And Then

posted on 22 Oct 2009 17:51 by shikak


ผมนั่งพิจารณาดูแฟ้มประวัติคนไข้รายหนึ่งอยู่ในห้องตรวจ
ที่บัดนี้ ณ เวลานี้คงจะไม่มีใครเข้ามาใช้บริการรักษาจากผมแล้ว
แฟ้มประวัติตรงหน้า ตัวแฟ้มทำจากกระดาษแข็งสีเหลืองซีด
มันจืดจางเหมือนผ่านกาลเวลามาหลายต่อหลายทศวรรษแล้ว
ผมพลิกดูรายละเอียดภายในเรียงตามเหตุการณ์
เริ่มตั้งแต่ เธอ เข้ามารักษากับผมเมื่อสามปีที่แล้ว
ไม่สิ ผมต้องบอกว่าสามปีใกล้ย่างสี่ปีอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์นี้
ผมเริ่มพลิกตั้งแต่หน้าแรกจนไปหน้าท้ายๆ ไม่มีวี่แววว่าอาการของ เธอ จะดีขึ้น
คนไข้ไม่เลิกที่จะหมกมุ่นกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น และมันทำร้ายเธอ
ผมยังจำบทสนทนาที่ผมบำบัดให้เธอได้
ทุกครั้งที่ถึงเวลาพูดคุยบำบัดมันจะเป็นการสนทนาที่วนซ้ำซาก
ใช่ มันไม่เหมือนเดิมในแต่ละครั้ง  แต่มันก็ไม่หลุดจากประเด็นเดิมสักครั้งเดียว
*
*

ผมอยากรู้ว่าทำคุณถึงอยากรู้วันเกิดที่แท้จริงอะไรนี่ของคุณ ผมเริ่มด้วยคำถามนี้ทุกครั้ง
พร้อมกับเธอตรงหน้าผม เธอจะค่อยๆเผยรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อยิ้มครบกระบวนการ
มันจะทำให้ผมรู้สึกถึงอะไรสักอย่าง อะไรบางอย่างที่ว่างเปล่า เ
หมือนรอยยิ้มของเธอเป็นหลุมดำ หลุมใหญ่ที่กลืนกินความรู้สึกและทุกสรรพสิ่งไปจากผม
ฉันก็แค่อยากจะตามหาวันเกิดที่แท้จริงของฉัน เธอจะตอบผมเพียงสั้นๆ
แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หลุมดำของเธอคลายสติสัมปชัญญะของผมกลับคืนมา
แต่วันเกิดของคุณ ไม่สิของคนทุกคนได้บันทึกลงอย่างถูกต้องและชัดเจนบนใบสูติบัตรในเวลาที่คุณเกิด
ทำไมคุณถึงไม่เชื่อมัน
  ผมถามเธอกลับไป สายตาผมเหลือบลงไปที่แฟ้มประวัติที่บัดนี้เปิดอ้างอยู่

วันที่
18 ตุลาคม  . 2503

เธอนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง

ก็ฉันไม่สามารถสัมผัสได้ว่ามันเป็นวันเกิดของฉันจริงๆ
ฉันไม่สามารถสัมผัสได้เลยในทุกๆปีที่มันวนกลับมาหาฉัน มันไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทุกสิ่งทุกอย่างปกติ ไม่มีเรื่องตื่นเต้นอะไรเลยสักนิด
เธอตอบกลับมา
มันไม่ตื่นเต้นเพราะคุณไม่ได้รับคำอวยพรจากเพื่อนหรือไม่มีการจัดงานวันเกิดอะไรทำนองนี้ใช่มั้ยครับ
ทำไมคุณถึงไม่ลองนัดเพื่อนคุณมาจัดงานเลี้ยงในวันเกิดของคุณดูล่ะ
ผมตอกเธอกลับไป
คุณนึกว่าฉันไม่ทำเหรอ ฉันทำ ทำมาตลอด ทุกปีฉันจะอยู่ท่ามกลางคนที่ฉันรักและผองเพื่อนสนิท
แต่มันก็ไม่ใช่ มันไม่ใช่เลย มันไม่รู้สึกพิเศษอะไรเลย มันเป็นเพียงวันๆหนึ่งเหมือนทุกวัน
จะแตกต่างก็เพียงแต่ฉันจะร้องไห้มากขึ้นในตอนกลางคืน

