3

posted on 07 Sep 2008 00:34 by shikak



 ยามกลางวันทุกสิ่งทุกอย่าง

วุ่นวาย รีบเร่ง รุนแรง
เหมือนน้ำที่ไหลเชี่ยวไปตามไหล่หุบเขาคดเคี้ยว

แต่เมื่อใดก็ตามที่เข้ามาถึงในราตรีกาล
น้ำไหลเชี่ยวนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป
มันสงบ คงที่ เงียบเชียบ และเยือกเย็น

ดั่งน้ำไหลเชี่ยวที่เปลี่ยนรูปตัวเองเป็นก้อนน้ำแข็ง
แต่ภายในก้อนน้ำแข็งในท่ามกลางยามราตรีนั้น
ทว่ามันมีเปลวไฟซ่อนหลบอยู่ภายใน

เปลวไฟแห่งความปรารถนา ที่จะเผาผลาญยามราตรี
ให้ผ่านพ้นไปอย่างน่าประหลาด และรวดเร็วที่สุด
*
*
 สวัสดีครับ ขณะนี้ทุกท่านกำลังดำรงอยู่ในยามราตรีอันมืดมิด
ผมไม่มีอะไรที่จะทำอีกเช่นเคยในยามเปลี่ยวเหงานี้
ดังนั้น ผมซึ่งเป็นเพียงสื่อ เหมือนกล้องวีดีทัศน์
ไม่สิ ผมเป็นกล้องวีดีทัศน์ที่เต็มตึงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ดังนั้น เป็นอีกคืนที่ผมจะหาเหยื่อสักราย
เพื่อเฝ้าจ้องมองเขาในยามราตรี
ตอนนี้ผมกำลังจับจ้องถ่ายไปที่เขาแล้ว

ชายอายุวัยรุ่นคนหนึ่ง จมูกมีขนาดใหญ่ และปากอันหนา
นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เคาร์เตอร์ของบาร์ที่ดูครึกครื้น และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งเอเชีย
ทุกโต๊ะ และทุกเคาร์เตอร์เนืองแน่นไปด้วยผู้คนหลากหลายซึ่งอาจธรรมดา
ทว่ามีความแปลกประหลาดทับซ่อนอยู่ภายใน
ผู้คนทุกผู้นั่งกัน จับกลุ่มพูดคุยกัน เป็นกลุ่มเพียงสาม
พูดคุยกันอย่างออกรสทุกสามนั้น
ท่ามกลาง เสียงเพลงที่เปิดคลอออกรสชาติเอเชี่ยน
เพลงดนตรีบรรเลงพื้นเมืองจากโลกตะวันออก
และโทรทัศน์เครื่องใหญ่ที่เปิดกีฬาที่นิยมที่สุดในโลกนี้

ให้ตายสิ ผมขอตั้งชื่อร้านนี้ว่า
ร้านเพื่อนสาม ล่ะกัน คงเข้ากันดีกับภาพที่เห็น

แต่ชายที่ผมจับจ้องเขากลับนั่งอยู่คนเดียวเพียงลำพัง
สายตาเขาไม่ได้สนใจในสิ่งรอบข้าง หรือ เหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ของกลิ่น
หรือเส้นเสียงของดนตรีแห่งโลกตะวันออกแต่อย่างใด

ทว่าเขาจับจ้องมุ่งเพ่งสายตาไปยังแก้วเบียร์สีเหลืองทองธรรมดาเบื้องหน้าของเขา
แก้วเบียร์ที่มีหลอดดูดสีขาว
เราไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจ้องมันไปทำไม
ทำไมเขาถึงไม่ยกขึ้น กระดกมันเข้าไป
ไม่สิ เขาคงต้องใช้หลอดสีขาวนั่นดูดมากกว่า

เราจับจ้องเขาอยู่นาน
น่าแปลกที่ผมรู้สึกเงียบสงบที่จับโฟกัสไปที่เขา
ท่ามกลางความอึกทึกของบรรดาเพื่อนสามรอบข้าง
ถ้าผมอ่านสายตาเขาไม่ผิด
ดูเหมือนเขาจะอยากดื่มเบียร์แก้วตรงหน้าเขาเหลือเกิน
ผมเห็นสายตาแห่งความอยาก และกระหายจากเขา
ผมมั่นใจ และแน่ใจ จากการจับตาสอดรู้สอดเห็นเหยื่อในยามราตรีมานักต่อนัก
แต่ผมก็ไม่อาจรู้ได้ว่า ทำไมเขาถึงไม่ดื่มมันไปเสีย

เขาอาจจะเป็นเหมือนเด็กนักเรียนมัธยมที่มีความใฝ่ดีที่สังคมพยายามยัดเยียดมอบให้เขา
ที่มันกำลังต่อสู้อยู่กับความอยากรู้ อยากลอง และปรารถนาที่จะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ
ผมไม่แน่ใจว่าเขาเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า
และคงไม่มีใครอาจล่วงรู้ได้

