันทบทวน พูดกับตัวเอง
เเต่เเล้วฉันก็ต้องตกใจอีกครั้ง
บางสิ่งบางอย่างเเวบไปเเวบมา มันเหมือนสายสีดำ หรือ งูสีดำ อะไรบางอย่าง
ฉันตกใจ หรือว่าฉันตาฝาด มันมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องนี้
ฉันเริ่มมองไปรอบๆ ข้างซ้าย ข้างขวา
บนเพดาน ฉันยังคงเห็นมันเเว็บไปเเว็บมา อะไรบางอย่างสีดำ
ฉันเดินเข้าไปในห้องนั้นเรื่อยๆ
คึ่ก....คึ่ก
หลังฉันติดกับผนังกระจก
นี่มันอะไรกัน แต่ฉันไม่ยอมกลับหรอก
จนกว่าที่ฉันจะค้นพบว่า สิ่งที่เกิดกับฉันมันคืออะไร
ฉันเดินไปรอบๆอีกครั้ง
ตาของฉันเริ่มพล่ามัว
ฉันเอามือเท้าเข่าตัวเอง
ฉันหลับตา
หัวเเละใบหน้าของฉันผงกลง
เพื่อให้ความพล่ามัวมันจางหายไป
ฉันลืมตา
เเล้วฉันก็ต้องตกใจถึงขีดสุด
ฉันเเทบจะกรี๊ดออกมา
เเต่มันไม่มีเสียงที่จะให้ฉันกรี๊ดอีกเเล้ว
ร่างกายฉันหมดเรี่ยวเเรง
ตัวฉันล้มลงไป
เเต่ฉันไม่ล้ม
เชือกสีดำโยงใยมาจากรอบด้านผูกมัดฉันไว้
ห้อยฉันลงมา
ฉันเป็นดั่งหุ่นกระบอก
ภาพที่กระจกด้านล่างสะท้อนขึ้นมาจากเบื้องบน
ฉันเห็นเธอ เธอ....
เธอชักใยฉันอยู่เบื้องบน
นิ้วของเธอขยุบขยำไปมา
เงา....
ปากของเธอ พูดพึมพำเบาๆ
You are GUILTY
You are GUILTY
วินาทีที่สติ เเละสายตาของฉันพล่ามัว
ฉันรวบรวมสติครั้งสุดท้าย พร้อมพูดออกไปเบาๆว่า
"ฉันขอโทษ ตลอดเวลาที่ฉันรักเขา ฉันไม่รู้จริงๆว่า
เขามีใครอยู่ เขามีเธออยู่ ฉันไม่รู้จริงๆ....ฉันพึ่งรับรู้มันเมื่อเดือนที่เเล้ว
ฉันยอมให้เขาทำร้ายฉันได้ ฉันยอมที่จะทำร้ายตัวเองได้
เเต่ฉันยอมให้ตัวฉันไปทำร้ายเธอไม่ได้ ฉันขอโทษ
ถ้าฉันรู้ ฉันจะไม่มีทางทำมันเด็ดขาด ไม่มีทาง...
โดยเฉพาะเธอ เธอผู้ให้กำลังใจฉันเสมอมาบนทางเดินของฉัน...."
วินาทีนั้น
ภาพที่กระจกสะท้อนให้ฉันเห็น
เธอค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา
เเต่น่าเเปลกที่พอเธอยิ้มมันออกมา
ใบหน้า เเละรอยยิ้มนั้น
มันกลับค่อยๆเปลี่ยนเป็น
รอยยิ้มของฉันเอง
ของฉันเอง
พร้อมกับที่บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
ความผิดมันชักใยฉัน ควบคุมฉัน เหมือนหุ่นกระบอก
คำขอโทษ ไม่ว่าจะผิดจริง หรือไม่ผิด
มันคือการปลดปล่อยพันธนาการ
มันไม่ต้องการคำตอบ หรือให้อภัยจากใคร
เพราะอย่างน้อย
มันก็ได้ปลดปล่อยตัวของฉันเอง...
ตัวฉันล่วงลงมา
เลือดที่ไหลซึมออกมา....
เหมือนกับสิ่งที่หลงเหลืออยู่....
เเม้จะขอโทษไปเเล้ว....
เเต่บางสิ่งบางอย่างในจิตใจของฉัน ไม่ก็เธอ
ความรู้สึก ความเชื่อใจ หรืออะไรที่ไม่สามารถบอกมันออกมาเป็นคำพูด...
มันก็คงเเตกออกเป็นเสี่ยงๆ
เเละไม่สามารถจะสมานมันให้เหมือนตอนเเรก....
เหมือนตอนที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยได้
เฉกเช่น เดียวกับ
กระจกบนพื้นที่เเตกละเอียด
ละเลงไปด้วยเลือดสีข้นของฉัน
------------------------------------------------
เรื่องสั้นเรื่องเเรกของปีนี้ครับ
ี้
"GUILTY"....Me?
พบกันเอนทรี่หน้าครับ กับ Tag ที่ค้างคา
ตึง!
แกลองเข้าไปดูสิค่ะ-*-
)
ไม่คิดว่าเป็นชิเลย
#1 By น้ำเงินเจือขาว on 2008-01-10 00:54