เธอเสียงสั่น แววตาเผยให้เห็นถึงความเศร้า ความเศร้าอันสัตย์จริง
ผมว่าถ้าเป็นแบบนั้นคุณน่าจะลองเขียนไดอารี่หรือบันทึกเฉพาะวันของคุณ
คุณน่าจะลองสังเกตตัวคุณเองดู บางทีผมคาดว่า คุณอาจจะเป็นคนที่อยู่ท่ามกลาง
ความพิเศษของชีวิต
ทุกวันในปริมาณที่เท่ากันหรือมากเกินไป จนพอวนมาถึงวันเกิดคุณ ที่คุณคิดว่า มันจะต้องมีอะไรพิเศษ |
มันก็เลยไม่มีอะไรพิเศษหรืออะไรสักอย่างที่คุณต้องการเกิดขึ้น เนื่องจากคุณได้รับมันทุกวันเป็นปกติอยู่แล้ว

ไม่ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น และฉันจะไม่มีวันที่จะมานั่งเขียนไดอารี่บ้าๆเพื่อพิจารณามองดูตัวเอง
ฉันไม่ได้บ้า ไม่ได้เป็นโรคจิต ฉันมาหาคุณซึ่งเป็นจิตแพทย์
แค่ต้องการให้คุณแงะหรือควักจิตของฉันออกมา ตรวจดูเช็คดูว่า วันเกิดที่แท้จริงของฉัน
มันซุกซ่อนหลงอยู่ในความทรงจำหรือซอกหลืบส่วนไหนของสมอง ไ
ม่ใช่ให้คุณมาตีโต้ฉันกลับว่า ฉันคิดไปเอง และวันเกิดบ้าๆในใบสูติบัตรนั่นเป็นวันเกิดฉันจริงๆ

ผมเข้าใจ ผมเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการ แต่มันเกินความสามารถที่ผมจะทำให้คุณ
และผมมองว่าบางทีคุณอาจจะกำลังหลงทางในการค้นหา

วันเกิดที่แท้จริงของคุณ ผมก็แค่อยากให้คุณทบทวนมันดูก็เท่านั้น
ผมตอบเธอกลับไปอย่างเหนื่อยใจ
ฉันกำลังค้นหามันอยู่ตามที่คุณบอก แต่ยิ่งนับวันยิ่งฉันค้นหาวันเกิดที่แท้จริงของฉันเท่าไร
มันก็ดูเหมือนฉันกำลังอยู่ในอวกาศบริเวณนอกระบบสุริยะ
เพื่อเดินส่องหาดาวยูเรนัสซึ่งอยู่ในระบบสุริยะ คุณพอจะเข้าใจฉันมั้ย

ผมเข้าใจครับ ผมเข้าใจ ผมรู้สึกมึนหัวขึ้นมาทันทีทันใด
ไม่ใช่เพราะผมฟังเธอไม่เข้าใจ แต่ผมไม่รู้จะช่วยเธออย่างไร
บางทีตัวผมเองก็อาจจะกำลังงมดาวเนปจูนอยู่นอกระบบสุริยะ
เพียงแต่ไม่ได้หา
วันเกิดที่แท้จริง อะไรนั่นแบบเธอ
เอ่อ…..คุณยังกินยาที่ผมสั่งให้เหมือนเดิมใช่มั้ยครับ
เมื่อผมจนปัญญาที่จะต่อร้องต่อเถียงก็จะเข้าสู่กระบวนการสุดท้าย

ค่ะ เลกซาโปเม็ดสีขาว กับ เลกโฟลิดอนเม็ดโฟม อย่างล่ะเม็ดทุกวันก่อนนอน
ครับ ผมขอให้คุณทานมันทุกอย่างเท่าเดิมและเน้นให้ตรงเวลา
ผมขอนัดคุณเดือนหนึ่ง แล้วเจอกันครับ

ผมทิ้งทวนสั้นๆก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องตรวจโดย ไม่บอกลาผมสักคำ

*
*

ผมออกจากโรงพยาบาล ขับรถไปตามทางเหมือนเดิมทุกๆวัน
เพื่อกลับไปยังที่ซุกหัวนอน คอนโดที่ผมอาศัยอยู่ร่วมกับภรรยาบังเกิดเกล้า
ผมเข้าไปจอดรถตำแหน่งเดิมในที่จอดรถ ที่ๆเดิมที่ต้องเสียเงินไม่เท่าเดิมในแต่ล่ะปี
เมื่อถึงห้องผมใช้การ์ดแตะที่ลูกบิดประตู ประตูเปิดออก พร้อมกับความมืดมิดภายใน
ผมเข้าไปเปิดไฟ