*
*

  ผมตื่นลืมตาขึ้นมาในกลางดึก พลิกดูนาฬิกา 'ตีหนึ่งสี่สิบห้านาที'
เวลาที่ทุกทีผมคงจะนอนขดตัวในผ้าห่มเพื่อขจัดซ่อนความหนาวเหน็บของเครื่องปรับอากาศ
และเอามือทั้งสองวางไขว้กันจับหัวไหล่ทั้งสองข้าง
เพื่อทำลายความเหงา และปรารถนาใครสักคน
แต่เรื่องสองอย่างข้างต้นช่างน้อยนิด และไม่สามารถทำให้ผมเศร้า หรือทุกข์ได้หรอก
อาจเพราะผมมีบางสิ่งบางอย่างที่แบก กดทับ ผมไว้มากพอแล้ว

ผมลุกขึ้นจากเตียงมุ่งตรงเข้าไปในประตูเบื้องหน้า
จ้องมองตัวเองที่กระจกในห้องน้ำ
สายตาอันต่อต้าน เบื่อหน่ายทุกสิ่งทุกอย่าง และขอบตาดำคล้ำของผมยังไม่เปลี่ยนแปลง
ผมก้มหน้าลง ผมรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แผ่ซ่าน
 ก่อนที่จะก้าวเดินออก

บังเกิดเสียงดังเปรียะอันคุ้นเคย ผมหันกลับไปมอง

กระจกเป็นรอยร้าวแตกหนึ่งดวงย่อมๆ
ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป อย่างไม่ใส่ใจอะไร

ผมลงลิฟท์ลงมาถึงชั้นล็อบบี้
ผมไม่มีที่อาศัยในยามค่ำคืนเป็นหลักเป็นแหล่งนัก
ผมมักย้ายตัวเองไปตามโรงแรมต่างๆ ไม่ก็เกสเฮ้าส์สักหลัง
ผมจะหลับลึก หลับนาน แต่ไม่ใช่วันนี้
วันที่ผมต้องไปทำภารกิจบางอย่าง ภารกิจเพื่อตัวของผมเอง

ผมเดินผ่านล็อบบี้ไปเรื่อย
ตู้ปลาขนาดใหญ่ มีปลาแหวกว่ายสะบัดหาง
สวยงามหลากหลายสี

ผมรู้สึกถึงบางอย่างที่แผ่ซ่านอีกครั้ง
บางสิ่งบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของผม

ทันใดนั้นตู้ปลาที่อยู่ในสายตาของผม
มันแตกกระจุยพุ่งไปเบื้องหน้า

เหมือนมีระเบิดติดตั้งอยู่ภายใน
พอๆกับที่โคมไฟห้อยระย้าที่ตกลงมากระทบโต๊ะแก้วขนาดเล็ก
มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ผู้คนในล็อบบี้ร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น
ทว่า ผมยังเดินต่อไป ก้าวออกจากประตูโรงแรม
เดินตัดถนนมุ่งหน้าไปยังที่ๆ ผมต้องการ

ผมเดินไปสิ่งต่างๆในยามราตรีในเมืองมหานครยังเต็มไปด้วยผู้คน
ผมเหลือบไปมองเห็นสุนัขจรจัด สาม ตัว กลุ่มหนึ่งระหว่างทาง
ผมสัมผัสถึงสิ่งที่แผ่ซ่านในตัวของผม
ครั้งนี้ผมแน่ใจแล้วว่า มันคือ ความกลัวในจิตใจของผมเอง

ก่อนที่สุนัขจรจัดทั้งสาม จะ เลือดไหลออกจากตาทีละตัว เห่าร้องครวญคราง
และนอนแน่นิ่ง อาบไปด้วยเลือดทั้งกลุ่ม

มันเป็นเรื่องธรรมดา แสนธรรมดาของผมที่เจอมาตลอด
ความทรมานกับความกลัว
ความกลัวในจิตใจที่สามารถโยงใยเชื่อมทุกสิ่งเบื้องหน้า

ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้า
แต่ผมก็ยินดีที่จะได้เจอกับมัน
เพราะในตอนนี้ มันไม่สามารถทำอะไรผมได้อีกแล้ว


เฉกเช่นสายฝนโปรยปรายลงมาปอยๆในวันที่ทุกค่ำคืนที่ผมมีภารกิจนี้
สายฝนที่ตกกระทบแอ่งน้ำนอง น้ำในแอ่งกระจายเป็นย่อมเล็ก...
พร้อมกับตัวผมที่เปียกโปน มันชะล้างบางสิ่งบางอย่างออกไป

ในที่สุดผมก็เดินตรงมาถึงสถานที่ ที่ๆผมมีภารกิจต้องกระทำ
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พร้อมกับประตูเหล็กที่ปิดหนาแน่นในยามวิกาล
แต่มันจะมีปัญหาอันใดเล่า
เพียงแค่ผมเพ่งสายตา

ประตูเหล็กก็แตกระเบิด กระจาย ดุจแก้วน้ำธรรมดาที่บอบบางอ่อนแอ
และแตกเป็นเสี่ยงๆ ยามปล่อยลงลู่สู่พื้นเบื้องล่าง

*
*

 ผมยังจับจ้องเขาต่อไป ทีนี้ผมแน่ใจอย่างที่สุด
แล้วว่าเขาอยากกินเบียร์แก้วนั้น
เขาพยายามเอามือไปจับหลายต