กลับบ้านดึกดื่นอีกแล้ว นี่ฉันเป็นภรรยาของคุณจริงๆหรือเปล่า
คุณถึงไม่ดูแลอะไรฉันเลย
เธอพูดพลางนอนตะแคงอยู่บนโซฟาสีเบจ
เธอไม่ได้ทำอะไร เธอเพียงนอนตะแครงขดตัวอยู่บนมัน สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่ผม
ขอโทษด้วย ผมนั่งอ่านแฟ้มประวัติของคนไข้คนหนึ่งที่ผมรักษา
แล้วอาการของเธอไม่ดีขึ้นเลยนานไปเสียหน่อย

คนไข้ที่คุณรักษากับฉันอะไรสำคัญกว่ากัน
ไหนคุณบอกฉันหน่อยสิว่า คุณรักษา นังคนนั้น มากี่ปีแล้ว

สาม ผมตอบเธอไปเพียงสั้นๆ
ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดอะไรยาวๆกับคนที่อารมณ์ติดลบแล้วมันโฟกัสลงที่ตัวคุณ
แต่คุณแต่งงานกับฉันมาห้าปีแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ
คุณไม่เคยสนใจฉัน ไม่เคยเทคแคร์อะไรฉันเลย

เธอตอบกลับมา บัดนี้สายตาเธอมองมายังผม
แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง ผมมีงานที่ผมต้องทำ แล้วผมก็ต้องการชีวิตส่วนตัวของผมเหมือนกัน
แต่ชีวิตส่วนตัวและงานของคุณ ทำให้ครอบครัวของคุณตกนรกทรมาน
ฉันถามคุณจริงๆเถอะในแต่ล่ะวัน คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม เคยคิดชื่อ ถ้อยคำ
หรือหน้าฉันอยู่ในห้วงความคิดของคุณบ้างหรือเปล่า
น้ำเสียงของเธอบีบคั้น

ผมถอดเนคไทสีแดงดำ คว้ากระเป๋าสตางค์และกุญแจรถ
ผมไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเธอแล้ว
บางทีผมอดสงสัยไม่ได้ว่าการที่ผมเลือกที่จะมีชีวิตคู่เป็นสิ่งผิดมหันต์
มันเป็นการเข้าไปอยู่ในกรงขัง ในกติกาของการอยู่ร่วมกัน ผมอดจะคิดไม่ได้ว่า
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตคู่ คงเป็นช่วงที่ผมกับเธอสนใจซึ่งกันและกันในครั้นแรกๆ
เราต่างพูดคุย ทำอะไรต่อมิอะไร โดยที่ไม่ต้องมี 
กฏกติกาของชีวิตคู่
คอยควบคุมเธอ ให้เธอมาชักใยให้ผมทำนู้นทำนี่ โทรศัพท์หาเธอทุกวัน
ต้องกลับมากินข้าวเย็น ดูหนังปลายสัปดาห์ ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้
ผมจะไม่แต่งงานกับเธอ ผมจะเล่นกับเธอเพียงเพราะเธออยู่ในครั้นแรก
หากเธออยากเข้าไปสู่กรงขังแห่งชีวิตคู่เมื่อไหร่ ผมก็จะออกห่างและตัดขาดกับเธอเมื่อนั้น
ไม่ใช่ว่าผมไม่รักเธอนะ ผมแค่เบื่อ เบื่อที่ให้อะไรต่อมิอะไรมันควบคุมเราให้มันเป็นไปเช่นนั้น

ผมสตาร์ทรถ ก่อนจะขับออกไปจากคอนโด
ผมว่าจะเข้าไปนั่งดื่มอะไรบางอย่างแก้เซ็งที่บาร์ประจำเสียหน่อย
*
*

ผมนั่งดื่มวอทก้าซึ่งหมักไว้เพียงไม่กี่ปี เหล้าดีไม่ควรจะกินในวันที่อารมณ์ของเราขุ่นมัว
มันจะทำให้เราไม่สามารถสัมผัสรถชาติของมันได้เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น
ผมคิดเช่นนั้น ผมนั่งอยู่ที่มุมร้านติดอยู่กับกระจก
ภายนอกฝนตกปอยๆได้บรรยากาศในยามค่ำคืนของเดือนมิถุนายน บรรยากาศในร้าน
ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมา ผมไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่
ปกติที่ร้านมักจะเปิดเพลงจำพวก เดอะบีทเทิล
, สตีเฟน เฟรชเวล , โทรี่ อมอส
เคล้ากับการตกแต่งสีขาวดำเรียบๆภายในร้าน
แต่วันนี้ลำโพงในร้านกลับพ่นเพลงยูโรบีท เบสดังตึงตัง
ผมพยายามจะฟังมันให้เข้ากับบรรยากาศทั้งในร้านและฝนปอยๆภายนอก
แต่ไม่มีอะไรเลยที่ผมจะสัมผัสได้นอกจาก ความยุ่งเหยิงและโกลาหล

ขอฉันนั่งด้วยคนได้มั้ยคะ เสียงอะไรบางอย่างดังทะลวงเข้ามา
ผมหันไปมอง ต้นเสียงนั้นมาจาก ผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบปลายๆ
หน้าตาของเธอจัดว่าธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ
เธอสวมเสื้อยืดซึ่งสกรีนดาดดื่นว่า
I love NY ช่วงล่างของเธอสวมกางเกงยีนสีซีด
ได้ครับ ผมตอบไป
บางทีการนั่งกับคนแปลกหน้าในวันที่ทุกอย่างดูจะยุ่งเหยิงก็น่าจะเป็นความคิดที่เข้าท่า
เธอลงนั่งตรงข้ามกับผม เราต่างเงียบ ผมยังคงมองออกไปยังเม็ดฝนเหล่านั้น
ดูท่าคุณจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนะคะ
เธอพูดทำลายความเงียบงันให้แตกทลายลงเหมือนเศษแก้ว
ไม่หรอกครับ ผมเพียงแค่อยากจะคิดนู้นคิดนี่อะไรไปเรื่อย ผมตอบเธอกลับไป
คุณคิดอะไรบอกฉันบ้างได้มั้ยคะ
ฉันชอบที่จะฟังความคิดหรือชีวิตอะไรของคนอื่นโดยเฉพาะคนที่ฉันไม่รู้จัก

คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อย
อยู่ดีๆคนแปลกหน้าที่ไหนที่มานั่งอยู่กับเราในบาร์จะมาเริ่มบทสนทนากับเราแบบนี้
ผมคิดถึง คนไข้ของผมคนหนึ่ง เธอบอกว่า เธอกำลังค้นหาวันเกิดที่แท้จริงของเธออยู่
นอกจากเธอจะทำให้ผมตกใจแล้ว ตัวผมเองก็ยิ่งทำให้ผมประหลาดใจเช่นเดียวกัน
นี่ผมกำลังเล่าเรื่องคนไข้ เรื่องที่ไม่ควรเล่าให้กับหญิงแปลกหน้าตรงหน้าฟังหรือนี่
คุณเป็นจิตแพทย์เหรอคะนี่ ฉันก็เคยอยากจะเป็นจิตแพทย์ค่ะ
อย่างที่บอกฉันชอบฟังความคิดของคนอื่นอยู่แล้ว
ฉันคิดว่าอาชีพนี้น่าจะทำให้ฉันเพลิดเพลินไปกับมันได้

แล้วทำไมคุณถึงไม่เรียนแพทย์ล่ะ ผมถามกลับไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร
ตอนแรกฉันก็จะเรียนแพทย์ค่ะ แต่พอดีก่อนหน้าสอบเอนทรานซ์เดือนหนึ่งฉันฝันอะไรบางอย่าง
จนมันทำให้ฉันตัดสินใจที่จะไม่เรียนแพทย์อีกต่อไป
เธอตอบกลับมา เสียงของเธอดูจะใสกังวานขึ้น
คุณฝันถึงอะไร ผมบอกตามตรง
ความฝันเธอดึงความคิดของผมกลับมากับตัว ความฝันของเธอ ทำให้ผม สนใจ
ฉันฝันเห็น ผู้หญิงคนหนึ่งใบหน้าเหมือนฉันทุกประการ เธอสวมชุดกี่เผาสีแดง
เธอมัดผมเปียขนาดใหญ่สองข้าง มือทั้งสองของเธอถือพัดขนาดใหญ่สีขาว
หลังจากนั้นเธอก็รำพัด ตอนนั้นฉันจำได้ ขนาดนอนฝันนั้นใจของฉันยังเต้นเร็วระรัว
ฉันคงจะตื่นเต้น ชื่นชมไปกับความอ่อนพริ้วและสวยงามนั้น

เธอบอกผมตาของเธอเป็นประกาย
ดูเหมือนเธอจะยังคงชอบภาพในฝันนั้นอยู่จนถึงตอนนี้ที่พูดมันให้ผมฟัง
แล้วต่อจากนั้นล่ะครับ
หลังจากนั้น ฉันก็ตัดสินใจที่จะทำตามฝัน
ฉันบินไปเมืองจีนเลยนะคะ ฉันทิ้งเกรดเฉลี่ย ทิ้งครอบครัว ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง
เพื่อที่ฉันจะได้เป็นนักรำพัด
ตาของเธอยิ่งเปล่งประกาย
ผมสัมผัสได้ว่ามันจะเปล่งประกายมากตอนที่เธอพูดคำว่า
นักรำพัด
คุณอาจจะหัวเราะฉันก็ได้กับความเพี้ยนของฉัน
เธอบอกผม แต่กลับเป็นเธอต่างหากที่หัวเราะออกมาเบาๆ

ผมนิ่งเงียบคิดอะไรบางอย่าง อะไรสักอย่างทำนองนี้ที่เธอเล่ามา ก็อาจไม่ใช่เรื่องแปลก
บนโลกเรามีอะไรมากมายที่พร้อมจะหักเหชีวิตของเรา
เราที่ว่านี้ ผมหมายถึง ผู้คน ผมนึกถึงหนังที่เมื่อสองปีที่แล้วผมบังเอิญได้ดูทางเคเบิล
หนังที่มีชื่อว่า
helter skelter มันเป็นหนังที่เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ได้ฟังเพลงของเดอะบีทเทิล
หลังจากนั้น เขาก็ไปลงมือฆ่าใครสักคน พอนึกย้อนกลับไปอีก ตอนผมอยู่มัธยมปลาย
ผมได้นิยายเรื่องหนึ่งจากพ่อ พ่อแนะนำผมว่า มันเป็นนิยายที่ลูกต้องอ่าน 
Catcher in the light
มันเป็นนวนิยายที่ชายผู้ฆ่าชีวิต ฮีโร่เพลงของคนทั้งโลก อย่าง จอร์น เลนนอน
เขาอ่านนิยายเล่มนี้ แล้วตัดสินใจว่า เขาต้อง ฆ่าจอร์น เลนนอน
ผมคิดๆดูแล้วมันก็ช่างตลกร้าย
หรือทุกสิ่งทุกอย่างคงจะเป็นห่วงโซ่หักเหซึ่งกันและกันไปไม่รู้จบ
แต่ไม่ใช่ในกรณีของเธอเบื้องหน้าผม
เธอฝันเองด้วยตัวของเธอ แล้วเธอก็ หักเห ชีวิตของเธอด้วยตัวของเธอเองเช่นกัน
ถ้าไม่รังเกียจ ผมอยากจะทราบชื่อของคุณ ผมตอบกลับไป
ผมอยากจะรู้จักเธอขึ้นมาจริงๆแล้วสิ
เธอเปิดกระเป๋าหยิบนามบัตรใบหนึ่งส่งยื่นมาที่ผม
เรียกฉันสั้นๆว่า เมย์ ก็ได้ค่ะ เธอตอบผมพร้อมกับยิ้มกว้าง

หลังจากนั้นเราคุยกันอย่างออกรส ผมเล่าเรื่องราวอันแปลกประหลาดของคนไข้
ที่ผมพบเจอในชีวิตการเป็นแพทย์ให้เธอฟัง
แต่เน้นไปที่ เธอ ผู้ตามหาวันเกิดคนนั้น เราพูดกันเจอถึงใกล้เวลาสองนาฬิกา

ร้านใกล้ปิดแล้วค่ะ เราคงต้องจากกันแล้ว
ผมแน่ใจว่าเราจะไม่จากกันเพียงเท่านี้
ผมว่าผมคุยถูกคอกับคุณ เราคงมีโอกาสได้คุยกันอีก ผมมาที่นี่บ่อยๆ

คุณสนใจไปชมการแสดงใหญ่ครั้งแรกของฉันมั้ยคะ เธอเอ่ยปากถามผม
สนใจสิ สนใจมากครับ ผมตอบเธอกลับไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่เธอจะหยิบบัตรมาให้ผมสองใบ เธอบอกลาผม
ก่อนจะขึ้นรถและถอยห่างจากผม ที่ยืนมองเธอจากไปอยู่ตรงนี้
บัตรเป็นบัตรเข้าชมการแสดงรำพัดของเมย์ ในวันอังคารหน้า
มันเขียนชื่อชุดการแสดงเอาไว้ว่า

ฉันจะพาเธอ ฉันจะส่งเธอไปไว้ที่ดวงจันทร์ : ฆาตกรรมจันทรา

*
*
                ผู้คนจำนวนมาก เดินไปมาอย่างสะเปะสะปะอยู่หน้างาน
ผมไม่เคยนึกคิดว่า ผู้คนจะสนใจการรำพัดขนาดนี้ ผมยืนอยู่กับภรรยา
ภรรยาที่บัดนี้ยิ้มแก้มปริที่ผมพาเธอมาออกเดทดูรำพัดสองต่อสอง
เราเข้าไปในอาคารแสดง มีที่นั่งเรียงรายเป็นสโลป บัตรที่เมย์มอบให้ผมสองใบนั้น
เป็นบัตรที่นั่งบริเวณกลางๆแถวที่ห้าซึ่งอาจจะจัดได้ว่า เป็นมุมที่ดีที่สุดในการรับชม

ผมนั่งกับภรรยาอยู่ไม่นานนัก ผู้คนก็เข้ามานั่งกันจนเต็มไปทุกที่
ก่อนที่ไฟรอบข้างจะดับลง บังเกิดแสงสีแดง เขียว และฟ้าเป็นเส้นพุ่งไปมาอย่างสวยงามบนเวที
ไม่ช้านัก เธอก็ปรากฏตัวขึ้นบนนั้น เธอใส่ชุดกี่เผ่าสีแดงเหมือนในความฝันของเธอทุกอย่าง
พร้อมพัดใบใหญ่ในสองมือ ดวงจันทร์ลูกใหญ่ปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของเวที
เธอเริ่มรำด้วยปลายเท้าขยับจากมุมซ้ายไปยังมุมขวา เธอชูพัดทั้งสองขึ้นมา
ก่อนที่จะมีผ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวปรากฏขึ้นมาจากเบื้องบนตรงกลางเวที
มันเป็นภาพวาดที่เล่าเรื่องราวในการเริงรำนี้ เธอยังคงรำต่อไป ขาของเธอช่างเรียวเล็ก
ผิวของเธอยามต้องแสงจากเวทีช่างดูเหลืองนวลเหมือนแสงจันทร์
เธอรำพัดไปเรื่อย มันทำให้ผมเหมือนต้องมนต์สะกด
เธอนับได้ว่าเป็นมืออาชีพในการรำพัด เธอกะจังหวะทุกอย่างได้ลงตัว
แม้จะมีผ้าที่ร่วงหล่นลงมาจากเวทีเพื่อเล่าเรื่องเป็นระยะ
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอถูกแย่งดึงความสนใจไป
ทว่าเธอกลมกลืนเธอเป็นหนึ่งเดียวกันกับทุกอย่างบนนั้น

หญิงสาวจีนนางหนึ่งต้องการที่จะฆ่าชายรักที่อยู่กินกับตน
เธอจึงพยายามทุกวิธีทางเพื่อจะฆ่าเขาโดยที่ความผิดที่เธอทำนั้นจะไม่ตกมายังเธอ
เธอคิด เธอครวญ แล้วเธอก็เห็นเพียงทางเดียวที่จะทำเช่นนั้นได้ก็คือ
ฆ่าชายรักของเธอบนดวงจันทร์ ดินแดนที่พ้นกฏกติกาทุกอย่างของเหล่ามนุษย์

ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร แต่เมย์
เธอสามารถสะกดสายตาของผมได้อย่างอยู่หมัด
บางครั้งผมออกจะเข้าข้างตัวเองว่า เธอส่งสายตาของเธอมาที่ผม เธอขยิบตาให้ผม
ขณะนี้เบื้องหน้าผมที่เวที มีพัดขนาดใหญ่สี่เล่มห้อยลงมาจากบนเวที มันยังคงปิดอยู่
เธอก็ยังคงเริงรำ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้าผมจะเต็มไปด้วยสีแดง พัดทั้งสี่กางออก
ฉายภาพวาดซึ่งเต็มไปด้วยร่างของชายหนุ่มคนรักที่เต็มไปด้วยมีดนับร้อยและเลือด
ก่อนที่เธอจะเริงรำมายังตรงกลางเวทีและกางพัดข้างหนึ่งมาป้องที่ปาก
เธอเริ่มหัวเราะเสียงดังบาดหู พร้อมม่านทั้งสองข้างของเวทีค่อยๆเลื่อนเข้าหากัน
เสียงตบมือดังขึ้นสนั่นอาคาร

ผู้คนเริ่มลุกขึ้นและเดินออกจากตัวอาคาร บัดนี้เหลือเพียงผมบนที่นั่ง
ก่อนที่ผมจะหันไปทางภรรยา เธอหลับตา ไม่รู้ทำไมเธอถึงเป็นเช่นนั้น
ผมไม่อาจรู้ได้ ผมไม่รู้อะไรเลย ผมทำได้แค่เพียงกระซิบที่ข้างหูของเธอ

ผมเจอวันเกิดที่แท้จริงของผมแล้ว ถึงเวลาแล้วที่คุณก็ควรจะค้นหามัน
และผมก็ลุกขึ้น เดินจากไป
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในอาคาร ต่อจากนั้น

 

--------------------------------------------------------------

  บ่ายวันนี้อยู่ๆก็อยากจะเขียนอะไรสักอย่างหนึ่งออกมา บอกตัวเองว่าอะไรก็ได้ที่เราอยากเขียน
ก็เลยได้เรื่องนี้มาในตอนเย็น ขอโทษด้วยที่เรื่องนี้ไม่มีภาพประกอบ เพราะไม่ได้คิดอะไรเป็นแผนเลย


แต่อย่างไรก็ขอบคุณสำหรับการแสดงความคิดเห็นหรือคอมเม้นต่อเรื่องสั้นครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ปั๊มๆบอลแดง...

เม้นหนึ่ง, ขอแถลงการณ์ว่า

"น่าสนใจมาก"

***
ผมว่านี่เป็นเรื่่องสั้น ที่พี่ชิแหวกแนวออกมาีอีกแนว
จากแบบ...เซอร์ๆ สัญลักษณ์ในเรื่องแกะ

ก็โผล่แว้บมาเรื่องสั้น ที่เดินเรื่องด้วยประโยคเดียว และวกกลับเข้าหาตัวละครอีกรอบ.

มันจะประมาณเรื่องแนวฝรั่งๆ, แต่ก็ถือว่า พี่ทำได้ดีนะคะ


ผมชอบไอเดีย "วันเกิดที่แท้จริง" มากๆๆๆ
ว่าทำไม วันเกิดเรา, บางที ถึงรู้สึกเหมือนเป็นแค่วันธรรมดา อันนี้จอร์จ โดน *0*


แต่คิดว่า ไอเดียวันเกิดนี้ มัน "ดีมาก" จน...เหมือนกะ อยากให้พี่ต่อยอดมันมากกว่านี้อะคะ, ตอนนี้มัน...ก็ ดีมากๆ แต่มันไม่ ปรี๊ด ถึงขั้นเยี่ยมยอด (เพราะไอเดียมันดีมาก)

ยังไงก็ จะรออ่านเรื่องถัดๆไป "และ!!!" EP อันที่สอง ของพี่นะคะ!!! 777+

#1 By Icia on 2009-10-22 18:30

โอเคนะ
เธอหยิบเอานู่นนี่นั่น มาเล่า
ได้สนุกดีอ่ะ

แล้วฉันจะรอเรื่องใหม่นะ

กลับไปอ่านบทความติ้งต้องของฉันได้ใน
http://vrnh.wordpress.com

อิอิ

#2 By vrnh (118.172.144.241) on 2009-10-22 18:40

ดีมากๆเลยครับ
ทำให้ผมเริ่มหาอะไรที่ผมอยากจะค้นหามาตั้งนานเเล้ว
ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆมาให้อ่านเสมอ
เรื่องนี้อยากให้ทุกคนได้อ่าน

Hot! Hot! Hot!

#3 By misterun on 2009-10-22 18:48

น่าจะมีตอนต่อนะครับ...

open-mounthed smile

#4 By pw. on 2009-10-22 20:16

Hot! Hot! Hot!
*-* วันเกิดที่แท้จริงของช้านคืออะไรเนี่ย!
อ่านแล้วได้คิดดีนะ
เพราะปกติวันเกิดเราก็แค่วันธรรมดาๆ แต่ทำให้เราแก่ได้T-T


#5 By nu_.-*-*-._nu on 2009-10-22 20:50

เขียนดี เขียนสนุก จบห้วนอีกละแก
sad smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เอาดาวไปก่อน ไว้จะมาคอมเมนต์นะ

#7 By N.P on 2009-10-23 00:56

เริ่มต้นด้วยประเด็นที่น่าสนใจนะ เรื่องของวันเกิด

(วันเกิดเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนี้ด้วยแหละ อ่านแล้วเกิดนึกคล้อยตามไปบ้างเหมือนกัน)

ตอนท้ายๆมีเปิดประเด็นให้คิดต่อในเรื่องค้นหาวันเกิดที่แท้จริง แต่ยังรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ "ย่อยยากไปนิด" ยังไงก็ไม่รู้นะ แบบอ่านผ่านๆอาจจะพาลมึนได้

น่าจะมีอะไรที่สามารถสรุปประเด็น หรือชี้นำแนวคิดอะไรได้ชัดเจนกว่านี้อีกนิดหน่อย (ความเห็นส่วนตัวนะ)




#8 By boatz (61.90.15.125) on 2009-10-23 00:59

ชอบนะ ทั้งการเล่าเรื่อง และปมที่ต้องการจะสื่อ

แต่ว่า มึนแหละ

ไม่ค่อยเข้าใจว่า อะไรกันแน่ คือ วันเกิดที่แท้จริงที่คนเขียนต้องการบอก
ทำไมจู่ ๆ หรือค้นหาเจอ แล้วเกิดอะไรกับภรรยาคนนั้น

ัดเจนกว่านี้หน่อยก็จะดีมาก เพราะยังมีคนโง่ ๆ บางคน ตีความไม่ออกอยู่ ฮ่า ๆ
สนุกดีค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แหะ แหะ big smile sad smile

#10 By NOOPLOY^-^ on 2009-10-23 12:56

อ่านเรื่องนี้แล้อวชอบคะ น่าติดตาม

แต่สงสัยอยู่นิดดดด...ว่าวันเกิดที่แท้จริงของคุณหมอนั้นคืออะไรหรือคะsad smile sad smile

(คือวันที่เขาสุขนั้นหรือ)

#11 By ฃวด on 2009-10-23 15:41

พล็อตเรื่องดี ชอบมาก ๆ big smile

งานชิโตขึ้นเยอะ
เขียนบรรยายรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีมากมาย

ทำได้ดีจนกระทั่ง เสียงปรบมือดังขึ้นสนั่นอาคาร

ตอนจบยังไม่ลงตัวนัก ยังไม่ชัดเจน

การแสดงบรรยายใช้ได้ แต่ไม่น่าจะถึงขั้นให้
หมอได้อะไรมากมายขนาดนั้น

แต่อ่านแล้วก็แสบดี


อ๋อ รู้แล้วละ
มันเป็นเรื่องของความหมายของชีวิตใช่มั้ย

ชิต้องการสื่อแบบนั้นหรือเปล่า... ใช่มั้ย

อืม... อืม... ไม่เลว ๆ

ก็เอาตามนี้ ให้คนอ่านคิดกันไป คิดกันไป
และก็คิดกันไป...


question

ว่าแต่พล็อตเรื่องดีจริง ๆ เลยนะ 5555
บอกแล้วถ้าพี่คลั่งไคล้ พี่จะพูดซ้ำซาก question

เช่นเดิม รบกวนแก้คำผิดเองด้วย รอบนี้ผิดหลายจุดเลย

ดีใจที่ชิเขียนงานเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดนี้

จะเป็นกำลังใจให้เสมอ... big smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

สรุป พี่ชอบมาก big smile
อ้อ ป.ล.

พี่อ่านจากเวิร์ดที่ให้มานะ

เหมือนกันเดี๊ยะเลยใช่มั้ย sad smile
ขึ้นฮอตโพสต์หน้าแรกแล้ว เย้....

ใครเข้ามาเชิญชวนให้อ่านเรื่อง A sheep who's without legs ด้วยนะคะ

ดีมากมาย

ลงชื่อ แม่ยก ค่ะ question Hot!
เป็น Blogger ที่เยี่ยม มากคับ
ถ้ากำลังมองหา MiniLaptop หรือ Notebook วิธีการเลือกซื้อ Notebook ข้อคิดก่อนจะซื้อ Notebook
http://ClassicMiniLaptop.blogspot.com

#15 By po (124.120.44.188) on 2009-10-23 18:20

เจงแฮะ..ตกลงเราเกิดวันไหน
สาดดาว
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


สนุกจนถึงขั้นอ่านแล้วไม่อยากจะให้จบเลยค่ะ

big smile

#17 By ~*bLaCk TeAr*~ on 2009-10-23 22:37

คำเดียวเลย...เยี่ยมมากเลยล่ะค่ะ^^!

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#18 By LE'MON on 2009-10-24 09:56

นั่นสิคะ เราเกิดวันไหนกันเเน่เนาะ
วันเกิดที่ผ่านมา เเทบจะจำไม่ได้เลย ถ้าเพื่อนไม่โทรมาเเฮป
มันไม่ได้พิเศษ ไม่ตื่นเต้น ไม่รู้สึกอะไรเลย
เเค่อีกหนึ่งวันผ่านไปเท่านั้นเอง
Hot!

#19 By DIY@2pm on 2009-10-24 17:39


ยังไม่ได้อ่านนะ มาด้อมๆมองๆ สร้างกระแส

(เพื่อ??)

#20 By จิรัด (110.164.51.127) on 2009-11-03 21:14